ตำรวจแห่งชาติเตือนนักเดินทาง ลักลอบขน “กัญชา” ออกนอก มีความผิดตามกฎหมายไทยและนานาชาติ โทษหนักทั้งจำคุกและปรับ

9
สรุปประเด็นข่าว :
จับกุมล็อตใหญ่: สตช. เผย 3 คดีลักลอบส่งออกกัญชาจากไทยไปต่างประเทศ ได้แก่ ฮ่องกง (ยึด 23 กก.), อินโดนีเซีย (ทลายเครือข่าย ยึด 3.37 ตัน) และโปแลนด์ (ยึด 1.2 ตัน ซุกซ่อนในอิฐลูกรัง)
คำเตือน: ห้ามพกพา ลักลอบ หรือรับจ้างนำช่อดอกกัญชาหรือผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของกัญชาออกนอกประเทศโดยเด็ดขาด แม้ไทยจะปลดล็อกบางส่วนใช้ทางการแพทย์ แต่การส่งออกถือเป็นสิ่งผิดกฎหมายร้ายแรง
กฎหมายไทย: ผิด พ.ร.บ.ศุลกากร (จำคุกสูงสุด 10 ปี ปรับ 4 เท่า), พ.ร.บ.การแพทย์แผนไทยฯ และประกาศกระทรวงสาธารณสุขปี 2568 (จำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 20,000 บาท)
กฎหมายต่างประเทศ: โทษรุนแรงสูงสุดถึงจำคุกตลอดชีวิต หรือ ประหารชีวิต

6 ก.ค. 69 – พล.ต.ต.จตุรภัทร์ ภิรมย์แก้ว ผู้บังคับการกองการต่างประเทศ ในฐานะรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผย 3 คดีเกี่ยวกับการลักลอบส่งออกกัญชาจากไทยไปต่างประเทศ ตามที่ปรากฏเป็นข่าวกรณีศุลกากรฮ่องกงตรวจยึดกัญชาแห้ง ประมาณ 23 กิโลกรัม พร้อมจับกุมผู้ต้องหา 2 ราย เป็นชาวจีน และชาวฮ่องกง ที่เดินทางมาจากประเทศไทย กรณี ปปส.อินโดนีเซีย (BNN) ทลายเครือข่ายลักลอบขนกัญชา และติดตามตัวผู้ต้องสงสัยชาวมาเลเซียและจีน โดยมีการตรวจยึดกัญชาคุณภาพสูงจากไทยได้รวม 3.37 ตัน และกรณีโปแลนด์ยึดกัญชา 1.2 ตัน ถูกซุกซ่อนในอิฐลูกรัง บรรจุในตู้คอนเทนเนอร์ ซึ่งส่งออกมาจากประเทศไทย และจับกุมผู้ต้องหา 8 ราย นั้น

จากกรณีดังกล่าว สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอแจ้งเตือนและประชาสัมพันธ์ถึงพี่น้องประชาชน ตลอดจนนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ กรณีการพกพา ลักลอบ หรือรับจ้างนำกัญชา ช่อดอกกัญชา หรือผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของกัญชา ออกนอกราชอาณาจักรไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอเน้นย้ำว่า การกระทำดังกล่าวถือเป็นความผิดตามกฎหมาย แม้กัญชาจะมีการปลดล็อกในบางส่วนสำหรับการใช้ทางการแพทย์ภายในประเทศไทย แต่การนำออกนอกประเทศยังคงถูกควบคุมอย่างเข้มงวด และเป็นสิ่งผิดกฎหมายร้ายแรงในหลายประเทศปลายทาง ดังนั้น เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง

สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอชี้แจงข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ดังนี้
1. ความผิดตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2560 ซึ่งมีอัตราโทษสูงสุดคือ จำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับเป็นเงิน 4 เท่าของราคาของ (รวมค่าอากรแล้ว) หรือทั้งจำทั้งปรับ
2. ความผิดตาม พ.ร.บ.คุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย พ.ศ. 2542 ซึ่งมีอัตราโทษสูงสุดคือ จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
3. ความผิดตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง สมุนไพรควบคุม (กัญชา) พ.ศ. 2568 ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
4. กฎหมายของประเทศปลายทาง (สากล): กัญชายังคงถูกจัดเป็นยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 ในหลายประเทศทั่วโลกและประเทศเพื่อนบ้าน การลักลอบนำเข้ามีโทษตามกฎหมายของประเทศนั้นๆ ซึ่งมีตั้งแต่การจำคุกตลอดชีวิต ไปจนถึงโทษประหารชีวิต

สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีความห่วงใยในสวัสดิภาพของประชาชน จึงขอเตือนสติ และแนะนำวิธีการป้องกันตนเอง เพื่อไม่ให้เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการลักลอบขนกัญชาข้ามชาติ
1. ห้ามรับฝากสิ่งของจากผู้อื่น: ห้ามรับฝากกระเป๋าเดินทางหรือสิ่งของจากบุคคลแปลกหน้า หรือแม้แต่คนรู้จัก เพื่อนำเดินทางออกนอกประเทศโดยเด็ดขาด หากตรวจพบสิ่งผิดกฎหมาย จะต้องรับโทษในฐานะผู้ครอบครองและลักลอบทำผิดกฎหมาย
2. ตรวจสอบสัมภาระอย่างละเอียด: ตรวจสอบกระเป๋าเดินทางของตนเองให้แน่ใจว่าไม่มีผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของกัญชา (เช่น ยาดม, ชา, ขนม, หรือเครื่องสำอางบางชนิด) ปะปนอยู่ก่อนเดินทางไปต่างประเทศ
3. ห้ามรับส่งสิ่งของข้ามประเทศโดยเด็ดขาด: ห้ามประชาชนรับงานเป็น “คนหิ้ว” เพื่อขนส่งสิ่งของหรือสัมภาระใดๆ ไปยังต่างประเทศโดยเด็ดขาด เพื่อความปลอดภัยของประชาชน เนื่องจากไม่สามารถทราบแน่ชัดได้ว่ามีสิ่งใดซุกซ่อนอยู่ภายในสัมภาระ หรือใครคือผู้อยู่เบื้องหลังการขนส่งดังกล่าว ขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติอาจพุ่งเป้า หลอกใช้ ข่มขู่ หรือแม้กระทั่งทำร้ายประชาชน เพื่อปกป้องเครือข่ายการกระทำความผิดของตน

ความร่วมมือจากภาคประชาชนคือกลไกสำคัญในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม หากพบเห็นพฤติกรรมต้องสงสัย ข้อผิดปกติ หรือบุคคลที่มีพฤติการณ์ลักลอบนำกัญชาออกนอกประเทศ หรือมีการชักชวนจ้างวานผ่านช่องทางออนไลน์ สามารถแจ้งเบาะแสทางสายด่วน 191 และ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง