สสจ.เชียงใหม่ ร่วมกับ รพ.มหาราชนครเชียงใหม่ แถลงสถานการณ์การเฝ้าระวังโรคจากฝุ่น พบสถิติ ก.พ.-เม.ย. ผู้ป่วยเลือดกำเดาไหลสูงขึ้นถึง 1.5 เท่า เมื่อเทียบกับช่วงปกติ

3

เมื่อวันที่ 2 เม.ย. 69 เวลา 09.30 น. ที่ห้องประชุมมงคลศรีสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ ศ.พญ.อรินทยา พรหมินธิกุล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ กล่าวว่า ในประเด็นเรื่องผลกระทบของฝุ่นละอองส่งผลต่อสุขภาพ โดยสามารถจำแนกรูปแบบการก่อโรคออกเป็นสองลักษณะสำคัญตามระยะเวลาที่ปรากฎอาการประการแรก คือผลกระทบในระยะเฉียบพลัน ซึ่งเป็นสิ่งที่พี่น้องประชาชนสามารถสัมผัสได้ทันทีเมื่อค่าฝุ่นสูงขึ้น อาการที่เด่นชัดที่สุดคือการระคายเคืองในระบบทางเดินหายใจส่วนต้นและอวัยวะสัมผัสภายนอก อาทิ อาการแสบตา เคืองจมูก หรือการอักเสบของเยื่อบุทางเดินหายใจ จากสถิติของโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ในช่วงฤดูฝุ่น (กุมภาพันธ์-เมษายน) พบว่ามีผู้ป่วยมาพบแพทย์ด้วยอาการเลือดกำเดาไหลสูงขึ้นถึง 1.5 เท่าเมื่อเทียบกับช่วงเวลาปกติ สะท้อนให้เห็นว่าร่างกายตอบสนองต่อมลพิษในอากาศอย่างรวดเร็วและรุนแรง

ประการที่สอง คือผลกระทบที่ใช้เวลาในการเกิดจากฝุ่นละอองขนาดเล็กเหล่านี้ไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่ระบบทางเดินหายใจ แต่มันมีความสามารถในการแทรกซึมผ่านถุงลมเข้าไปสู่กระแสเลือด ก่อให้เกิดการอักเสบภายในหลอดเลือดทั่วร่างกาย ส่งผลกระทบต่อกลไกการแข็งตัวของเลือด ซึ่งเป็นปัจจัยกระตุ้นสำคัญที่นำไปสู่โรคหลอดเลือดสมอง และโรคหลอดเลือดหัวใจ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวหรือมีความเสี่ยงเดิมอยู่แล้ว ฝุ่นละอองเพียงปริมาณน้อยที่เพิ่มขึ้นอาจกลายเป็นตัวจุดชนวนให้เกิดอาการวิกฤตได้ภายในเวลาเพียง 48 ถึง 72 ชั่วโมง

อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาในแง่ของสถิติตัวเลขผู้ป่วยรายวัน อาจมีความซับซ้อนในการวิเคราะห์ เนื่องจากการที่ผู้ป่วยรายหนึ่งจะเข้าโรงพยาบาลนั้นประกอบด้วยปัจจัยรุมเร้าหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการดูแลตนเอง พฤติกรรมการใช้ยา หรือแม้แต่การระบาดของโรคตามฤดูกาลอย่างไข้หวัดใหญ่ แต่เมื่อเราพิจารณาผ่านงานวิจัยเชิงระบาดวิทยาในระดับประเทศ รวมถึงข้อมูลเฉพาะในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ผลลัพธ์กลับปรากฎชัดเจนว่า “ทุกๆ 10 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรของฝุ่นที่เพิ่มขึ้น จะส่งผลให้ความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตและอัตราการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ หลอดเลือดสมอง การนอน รพ. ด้วยหัวใจล้มเหลวใจเพิ่มขึ้นตามไปประมาณร้อยละ 6 ถึง 8 ในผู้ที่มีความเสี่ยงสูงในการเกิดโรค

โดยสรุป แม้ตัวเลขความเคลื่อนไหวของผู้ป่วยในแต่ละวันอาจจะยังไม่เห็นภาพการกระโดดของสถิติที่ชัดเจนในทันที เนื่องด้วยข้อจำกัดทางสถิติและปัจจัยรบกวนภายนอก แต่ในเชิงวิชาการและการติดตามผลระยะยาว เรามีหลักฐานเชิงประจักษ์ที่ยืนยันได้ว่า สถานการณ์ฝุ่นละอองคือภัยคุกคามเงียบที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตและเพิ่มอัตราการเจ็บป่วยของประชาชนอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในกลุ่มเปราะบางที่จำเป็นต้องได้รับการเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

ด้านนายแพทย์วรัญญู จำนงประสาทพร นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า สถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ยังคงอยู่ในระดับสีส้มและสีแดง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ ได้เฝ้าระวังผู้ป่วยที่อาจได้รับผลกระทบด้านสุขภาพในระยะเฉียบพลัน พบว่า (1) ผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังที่มีอาการกำเริบในปี 2569 มีจำนวนทั้งสิ้น 2,181 ราย ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันของค่ามัธยฐาน 3 ปีย้อนหลัง ร้อยละ 21.3 (2) ผู้ป่วยหอบหืด จำนวน 2,374 ราย ลดลงร้อยละ 14.8 (3) ผู้ป่วยเลือดกำเดาไหล จำนวน 177 ราย ลดลงร้อยละ 39.8 สาเหตุที่จำนวนผู้ป่วยลดลงส่วนหนึ่งมาจากมาตรการป้องกันในกลุ่มเสี่ยง อาทิ การใช้อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล เช่น หน้ากากอนามัย การใช้ห้องปลอดฝุ่น มุ้งสู้ฝุ่น อีกทั้งในปีนี้ ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ในจังหวัดเชียงใหม่ เกิดขึ้นช้ากว่าในปีที่ผ่านมา ซึ่งจากการศึกษาวิจัยของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พบว่าผลกระทบด้านสุขภาพ จะเกิดขึ้นตามหลังสถานการณ์ที่แย่ลงประมาณ 1 สัปดาห์ ทำให้ต้องติดตามข้อมูลอย่างต่อเนื่องเพื่อดูแนวโน้มในช่วงสัปดาห์หน้า

นอกจากนี้ยังมีการติดตามกลุ่มโรคที่อาจได้รับผลกระทบในระยะยาว เช่น ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจและสมอง สะสม 29,139 ราย ลดลงจากห้วงเดียวกันในช่วง 3 ปีย้อนหลัง ร้อยละ 19.8 ในกลุ่มโรคดังกล่าว มีความจำเป็นต้องติดตามผลกระทบต่อเนื่องในระยะยาวต่อไป

อย่างไรก็ตามสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ ได้ร่วมกับคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ภายใต้ทุนวิจัยจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ได้พัฒนาระบบเฝ้าระวังที่สามารถเชื่อมต่อข้อมูลของสถานพยาบาลได้ครอบคลุมและทันเวลามากขึ้น อีกทั้งยังมีการติดตามโรคอื่นๆ ที่อาจส่งผลกระทบในระยะยาว เช่น มะเร็งปอด เพื่อให้สามารถติดตามข้อมูลเพื่อใช้ในการกำหนดนโยบายด้านสุขภาพ และสื่อสารประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
ในช่วงที่ผ่านมาสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดได้ดำเนินกิจกรรม (1) ให้ความรู้ในการดูแลสุขภาพในช่วงสถานการณ์ ฝุ่น โดยเครือข่าย อสม. แล้วจำนวน 711,558 หลังคาเรือน (2) แจ้งเตือนสถานการณ์ฝุ่นและคำแนะนำในการปฏิบัติตัว ผ่าน เวทีต่างๆในชุมชน หอกระจายข่าว รวมถึงช่องทางออนไลน์ จำนวน 6766 ครั้ง (3) แจกหน้ากากป้องกันฝุ่นที่แจกกลุ่มป่วยและกลุ่มเปราะบาง จำนวน 195,780 ชิ้น (4) เปิดให้บริการห้องลดฝุ่นในโรงพยาบาลและรพ.สต.เพื่อรองรับกลุ่มผู้ป่วย และกลุ่มเปราะบาง จำนวน 507 ห้องทั่วจังหวัดเชียงใหม่ และปัจจุบันได้เปิดให้บริการคลินิกมลพิษในโรงพยาบาลเพื่อรองรับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ฝุ่น จำนวน 5 แห่งที่มีแพทย์เฉพาะทาง ได้แก่ รพ.นครพิงค์ ฝาง สันทราย สันป่าตองและจอมทอง เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชน ท่านสามาราถรับบริการออนไลน์ผ่านแพลตฟอร์มคลินิกมลพิษออนไลน์ NRH – คลินิกมลพิษออนไลน์ https://pollutionclinic.nopparat.go.th/ หรือสามารถสอบถามได้ที่โรงพยาบาล/หน่วยบริการสาธารณสุขใกล้บ้าน

ขณะนี้ค่าฝุ่นยังเกินมาตรฐาน ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพในหลายพื้นที่ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่จึงยังต้องติดตามข้อมูลผลกระทบด้านสุขภาพอย่างใกล้ชิด และขอแนะนำให้ประชาชนป้องกันตนเอง ด้วยการสวมหน้ากากป้องกันฝุ่น เช่น N95 หลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง การใช้เครื่องกรองอากาศ ดื่มน้ำสะอาดบ่อยๆ โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง เช่น เด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยโรคเรื้อรัง หากมีอาการผิดปกติ เช่น ไอ หายใจลำบาก แสบตา หรือแน่นหน้าอก ควรพบแพทย์ทันที