เเพทย์เตือน เห็ดป่าอย่าเก็บมั่วถ้าไม่รู้จักชนิด-เสี่ยงมีพิษร้ายแรงและเสียชีวิตได้

หมอเตือน เห็ดป่าอย่าเก็บมั่วถ้าไม่รู้ชนิดอาจมีพิษร้ายแรง พื้นที่เฝ้าระวังอาจพบผู้ป่วยจากกินเห็ดมีพิษ

             จากกรณีที่กรมควบคุมโรค   ได้แจ้งเตือนประชาชนที่นิยมกินเห็ดป่าที่ขึ้นตามธรรมชาติ ให้ระมัดระวังเห็ดที่มีพิษ หากกินเข้าไปอาจมีความเสี่ยงต่อการเสียชีวิต  จากข้อมูลของกองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ได้เปิดเผยถึงสถานการณ์โรคอาหารเป็นพิษจากการรับประทานเห็ดมีพิษในปี 2565 ว่าพบผู้ป่วยแล้ว 81 ราย ซึ่งในรายล่าสุดนั้นกินเห็ดพิษที่คล้ายกับเห็ดโคน โดยเฉพาะช่วงนี้มีฝนตกลงมาหลายพื้น ทำให้เห็ดหลายชนิดเจริญเติบโตได้ดี โดยเฉพาะเห็ดป่าในพื้นที่ธรรมชาติ ซึ่งมีทั้งเห็ดกินได้ และเห็ดที่มีพิษ เมื่อเห็ดอยู่ในระยะดอกตูม จะมีความคล้ายคลึงกันมาก อาจทำให้ประชาชนเข้าใจผิด และนำเห็ดที่มีพิษมาปรุงประกอบอาหาร

4947a9cfad36837be32cbc94e3bcb982.jpg

             นายแพทย์สมาน ฟูตระกูล ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 7 จ.ขอนแก่น มีความห่วงใยต่อประชาชน โดยเฉพาะผู้ที่ชื่นชอบการรับประทานเห็ดป่าที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ  เนื่องจากเห็ดป่ามีทั้งเห็ดที่สามารถนำมากินได้ และเห็ดที่มีพิษซึ่งมีลักษณะคล้ายกันมากในขณะที่ยังเป็ดดอกตูม  เช่น เห็นไข่ห่านเหลือง และเห็ดไข่ห่านขาว เห็ดทั้งสองชนิดขณะเป็นดอกตูม ลักษณะจะเหมือนเห็ดระโงกหินทั้งขนาด สี ก็ยังเหมือนกันอีกด้วย   อาจทำให้ประชาชนเข้าใจผิด เมื่อนำมาปรุงเป็นอาหารรวมกับเห็ดชนิดอื่น โดยเฉพาะเห็ดที่ยังเป็นดอกตูม จะแยกชนิดของเห็ดได้ยากว่าเป็นเห็ดมีพิษหรือเห็ดที่สามารถกินได้  ดังนั้น จึงขอเตือนประชาชนให้ระมัดระวังเห็ดที่มีลักษณะดอกตูมที่ขึ้นตามธรรมชาติ ถึงแม้จะมีเพียงดอกเดียวก็ตาม  สำหรับเห็ดพิษที่เป็นสาเหตุทำให้เสียชีวิตส่วนใหญ่ คือ

1) เห็ดระโงกพิษ หรือบางที่เรียกว่าเห็ดระโงกหิน เห็ดระงาก เห็ดไข่ตายซาก ซึ่งเห็ดชนิดนี้คล้ายคลึงกับเห็ดระโงกขาว ที่กินได้ แต่มีลักษณะต่างกัน คือ เห็ดระโงกพิษ รอบขอบหมวกไม่มีรอยขีด ผิวก้านเรียบหรือมีขนเล็กน้อย ถุงหุ้มโคนรูปถ้วยแนบติดกับโคนก้าน เมื่อผ่าก้านดูจะมีลักษณะตัน  เห็ดระโงกพิษ มีชื่อเรียกตามภาษาท้องถิ่นในแต่ละภาค ภาคเหนือเรียกเห็ดไข่ห่าน เห็ดโม่งโก้ง ภาคอีสานเรียกเห็ดระโงกหิน เห็ดระงากหรือเห็ดสะงาก เห็ดระโงกตีนตัน ซึ่งมีรูปร่างคล้ายคลึงกันมากกับเห็ดที่กินได้ โดยเฉพาะเห็ดดอกอ่อนที่มีลักษณะเป็นก้อนกลมรีคล้ายไข่ที่ดอกยังบานไม่เต็มที่

2) เห็ดถ่านเลือด มีลักษณะคล้ายกับเห็ดถ่านเล็กที่กินได้ ขนาดดอกจะเล็กกว่า และไม่มีน้ำยางสีแดงส้ม 

3) เห็ดเมือกไครเหลือง ที่ประชาชนมักสับสนกับเห็ดขิง ซึ่งชนิดที่เป็นพิษจะมีเมือกปกคลุมและมีสีดอกเข้มกว่า 

4) เห็ดหมวกจีน มีความคล้ายกับเห็ดโคนที่กินได้ จุดสังเกตคือ ดอกนิ่มและบาง ก้านนิ่มด้านในกลวงตลอดก้าน 

         ทั้งนี้ภูมิปัญญาชาวบ้านที่ใช้ทดสอบความเป็นพิษของเห็ด เช่น การจุ่มช้อนเงินลงไปในหม้อต้มเห็ด การนำไปต้มกับข้าวสาร หรือใช้ปูนกินหมากป้ายที่ดอกเห็ด ถ้าเป็นเห็ดมีพิษจะกลายเป็นสีดำ ซึ่งวิธีเหล่านี้ยังไม่มีหลักฐานทางวิชาการอ้างอิงในการใช้ทดสอบพิษกับเห็ดกลุ่มนี้ได้ โดยเฉพาะเห็ดระโงกที่มีพิษทนต่อความร้อน แม้จะปรุงให้สุกก็ไม่สามารถทำลายพิษนั้นได้  และควรหลีกเลี่ยงการรับประทานเห็ดร่วมกับสุรา เพราะฤทธิ์จากแอลกอฮอล์จะทำให้พิษแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว และทำให้อาการรุนแรงขึ้นด้วย หากมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสียหลังจากกินเห็ดป่าเข้าไป  ไม่ควรล้วงคอหรือให้กินไข่ขาวดิบเพื่อกระตุ้นให้อาเจียน เพราะอาจทำให้เกิดแผลในคอ และการกินไข่ขาวดิบจะยิ่งทำให้ผู้ป่วยท้องเสียเพิ่ม หรือติดเชื้อได้ ให้รีบนำผู้ป่วยไปพบแพทย์ทันที และแจ้งประวัติการรับประทานเห็ดโดยละเอียด พร้อมกับนำตัวอย่างหรือภาพถ่ายเห็ดพิษไปด้วย หากประชาชนมีข้อสงสัยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422

.

.

ข้อมูลจาก :กลุ่มสื่อสารความเสี่ยงโรคและภัยสุขภาพ สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 7 จังหวัดขอนแก่น

พรสวรรค์ ชาติมนตรี (นักศึกษาฝึกประสบการณ์)

จราจรเชียงใหม่ หาแนวทางการแก้ไขปัญหาการจราจรเส้นทางถนนสายแก้วนวรัฐ รับฟังข้อเสนอแนะของโรงเรียน เพื่อแก้ไขปัญหาการจราจรร่วมกัน

จราจรเชียงใหม่ หาแนวทางการแก้ไขปัญหาการจราจรเส้นทางถนนสายแก้วนวรัฐ รับฟังข้อเสนอแนะของโรงเรียน เพื่อแก้ไขปัญหาการจราจรร่วมกัน

วันที่ 23 พฤษภาคม 2565 เวลา 07.00 น. พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย ผบก​. ภ.จว.เชียงใหม่มอบหมายให้ พ.ต.อ.ไพศาล นันตา รอง ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ (รับผิดชอบงานจราจร) พร้อม พ.ต.อ.เจน โสภา ผกก.กลุ่มงานจราจรภ.จว.เชียงใหม่ ลงพื้นที่ตรวจสอบสภาพการจราจรห้องควบคุมสั่งการจราจร(ศูนย์cctv) ของกลุ่มงานจราจรตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่และได้พบผู้บริหารโรงเรียนปรินส์ฯ เพื่อรับฟังข้อเสนอแนะแนวทางในการแก้ไขปัญหาการจราจรร่วมกัน พร้อมทั้งได้กำชับกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรใน 9 เส้นทางหลักของงานจราจร สภ.ต่างๆ อาสาจราจร และเจ้าหน้าที่จิตอาสา ให้อำนวยความสะดวกการจราจรให้กับผู้ใช้รถใช้ถนนได้รับความสะดวก-รวดเร็ว-ปลอดภัยในการเดินทางช่วงชั่วโมงเร่งด่วนเช้า-เย็น ทำให้การจราจรคล่องตัวมากขึ้น
283565641_396258592545381_6561420760353167585_n.jpg
283155325_396258485878725_1829881882637345184_n.jpg283365846_396258679212039_8267597910936294259_n.jpg
283155427_396258565878717_9134197134490812037_n.jpg
283162843_396258569212050_2159632272829639529_n.jpg
283171418_396258595878714_1879017892825648681_n.jpg

ผู้เสียหายคดีอู่มหาภัยเชียงใหม่ หอบหลักฐานร้องสื่อ ผ่านมาปีกว่าคดีไม่คืบ ขอเจ้าหน้าที่ตามตัวผู้ต้องหาพบมีหมายจับแต่ยังลอยนวล เผยมีผู้เสียหายเพิ่มต่อเนื่อง เตือน ปชช.อย่างหลงเชื่อ หวั่นได้ใจไปตระเวนก่อเหตุ

ผู้เสียหายคดีอู่มหาภัยเชียงใหม่ หอบหลักฐานร้องสื่อ ผ่านมาปีกว่าคดีไม่คืบ ขอเจ้าหน้าที่ตามตัวผู้ต้องหาพบมีหมายจับแต่ยังลอยนวล เผยมีผู้เสียหายเพิ่มต่อเนื่อง เตือน ปชช.อย่างหลงเชื่อ หวั่นได้ใจไปตระเวนก่อเหตุ

วันที่ 23 พ.ค.65 กลุ่มผู้เสียหายประกอบด้วย นายกริชเพชร อายุ 25 ปี พร้อมด้วย นายประสิทธิเวช อายุ 39 ปี และ ..สุนิสา อายุ 38 ปี ได้นำหลักฐานเดินทางทางเข้าร้องเรียนกับสื่อมวลชน เพื่อขอให้ช่วยนำเสนอข้อมูล และขอให้เจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องช่วยติดตามตัว นายธีรพงษ์ อายุ 27 ปี เจ้าของอู่ซ่อมรถแห่งหนึ่งในอำเภอเมืองเชียงใหม่ ที่เคยก่อเหตุฉ้อโกงหลอกลวงหลายรูปแบบ และเคยถูกกลุ่มผู้เสียหายจำนวนหลายสิบรายออกมาแฉพฤติกรรมที่มีทั้งนำรถไปซ่อมแล้วถูกถอดอะไหล่ชิ้นส่วนออกไป บางรายไม่ได้รถคืน ส่วนบางคนถูกหลอกขายรถให้แต่สุดท้ายไม่ได้รถ เมื่อตามทวงถามกลับถูกบ่ายเบี่ยงผู้เสียหายบางคนเข้าแจ้งความดำเนินคดี เจ้าของอู่ซ่อมรถก็จะเจรจาไกล่เกลี่ย สุดท้ายไม่ได้เงิน กระทั่งขณะนี้ผ่านมาปีกว่า แต่คดีไม่คืบหน้าแต่อย่างใด รวมทั้งทางผู้ต้องหาก็ยังลอยนวลตระเวนก่อเหตุมีผู้เสียหายรายใหม่ๆ เพิ่มขึ้น

>>>ผู้เสียหายหอบหลักฐานร้องสื่อ สุดทนพฤติกรรมหนุ่มเจ้าของอู่รถในตัวเมืองเชียงใหม่ ลวงซ่อมรถ เรียกเก็บค่าอะไหล่ สุดท้ายเชิดทั้งเงินค่าซ่อมและรถเอาไปขาย พบเสียหายแล้วกว่า 100 ราย

S__17621088.jpg

นอกจากนี้ นายธีรพงษ์ ยังเป็นผู้ต้องหาเคยถูกทางเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่ สภ.แม่ปิง .เชียงใหม่ จับกุมตัวดำเนินคดีเมื่อวันที่ 11 มี.ค. 64 แต่หลังจากนั้นได้ประกันตัวออกมา และไม่เข็ดหลาบยังคงตระเวนก่อเหตุซ้ำ อีกทั้งหลบหนีการขึ้นศาล ทำให้ผู้เสียหายรายเดิมๆ ไม่ได้รับการชดใช้ค่าเสียหาย และยังมีผู้เสียหายรายใหม่ปรากฏเพิ่มขึ้นอีกด้วย

S__17621093.jpg

ทั้งนี้ทางด้าน นายประสิทธิเวช เปิดเผยว่า สาเหตุที่นำหลักฐานเข้ามาร้องเรียนในวันนี้สืบเนื่องจากที่ผ่านมาไม่มีความคืบหน้าของคดีแต่อย่างใด แต่กลับมีผู้เสียหายเพิ่มขึ้น เพราะมีหลายคนพยายามติดตามหาตัว นายธีรพงษ์ หรือชื่อเล่น สิงโต ทั้งที่ไปตามหาที่บ้าน และพบว่ามีผู้เสียหายรายใหม่ 2-3 ราย ในเดือนก่อน ที่ถูกหลอกซื้อขายล้อแม็กรถยนต์ แต่ก็หายไปเลยและต้องตามมาหาตัวที่บ้าน ซึ่งปัจจุบันบ้านที่เคยเปิดเป็นอู่รถก็ไม่เปิดแล้ว โดยคาดว่า นายธีรพงษ์ น่าจะหลบหนีแต่ก็ไปตระเวนก่อเหตุที่อื่นอยู่ และคาดว่าน่าจะมีกลุ่มขบวนการที่ช่วยกันก่อเหตุทั้งในพื้นที่อื่น และในโซเชียล ส่วนในจังหวัดเชียงใหม่ เท่าที่ตรวจสอบเมื่อช่วงปีก่อนมีผู้เสียหายที่ตกเป็นเหยื่อของ นายธีรพงษ์ ประมาณ 200 กว่าราย แต่ไม่แน่คาดว่าในตอนนี้น่าจะมีเพิ่มขึ้นมาอีก และคาดว่ารวมกันไม่ต่ำกว่า 300 ราย

โดยตนอยากฝากเตือนภัยกับสังคม ถึงผู้ชายคนนี้ ที่ถือเป็นภัยสังคม และไม่อยากให้หลงเชื่อเพียงเพราะรูปร่างหน้าตา รวมถึงยังใช้ความรู้ที่มีในการไปตระเวนฉ้อโกงคนอื่น สร้างความเดือดร้อนให้กับสังคม นอกจากนี้ตนอยากฝากถึงเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องให้ช่วยดำเนินการติดตามเร่งรัดคดี และจับกุมตัวชายคนนี้ ถึงแม้จะมองว่าการก่อเหตุเป็นคดีเล็กๆ น้อยๆ แต่ก็มีผู้เสียหายหลานๆ รายรวมกัน และมีความเสียหายค่อนข้างมาก และแม้ว่าจะมีการออกหมายจับ 2-3 คดี แต่ก็ยังไม่ถูกจับกุมตีตัว จึงอยากขอให้ทางเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการกับผู้ต้องหารายนี้อย่างจริงจังด้วย

ขณะที่ทางด้าน นายกริชเพชร หนึ่งในผู้เสียหาย บอกว่า ตนเป็นผู้เสียหายที่ถูก นายธีรพงษ์ หลอกเสียหายไปประมาณ 35,000 บาท แต่ที่ผ่านมาก็ไม่สามารถติตต่อกับ นายธีรพงษ์ ได้เลย ซึ่งตนก็อยากให้ทางเจ้าหน้าที่ช่วยเร่งติดตามตัวชายคนนี้ให้ได้โดยเร็ว และตนเชื่อว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจน่าจะรู้จักและมีเบาะแสของชายคนนี้ เพราะเป็นคนที่ก่อเหตุมาหลายครั้ง และผ่านมากว่า 2 ปีแล้ว แต่ชายคนนี้ก็ยังลอยนวลและไปก่อเหตุหลอกลวงคนอื่นอยู่

ส่วนทางด้าน น.ส.สุนิสา ผู้เสียหายอีกราย บอกว่า ตนเป็นผู้เสียหายที่ได้นำรถยนต์กระบะไปซ่อมที่อู่ของ นายธีรพงษ์ แต่กลับถูกหลอกนำรถไปขาย และหลังจากที่ นายธีรพงษ์ ถูกจับกุม ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ติดตามนำรถยนต์ของกลางกลับคืนมาได้ แต่ก็พบว่ารถยนต์ที่ยำกลับมาได้นั้นสภาพก็ไม่ได้ดีเหมือนเดิม และหลังจากนั้น นายธีรพงษ์ ก็ไม่ได้มารับผิดชอบกับเรื่องที่เกิดขึ้นแต่อย่างใด รวมทั้งตนก็ไม่สามารถติดตามตัวได้ นอกจากนี้ยังถูกหลอกเสียเงินไปอีกประมาณ 4,000 กว่าบาท แต่เมื่อติดตามคดีกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ไม่มีความคืบหน้าเกี่ยวกับคดีของ นายธีรพงษ์ แต่อย่างใด ซึ่งตนอยากขอให้ทางเจ้าหน้าที่ได้ช่วยรีบเร่งดำเนินการจับกุมตัวผู้ชายคนนี้ให้ได้ เพราะตนก็เดือดร้อน อีกทั้งยังพบว่ามีผู้เสียหายเพิ่มขึ้น ซึ่งเกรงจะเป็นภัยต่อสังคม

S__17621095.jpgS__17621091.jpg

กรมควบคุมโรค ตั้งศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุข “โรคฝีดาษลิง” เฝ้าระวังคัดกรองผู้เดินทางจากประเทศที่มีการระบาด ย้ำขณะนี้ยังไม่พบผู้ติดเชื้อในไทย

กรมควบคุมโรค ตั้งศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุข “โรคฝีดาษลิง” เฝ้าระวังคัดกรองผู้เดินทางจากประเทศที่มีการระบาด ย้ำขณะนี้ยังไม่พบผู้ติดเชื้อในไทย

เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2565 นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า จากรายงานข่าวที่ประชาชนให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก กรณีสหราชอาณาจักรพบผู้ติดเชื้อโรคฝีดาษลิงนั้น กรมควบคุมโรคในฐานะที่เป็นหน่วยงานซึ่งมีหน้าที่ป้องกันควบคุมโรค โดยเฉพาะโรคอุบัติใหม่ และโรคอุบัติซ้ำ จึงได้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุข กรมควบคุมโรค กรณีโรคฝีดาษลิง (Monkeypox) เพื่อเฝ้าติดตามสถานการณ์ แนวโน้ม พร้อมทั้งคาดการณ์สถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต เพื่อจัดทำแผนทั้งในระยะยาว ระยะกลาง ในการปรับปรุงกลยุทธ์ และมาตรการให้เหมาะสม

โดยองค์การอนามัยโลก (WHO) แถลงการณ์ยืนยันว่า พบผู้ป่วยโรคฝีดาษลิงแล้วประมาณ 80 ราย และมีผู้ป่วยสงสัยเป็นฝีดาษลิงอยู่ระหว่างการสอบสวนโรค 50 ราย ใน 11 ประเทศที่ไม่ใช่แหล่งระบาดของโรคฝีดาษลิงและมีแนวโน้มที่จะพบผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้นในอีกหลายประเทศ โดยผู้ป่วยรายแรกที่พบในการระบาดครั้งนี้เป็นผู้ป่วยในประเทศสหราชอาณาจักรอังกฤษ ที่มีประวัติเดินทางไปยังประเทศไนจีเรียช่วงปลายเดือนเมษายน ด้วยเหตุนี้ ทางประเทศสหราชอาณาจักรอังกฤษจึงเริ่มดำเนินการเฝ้าระวังและค้นหาผู้ป่วยเพิ่มเติม ซึ่งในขณะนี้พบผู้ป่วย กว่า 100 รายแล้ว จาก 15 ประเทศ ได้แก่ สหราชอาณาจักรอังกฤษ สเปน โปรตุเกส อิตาลี เบลเยียม ฝรั่งเศส เยอรมันนี สวีเดน สหรัฐอเมริกา แคนาดา ออสเตรเลีย อิสราเอล เนเธอร์แลนด์ สวิตเซอร์แลนด์ และกรีซ

นายแพทย์โอภาส กล่าวต่อไปว่า ประเทศไทยยังไม่มีรายงานผู้ป่วยโรคฝีดาษลิง อย่างไรก็ตามในระยะนี้ เป็นช่วงที่เริ่มเปิดให้มีการเดินทางเข้าประเทศได้มากขึ้น และเป็นช่วงเตรียมการเข้าสู่การเป็นโรคประจำถิ่นของโรคโควิด 19 ดังนั้น อาจมีความเสี่ยงจากผู้เดินทางมาจากพื้นที่ที่มีการระบาด ได้แก่ สหราชอาณาจักรอังกฤษ สเปน โปรตุเกส อิตาลี เบลเยียม ฝรั่งเศส เยอรมันนี สวีเดน สหรัฐอเมริกา แคนาดาและออสเตรเลีย หรือผู้ที่เดินทางมาจากประเทศในทวีปแอฟริกากลาง และแอฟริกาตะวันตกได้ ทั้งในช่องทางการเข้า-ออกระหว่างประเทศ หรือผู้ที่เดินทางจากประเทศดังกล่าวไปในจังหวัดท่องเที่ยวสำคัญต่างๆ  จากข้อมูลกองด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศและกักกันโรค กรมควบคุมโรค ได้รายงานว่า จำนวนผู้เดินทางที่ลงทะเบียนจากประเทศเสี่ยงสูง ได้แก่ สหราชอาณาจักร สเปน โปรตุเกส โดยระหว่างวันที่ 1-22 พ.ค. 65 นี้ มีผู้เดินทางจากสหราชอาณาจักร จำนวน 13,142 คน จากสเปน 1,352 คน และโปรตุเกส 268 คน

กรมควบคุมโรค ได้มีการยกระดับเพื่อเฝ้าระวังผู้ที่เดินทางจากประเทศเสี่ยงเหล่านี้ ขอให้พี่น้องประชาชนติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด และหากต้องเดินทางไปยังประเทศที่พบผู้ป่วยฝีดาษลิง ควรระมัดระวัง ดังนี้ 1) หลีกเลี่ยงการสัมผัสสัตว์พาหะ ได้แก่ สัตว์ฟันแทะ เช่น หนู กระรอก และสัตว์ตระกูลไพรเมต เช่น ลิง ถึงแม้ว่ายังไม่มีรายงานพบเชื้อในสัตว์เหล่านี้ในประเทศไทยก็ตาม หากมีการสัมผัสสัตว์ให้รีบล้างมือด้วยสบู่และน้ำสะอาด และหลังจากเดินทางกลับจากประเทศที่มีการระบาดของโรคฝีดาษลิง ให้สังเกตอาการ หากพบมีความผิดปกติ เช่น มีไข้ มีตุ่มผื่นที่ใบหน้า แขน และขา ให้รีบพบแพทย์ทันที พร้อมทั้งแจ้งประวัติการเดินทาง  2) ปฏิบัติตามมาตรการ Universal Prevention (UP) โดยการหมั่นล้างมือด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์บ่อยๆ แยกของใช้ส่วนตัวทุกชนิดไม่ใช้ร่วมกับผู้อื่น หลีกเลี่ยงการใช้มือสัมผัสใบหน้า ตา จมูก ปาก กินอาหารปรุงสุก เป็นต้น  3) หลีกเลี่ยงการสัมผัสสารคัดหลั่ง บาดแผล เลือดน้ำเหลืองของสัตว์ หรือกินเนื้อสัตว์ติดเชื้อที่ปรุงไม่สุก และหลีกเลี่ยงการสัมผัสสารคัดหลั่ง เช่น น้ำลาย ละอองฝอย หรือน้ำเหลืองจากผู้ที่สงสัยป่วยหรือมีประวัติเสี่ยง  ทั้งนี้ การแพร่เชื้อจากคนสู่คน แม้มีโอกาสน้อย แต่อาจเกิดขึ้นได้จากการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยผ่านทางสารคัดหลั่ง จากทางเดินหายใจ หรือผิวหนังที่เป็นตุ่ม ซึ่งทางกรมควบคุมโรคจะเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด และแจ้งให้พี่น้องประชาชนทราบเป็นระยะ หากมีข้อสงสัยสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 02 5903839 หรือ 1422

เคยมั้ย?ที่ได้ยินเพลงอะไรซ้ำๆจนทำให้หลอนติดหู-ร้องวนไปวนมาทั้งวัน

เคยมั้ย?ที่ได้ยินเพลงอะไรซ้ำๆจนทำให้หลอนติดหู-ร้องวนไปวนมาทั้งวัน ยิ่งปัจจุบันมีแอป Tiktok แอปที่มีแต่กระแสเพลงดังติดหูกันทั่วบ้านทั่วเมือง ยิ่งวันไหนมีเพลงใหม่ๆเข้ามาก็ยิ่งทำให้คนเล่นเพลงนั้นเยอะจนทำให้เราได้ยินเพลงนั้นซ้ำๆทำให้เราหลอนหูจนต้องร้องตามแล้วเราก็จะร้องได้แต่ท่อนนั้นๆซ้ำๆวนไปมา วันนี้แอดจะพาทุกคนมารู้จัก Earworm หรืออาการเพลงติดหูว่าเกิดขึ้นจากอะไรแล้วมีวิธีแก้ยังไงไปดุกันนน….

Earworm คืออะไร?

             Earworm หรือชื่ออย่างเป็นทางการคือ Involuntary Musical Imagery (INMI) คืออาการที่เรานึกถึงเนื้อเพลงนั้น ๆ วนเวียนอยู่ในหัวไปมา หรือเรียกง่าย ๆ ว่าอาการเพลงติดหู ซึ่งไม่จำเป็นว่าเพลงที่ติดหูเรานั้นจะต้องเป็นเพลงที่เราชื่นชอบแล้วร้องบ่อย ๆ เสมอไป

             โดยจากการศึกษาที่ถูกตีพิมพ์ในวารสาร Psychology of Aesthetics, Creativity and the Art ก็ได้อธิบายภาวะ Earworm ไว้ว่า เพลงที่มักจะทำให้เกิดภาวะ Earworm มักจะเป็นแนวเพลงป๊อป มีจังหวะค่อนข้างเร็ว เมโลดี้จำง่าย และมักจะมีเนื้อเพลงที่ร้องซ้ำ ๆ กันค่อนข้างมาก ส่งผลให้สมองในส่วนการจดจำของเราเก็บเอาเนื้อเพลงและทำนองที่ได้ยินซ้ำ ๆ นั้นมาคิดวนเวียนอยู่ในหัวสมอง กระทั่งเพลงนั้นติดหูเราในที่สุด

             ทั้งนี้ ทีมวิจัยได้ทำการทดลองกับกลุ่มอาสาสมัครกว่า 3,000 คน โดยนำเพลงฮิตติดชาร์ต และเพลงที่ก่อให้เกิดอาการเพลงติดหูประมาณ​ 100 เพลงมาให้อาสาสมัครฟัง โดยไม่ได้บอกชื่อเพลงว่าแต่ละเพลงนั้นมีชื่อว่าอะไร ซึ่งจากการทดลองทำให้เห็นว่า เพลงที่ติดหูคนฟังมากที่สุดมักจะมีลักษณะทำนองคล้าย ๆ กัน คือ เริ่มต้นด้วยจังหวะเร็ว มีคำร้องท่อนแรกเป็นโน้ตสูง ส่วนคำร้องท่อนต่อมาจะเป็นโน้ตต่ำ เช่น เพลง Bad Romance ของเลดี้ กาก้า หรือเพลง Move Like Jagger ของวง Maroon 5 ซึ่งเป็นเพลงที่มีท่อนโซโล่ซ้ำ ๆ หลายครั้งกว่าจะเข้าเนื้อเพลง หรือแม้แต่เพลงฮิตจนเป็นกระแสไวรัล เช่น เพลง PPAP หรือเพลงคุกกี้เสี่ยงทาย ของวง BNK48 ก็มีลักษณะทำนองและเนื้อร้องเข้าเกณฑ์นี้ด้วยเช่นกัน

Earworm เกิดขึ้นกับใครได้บ้าง?

         คนที่สุ่มเสี่ยงจะเกิดอาการ Earworm ได้บ่อยที่สุดมักจะเป็นคนที่ชอบฟังเพลง ฟังวิทยุบ่อย ๆ ซึ่งวิทยุก็มักจะเปิดเพลงที่กำลังฮิตเกือบจะทุกชั่วโมงเลยก็ว่าได้ ดังนั้นก็ไม่ต้องแปลกใจที่คนกลุ่มนี้จะมีอาการเพลงติดหูได้มากกว่ากลุ่มอื่น ๆ

อาการ Earworm สามารถเกิดขึ้นได้บ่อยๆ

1.คนที่มีทักษะการจดจำที่ดี 

2.กลุ่มคนที่มีอาการย้ำคิดย้ำทำ 

3.คนที่มีจิตใจอ่อนไหวง่าย 

4.ความเซนซิทีฟค่อนข้างสูง

Earworm นับเป็นโรคอย่างหนึ่งไหม ?

         โรค Earworm ไม่มีจริงค่ะ เพราะ Earworm คืออาการเพลงติดหูเพียงชั่วระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น โดยบางคนอาจมีอาการ Earworm 1-2 ชั่วโมง หรือในช่วงที่สมองว่าง ๆ อาจฮัมเพลงนั้นอยู่ในใจเป็นวันก็ได้ ทว่าอาการ Earworm จะไม่อยู่กับเรานาน หากมีสิ่งที่น่าสนใจ สมองมีเรื่องที่ต้องคิดอะไรอย่างจริงจัง เพลงที่ติดหูอยู่นั้นก็จะหายไปสักพัก และอาจจะไม่กลับมาวนเวียนในสมองอีกเลย เพราะในแต่ละวันสมองเราต้องคิด ต้องทำงาน รวมทั้งมีความสนใจในเรื่องต่าง ๆ มากมาย

Earworm แก้ได้ง่าย 6 วิธี !         

       แม้จะไม่ใช่โรคหรือความผิดปกติทางร่างกาย ทว่าอาการเพลงติดหูก็สร้างความน่ารำคาญใจให้เราไม่เบาเลยทีเดียว ฉะนั้นมาดูวิธีแก้ Earworm กันดีกว่า

  1. ลองเคี้ยวหมากฝรั่งดูสิ
  2. ร้องเพลงนั้นออกมาให้จบไปเลย
  3. โทรศัพท์คุยกับเพื่อนหรือใครสักคน
  4. ทำกิจกรรมที่กระตุ้นความจำในระดับกลาง
  5. เลี่ยงการฟังเพลงก่อนเข้านอน รวมถึงเลี่ยงการฟังเพลงเดิมซ้ำไปมา
  6. อย่าฝืน บางครั้งการที่เรายิ่งฝืนสลัดเพลงออกจากหัว กลับให้ผลตรงข้าม

.

.

ที่มา : kapook

พรสวรรค์ ชาติมนตรี (นักศึกษาฝึกประสบการณ์)

เชียงใหม่ ชาวบ้านร้องถูกเซลล์สาวสุดแสบหลอกขายรถเชิดเงินดาวน์ บางรายจ่ายเงินซื้อสดแต่ถูกนำไปเข้าสินเชื่อโดยที่ไม่รู้ตัว มีผู้เสียหายแล้วกว่า 50 ราย

เชียงใหม่ ชาวบ้านร้องถูกเซลล์สาวสุดแสบหลอกขายรถเชิดเงินดาวน์ บางรายจ่ายเงินซื้อสดแต่ถูกนำไปเข้าสินเชื่อโดยที่ไม่รู้ตัว มีผู้เสียหายแล้วกว่า 50 ราย

วันที่ 23 พ.ค. 65 ชาวบ้านอำเภออมก๋อย อำเภอจอมทอง อำเภอฮอด อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่และชาวบ้านอำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก และชาวบ้านในพื้นที่แม่ฮ่องสอน รวมมากเกือบ 50 ราย พร้อมกับทนายความ และนายคัมภีร์ สมัยอาทร นายกองค์การบริหารส่วนตำบลอมก๋อย เข้ายื่นหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ผ่านนายนวพร แสงหนุ่ม นักวิเคราะห์นโยบายและแผน ชำนาญการ ศูนย์ดำรงธรรม จังหวัดเชียงใหม่

1df37780-c9cd-479e-abea-164f7b9b8297.mp4_000001907.png

โดยขอให้ช่วยเหลือชาวบ้าน ที่กำลังทุกข์หนัก และเดือดร้อนเป็นอย่างมาก หลังจากที่ก่อนหน้านี้ ถูกเชลล์สาววัย 33 ปี พนักงานบริษัทขายรถยนต์ชื่อดัง ใน .จอมทอง ขึ้นไปขายรถยนต์ ให้ชาวบ้านบนดอยและหลงเชื่อซื้อรถยนต์ผ่านหญิงสาวคนดังกล่าวมีทั้งซื้อเงินสด ซื้อเงินผ่อน และขอผ่อนเป็นรายปี เนื่องจากชาวบ้านมีรายได้จากการเกษตรตามฤดูกาลเมื่อจ่ายเงินให้ไปแล้ว แต่กลับนำเงินไปใช้ส่วนตัวไม่ไปจ่ายให้กับบริษัทสินเชื่อ หรือจ่ายให้กับบริษัทรถยนต์รายที่ซื้อเงินสด ปลอมแปลงเอกสารโดยทางบริษัทปฏิเสธความรับผิดชอบ อ้างไล่ออกไปแล้วและขณะนี้แม้ว่าหญิงสาวคนดังกล่าวจะถูกจับกุมไปแล้วช่วงต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมามูลค่าความเสียหายไม่ต่ำกว่า 20 ล้านบาท แต่ความเดือดร้อนยังตามมาถูกบริษัทสินเชื่อไล่ตามยึดรถ ที่ไม่ได้นำเงินไปจ่ายทำให้ชาวบ้านเป็นทุกข์หนัก เป็นหนี้คนละหลายแสนบาท จึงมาขอความช่วยเหลือทางผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ทั้งที่ชาวบ้านทำมาหากินสุจริต ล่าสุดยังมีนายพิบูล อายุ 38 ปี ชาวบ้านตำบลบ้านแปะ อำเภอจอมทอง ที่ซื้อรถยนต์เงินสดจ่าย 2 งวด เป็นเงินกว่า 6 แสนบาท แต่กลับมีบริษัทสินเชื่อ ส่งจดหมายมาทวงเงินค่างวด ที่นำไปเข้าไฟแนนซ์มากกว่า 4 แสนบาททั้งที่จ่ายเงินสดซื้อ และไม่ได้เอารถไปเข้าไฟแนนซ์แต่อย่างใดโดยทางเจ้าหน้าที่จะมีการประสานบริษัทสินเชื่อและชาวบ้าน มาหารือเพื่อชะลอหนี้ออกไปก่อน และจะมีการฟ้องแพ่งต่อไป

5fa40d55-d99d-4352-9841-a63ff45f1609.mp4_000001433.png

𝟐𝟖-𝟐𝟗 พ.ค. นี้ 𝐏𝐫𝐞-𝐒𝐚𝐥𝐞 โครงการใหม่ ศุภาลัย ทัสคานี วัลเล่ย์ “ 𝗘𝗨𝗥𝗢𝗣𝗘𝗔𝗡 𝗔𝗥𝗧𝗜𝗦𝗧𝗥𝗬 𝗔𝗠𝗜𝗗𝗦𝗧 𝗛𝗜𝗟𝗟𝗦𝗖𝗔𝗣𝗘 𝗦𝗖𝗘𝗡𝗘𝗥𝗬”

🚩𝟐𝟖-𝟐𝟗 พ.ค. นี้ 𝐏𝐫𝐞-𝐒𝐚𝐥𝐞 โครงการใหม่ ศุภาลัย ทัสคานี วัลเล่ย์ “ 𝗘𝗨𝗥𝗢𝗣𝗘𝗔𝗡 𝗔𝗥𝗧𝗜𝗦𝗧𝗥𝗬 𝗔𝗠𝗜𝗗𝗦𝗧 𝗛𝗜𝗟𝗟𝗦𝗖𝗔𝗣𝗘 𝗦𝗖𝗘𝗡𝗘𝗥𝗬”

▶สะท้อนศิลปะหรูแบบยุโรป โอบกอดด้วยทัศนียภาพแห่งขุนเขา แบบ Panoramic View ที่งดงามไม่เหมือนใคร ครั้งแรกในเชียงใหม่กับอาณาจักรส่วนตัวที่ยิ่งใหญ่ไม่เหมือนใคร พร้อมแบบบ้านดีไซน์ใหม่ ที่ได้แรงบันดาลใจในการออกแบบมาจากสถาปัตยกรรมสไตล์ทัสคานี ประเทศอิตาลี
.
▶จัดเต็มกับสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายในโครงการ อาทิ คลับเฮ้าส์หรูพร้อมสระว่ายน้ำ ที่ได้ทั้งว่าย ได้ทั้งวิว ฟิต แอนด์ เฟิร์ม กับห้องฟิตเนสพร้อมอุปกรณ์ออกกำลังกายครบครันทันสมัย เติมเต็มไอเดียใหม่ๆ กับพื้นที่ Co-Working Space พร้อมสวนส่วนกลางขนาดใหญ่ ให้คุณสูดอากาศยามเช้าได้เต็มปอด พร้อมเปิดรับมุมมองใหม่ๆ แบบไร้ขอบเขต
.
▶เพลิดเพลินกับการ ช้อป-กิน-ดื่ม กับ “เดอะ กาดฝรั่ง แม่ริม” คอมมูนิตี้มอลล์หรูแห่งใหม่ บริเวณหน้าโครงการ สะดวกสบายทุกการเดินทาง โครงการตั้งอยู่ริมถนนโชตนา เยื้องสนามกอล์ฟซัมมิท กรีนวัลเล่ย์
.
📣พลาดไม่ได้ !!! เปิดจองครั้งแรกในงาน Pre Sale เสาร์และอาทิตย์ที่ 28-29 พฤษภาคมนี้
.
📍ราคาเริ่ม 4.99-16 ล้านบาท
📍พร้อมรับของแถมและส่วนลดสูงสุด 800,000 บาท

แล้วพบกัน!! ณ สำนักงานขาย โครงการ ศุภาลัย ทัสคานี วัลเล่ย์ ตั้งแต่เวลา 09.00 น. เป็นต้นไปนะคะ
.
👉ลงทะเบียนเพื่อรับข้อมูล คลิ๊ก :: https://bit.ly/3Kn3pTW
👉Add line คลิ๊ก :: https://lin.ee/MLYuOvS
หรือโทร 1720

อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ประกาศเปิดแหล่งท่องเที่ยวน้ำตกทุกแห่ง หลังสถานการณ์กลับสู่สภาวะปกติ

อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ประกาศเปิดแหล่งท่องเที่ยวน้ำตกทุกแห่ง หลังสถานการณ์กลับสู่สภาวะปกติ

ประกาศอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ เรื่อง เปิดแหล่งท่องเที่ยวประเภทน้ำตกทุกแห่งและเส้นทางศึกษาธรรมชาติผาดอกเสี้ยว ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ตำบลบ้านหลวง อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ ระบุว่าตามประกาศอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ลงวันที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2565 เรื่อง ปิดแหล่งท่องเที่ยวประเภทน้ำตกในพื้นที่อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์เป็นการชั่วคราว เพื่อเฝ้าระวังสถานการณ์ภัยพิบัติทางธรรมชาติ เนื่องจากมีฝนตกต่อเนื่องในพื้นที่อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ท้องที่ตำบลบ้านหลวง อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ บัดนี้ สถานการณ์ดังกล่าวเข้าสู่สภาวะปกติแล้ว

อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ จึงขอประกาศเปิดแหล่งท่องเที่ยวประเภทน้ำตกทุกแห่งและเส้นทางศึกษาธรรมชาติผาดอกเสี้ยว ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ท้องที่ตำบลบ้านหลวง อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ทั้งนี้ ให้นักท่องเที่ยวงดลงเล่นน้ำในแหล่งท่องเที่ยวประเภทน้ำตกทุกแห่ง และระมัดระวังสถานการณ์ภัยพิบัติทางธรรมชาติ เช่น น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่มในช่วงฤดูฝนและให้ปฏิบัติตามระเบียบกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ว่าด้วยการเข้าไปในอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2563 อย่างเคร่งครัด สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมทางหมายเลขโทรศัพท์ 053-286729

จึงประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน ประกาศ ณ วันที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2565

เหนื่อยจริงๆเกิดมาเป็นลิง ตั้งแต่มาอยู่ที่นี่ อยู่ในป่าก็ดีอยู่แล้ว

ผู้ใช้ TikTok: @showclipdet โพสต์คลิปตลกเจ้าของให้สัตว์เลี้ยงช่วยเจ้าของล้างรถ โดยกล่าวว่าเหนื่อยจริงๆเกิดมาเป็นลิง ตั้งแต่มาอยู่ที่นี่ อยู่ในป่าก็ดีอยู่แล้ว ซึ่งในคลิปใช้ลิงช่วยล้างรถ เช็ดรถทำความสะอาด

@showclipdet เหนื่อยจิงๆตั้งแต่มาอยู่ที่นี่ อยู่ป่าดีๆอยู่แล้ว🤣😆#tiktokuni #tiktok #สัตว์เลี้ยงtiktok #ลิงทำงาน ♬ original sound – baddoo

 

ที่มา : ผู้ใช้ TikTok: @showclipdet

ณัฐกานต์ จี๋แปง (นักศึกษาฝึกประสบการณ์)

เมื่อออกไปตกปลา แล้วเจอกับสิ่งนี้ถึงกับอ้าปากค้าง

ผู้ใช้ TikTok: @scorpion_prince_11  ให้คำแนะนำว่า เมื่อจะไปตกปลา นี่คือเหตุผลทำไมไม่ควรออกไปนอกทะเล และเมื่อใส่แว่นตัดแสงตกปลานั้นก็เจอกับวาฬยักษ์ 

@scorpion_prince_11 Naw I’ll pass on that fishing trip 💀 #fypシ #blowthisup #oceanmonsters #massive #tinyboat #whaleshark ♬ som original – D O M I N G O S

ที่มา : @scorpion_prince_11
ณัฐกานต์ จี๋แปง (นักศึกษาฝึกประสบการณ์)

ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ใกล้ถนนวงแหวนรอบสองป่าไผ่เหนือ ต.สันพระเนตร ร้องน้ำท่วมขังวันที่ 3 แล้ว ยังไม่มีหน่วยงานเข้าช่วยเหลือ จนน้ำเริ่มเน่าส่งกลิ่นเหม็น

ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ใกล้ถนนวงแหวนรอบสองป่าไผ่เหนือ ต.สันพระเนตร ร้องน้ำท่วมขังวันที่ 3 แล้ว ยังไม่มีหน่วยงานเข้าช่วยเหลือ จนน้ำเริ่มเน่าส่งกลิ่นเหม็น

วันที่ 23 พ.ค. 65 ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่หมู่ที่ 2 ซอย 3 ถนนวงแหวนรอบสองป่าไผ่เหนือ ต.สันพระเนตร อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ ร้องเรียนขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปช่วยเหลือ หลังเกิดฝนตกหนักเมื่อวันที่ 21 พ.ค. จนน้ำทะลักท่วมพื้นที่ ล่าสุดเข้าสู่วันที่ 3 แล้ว ระดับน้ำยังท่วมสูงประมาณ 40 – 50 เซนติเมตร และไม่มีทีท่าว่าน้ำจะลด

758028.jpg

ขณะที่อพาร์ตเมนต์ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ก็นำกระสอบทรายมากั้น และนำเครื่องสูบน้ำมาระบายน้ำออกด้านนอก จนทำให้น้ำเพิ่มระดับสูงขึ้น และไม่มีช่องทางระบายน้ำออกเพราะมีการนำกระสอบทรายมากั้น จึงอยากให้ผู้รับผิดชอบเร่งน้ำเครื่องสูบน้ำมาระบายน้ำออก เพราะน้ำที่ท่วมขังเริ่มส่งกลิ่นเหม็นเน่า

759867.jpg

ชาวบ้าน บอกว่า โทรศัพท์ไปแจ้งเทศบาลตำบลสันทรายหลวง ให้เข้ามาช่วยเหลือแล้ว แต่เจ้าหน้าที่แจ้งว่า ระดับหัวหน้าติดประชุม จึงรับเรื่องไว้เพื่อประสานงานต่อ

758027.jpg

พื้นที่ที่ถูกน้ำท่วม อยู่ในเขตรอยต่อระหว่างเทศบาลตำบลสันทรายหลวง และเทศบาลตำบลสันพระเนตร ซึ่งเทศบาลตำบลสันพระเนตรได้นำเครื่องสูบน้ำเข้ามาระบายน้ำที่ท่วมขังในหมู่บ้านสินธนา ที่อยู่ด้านในของพื้นที่หมู่ 2 ซอย 3 จนน้ำเริ่มลดระดับลงแล้ว ในขณะที่บริเวณหมู่ 2 ซอย 3 ยังมีน้ำท่วมขัง สำหรับพื้นที่ที่ได้รับความเดือดร้อน อยู่ใกล้ถนนวงแหวนรอบกลาง จากสี่แยกแม่คาวสะอาดใส ซอยหมู่บ้านสินธนา มุ่งหน้าไปทางสี่แยกบวกครก ( ก่อนถึงมหาวิทยาลัยพายัพ)

758029.jpg759555.jpg759556.jpg759557.jpg759866.jpg759932.jpg

ควรจะมีอะไรก่อนกันมีลูกเมื่อพร้อมหรือพ่อเมื่อพร้อม ?

ผู้ใช้ TikTok :@oxxdxo ลงคลิปแล้วตั้งคำถามว่า ควรจะมีอะไรก่อนกันมีลูกเมื่อพร้อมหรือพ่อเมื่อพร้อม ?  เมื่อพ่อกำลังละหมาดอยู่ ส่วนลูกนั้นจะถูกจะแพงขอแดงไว้ก่อน

ไม่มีคำอธิบายไม่มีคำอธิบายไม่มีคำอธิบายไม่มีคำอธิบาย
คลิปเต็ม: https://vt.tiktok.com/ZSdXuTWhF/

ณัฐกานต์ จี๋แปง (นักษาฝึกประสบการณ์)

 

สุดปัง! อีกหนึ่งโฆษณาในโลกออนไลน์รับเปิดเทอม สำหรับโฆษณาของแบรนด์ MISTINEคอนเซปต์ #ฉายแสงทุกการเติบโต

สุดปัง! อีกหนึ่งโฆษณาในโลกออนไลน์ ที่กลายเป็นไวรัลกระเเสรับเปิดเทอม สำหรับโฆษณาของแบรนด์ MISTINEที่ได้รับคำชมมากมาย ได้ถ่ายทอดวีดีโอเรื่องราวในคอนเซปต์ #ฉายแสงทุกการเติบโต“ โรงเรียนคือสถานที่แห่งการเรียนรู้ “   ถึงแม้กฏระเบียบบางอย่างในโรงเรียนไม่สามารถปรับเปลี่ยน แต่ MISTINE เชื่อว่าทุกคนสามารถดูดีได้ในแบบของตัวเองและเราสนับสนุนให้ทุกคนได้เป็นตัวของตัวเอง

#ฉายแสงทุกการเติบโต

#IamPerfectlyME

#MISTINE

#ครูพนมวัน

และในวีดีโอได้มีการนำเสนอบทสนทนาระหว่าง ‘คุณครูพนมวัน’และเหล่านักเรียนหญิงที่มีการแต่งหน้ามาโรงเรียน โดยมีการพูดถึงการแต่งของนักเรียนแต่ละคน ว่าทำไมแต่งแบบนี้และสอนให้นักเรียนได้รู้ว่าควรทำแบบไหน ควรแต่งอย่างไรให้ถูกต้อง

d7240294d532babaeebdfede494c4ba0.png37c818b701bc18be959028ef6d452c43.pngee33e76092b64794b8e237a63746698d.png

และในวิดีโอมีประโยคหนึ่งที่ชาวเน็ตให้ความสนใจกันมากที่สุดก็คือตอนที่เหล่านักเรียนหญิงบอกคุณครูพนมวันว่า… “ (ยกมือ)แต่ครูคะ ครูรณชัย ห้อง 6/3 บอกว่าเป็นเด็กเป็นเล็กยังไม่ควรแต่งหน้า มันแก่แดด” ซึ่ง ครูพนมวัน ก็ได้โต้ตอบกลับไปว่า…“โว้ย! หัวโบราณอย่าปล่อยให้ความคิด Male Dominated มาครอบงำ ทำตัวเองให้สวยกับแก่แดดมันคนละเรื่องกัน”

ทำเอาชาวเน็ตกับคอมเมนต์ชื่นชมให้ในประโยคที่ว่า “ทำตัวเองให้สวยกับแก่แดดมันคนละเรื่องกัน” และเป็นโฆษณาที่ดีสะท้อนสังคมในปัจจุบันได้จริง

ที่มา : MISTINE OFFICIAL  

พรสวรรค์ ชาติมนตรี (นักศึกษาฝึกประสบการณ์)

สารเคมีในเห็ดขี้ควายมีส่วนช่วยบำบัดภาวะซึมเศร้าของผู้ป่วยมะเร็งได้

มีงานวิจัยจำนวนมากที่พบว่าสารซีโลไซบิน (psilocybin) ซึ่งอยู่ในเห็ดขี้ควายหรือ magic mushroom สามารถรักษาผู้ที่มีอาการซึมเศร้าได้ เมื่อใช้ร่วมกับจิตบำบัด เพียงแค่สารซีโลไซบินหยดหนึ่งสามารถบรรเทาความกังวลและอาการซึมเศร้าในผู้ป่วยมะเร็งได้ในระยะยาว

งานวิจัยเมื่อ 4 ปีก่อนเปิดเผยว่า ผู้ป่วยโรคมะเร็งที่ได้รับสารซีโลไซบินมีอาการวิตกกังวลน้อยลง ภาวะซึมเศร้า สิ้นหวัง ไม่มีความมั่นใจและวิตกกังวลเกี่ยวกับความตายลดลง หลังจากที่ได้รับยานี้ร่วมกับการรักษาด้วยจิตบำบัด 

ตอนนั้นนักวิจัยทดลองใช้สารเคมีในเห็ดขี้ควายทดลองกับผู้ป่วยมะเร็ง 29 คน ที่มีอาการวิตกกังวลและอยู่ในภาวะซึมเศร้า แต่ละคนได้รับสารซีโลไซบิน 1 หยดหรือไม่ก็วิตามินปลอม ผ่านไป 7 สัปดาห์ ก็สลับกัน ร่วมกับกระบวนการจิตบำบัด 9 ครั้ง ภายใน 6 เดือนครึ่งหลังจากได้รับสารซีโลไซบิน ผู้ป่วยแสดงอาการวิตกกังวลและภาวะซึมเศร้าลดลงประมาณ 60-80% รวมทั้งมีทัศนคติต่อความตายที่ดีขึ้น
3bbc3bd2be1c6b4a7f3a79ec5a6348a2.jpg

ที่มาภาพ: DEA/Handout via REUTERS

เมื่อติดตามผู้ป่วย 15 คนจาก 29 คนต่อไปอีก 3.2-4.5 ปีก็พบว่ามีพัฒนาการที่ดีในระยะยาว ผลการศึกษาที่ตีพิมพ์ในวารสาร Journal of Psychopharmacology เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2020 ระบุว่า ตนเองยกประโยชน์ให้กับการเปลี่ยนวิธีรักษามาเป็นการบำบัดด้วยสารซีโลไซบิน มีผู้ป่วยมากกว่า 70% รู้สึกในแง่บวกกับการเปลี่ยนแปลงของชีวิตจากประสบการณ์บำบัด ให้คะแนนว่าเป็นประสบการณ์ที่มีความหมายและประสบการณ์ทางจิตวิญญาณที่สำคัญกับชีวิต 

สตีเฟน รอสส์ จิตแพทย์ แผนกจิตแพทย์มหาวิทยาลัยนิวยอร์ก ซึ่งเป็นหัวหน้าทีมวิจัยเมื่อปี 2016 ด้วยกล่าวถึงผลการศึกษาล่าสุดว่า ผลการวิจัยแสดงให้เห็นชัดเจนว่า การรักษาด้วยสารซีโลไซบินเป็นวิธีที่พัฒนาอารมณ์และสภาพจิตใจของผู้ป่วยมะเร็งที่มีโอกาสเสียชีวิตได้ 

แม้การศึกษานี้ทดลองกับผู้ป่วยมะเร็งในจำนวนจำกัดมาก และซ้อนทับกับการทดลองก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม ก็ถือเป็นการเพิ่มหลักฐานที่สนับสนุนประโยชน์ทางสุขภาพจิตของสารซีโลไซบิน

en.wikipedia.org/Psilocybe_cubensis

ข้อมูลขององค์การอนามัยโลกระบุว่า ในปี 2018 ทั่วโลกมีผู้ป่วยโรคมะเร็งทั้งหมดประมาณ 18 ล้านคน งานวิจัยแสดงให้เห็นว่า ภาวะซึมเศร้าเป็นสิ่งที่พบได้ทั่วไปในหมู่ผู้ป่วยมะเร็งในสัดส่วนที่มากกว่าประชากรทั่วไป รอสส์เชื่อว่า การรักษาอาการวิตกกังวลและซึมเศร้าของผู้ป่วยโรคมะเร็งเป็นเรื่องเร่งด่วน ผู้ที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคมะเร็งจำนวน 1 ใน 3 มีความวิตกกังวลและมีภาวะซึมเศร้า รวมทั้งมีความเครียดในรูปแบบอื่นๆ แม้ว่าตอนนี้ทีมวิจัยจะยังไม่เข้าใจว่าสารซีโลไซบินส่งผลต่อจิตใจได้อย่างไร 

 

ที่มา:

https://themomentum.co/magic-mushrooms-psilocybin-eased-cancer-patients/

https://edition.cnn.com/2020/01/28/health/magic-mushrooms-psilocybin-cancer-patients-study-wellness/index.html

https://thehill.com/changing-america/well-being/prevention-cures/480366-study-psychedelic-drug-eases-cancer-patients

https://www.nbcnews.com/health/mental-health/single-dose-psychedelic-drug-eased-cancer-patients-anxiety-depression-years-n1123451

ณัฐกานต์ จี๋แปง (นักศึกษาฝึกประสบการณ์)

“ตรีนุช”รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ย้ำเตือน!คุณครูไม่มีสิทธิ์ในการลงโทษนักเรียนด้วยการตัดผมเด็ดขาด

เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2565 เพจเฟซบุ๊ก ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้โพสต์รูปภาพพร้อมข้อความถึงประเด็นในโลกออนไลน์เรื่องการลงโทษนักเรียนด้วยการตัดผม

         โดยมีข้อความระบุเอาไว้ว่า “ไม่มีระเบียบกระทรวงศึกษาธิการฉบับใดที่ให้อำนาจครูลงโทษนักเรียนด้วยการตัดผม” และอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับความในวรรคท้ายตามข้อ 7 ของ #ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการไว้ทรงผมของนักเรียน พ.ศ.2563 กำหนดให้แต่ละสถานศึกษาสามารถวางระเบียบการไว้ทรงผมของนักเรียนเป็นการเฉพาะเจาะจงได้ โดยมี “หลัก” ที่ต้องยึดถือในการวางระเบียบ คือ “ความเหมาะสมในการพัฒนาบุคลิกภาพที่ดีของนักเรียน และการมีส่วนร่วมของนักเรียน สถานศึกษา ผู้ปกครอง และชุมชนท้องถิ่น”

1.ตราบใดที่การไว้ทรงผมของนักเรียนไม่เข้าองค์ประกอบความผิดตามระเบียบของสถานศึกษาหรือของกระทรวงฯ แล้ว #การลงโทษนักเรียนย่อมไม่สามารถทำได้ โดยมิพักต้องคำนึงถึงวิธีการลงโทษใด ๆ เลย ยิ่งเมื่อกล่าวถึงวิธีการลงโทษที่เป็นไปตาม #ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการลงโทษนักเรียนและนักศึกษา พ.ศ.2548 ด้วยแล้ว “ก็ยิ่งไม่พบว่ามีข้อไหนที่ให้คุณครูสามารถลงโทษนักเรียนด้วยการตัดผมแม้แต่ข้อเดียว” ค่ะ

2.เพราะมีโทษเพียง 4 สถานเท่านั้นที่จะลงแก่นักเรียนหรือนักศึกษาที่กระทำความผิดได้ตามข้อ 5 ของระเบียบฯ คือ 

  • ว่ากล่าวตักเตือน
  • ทำทัณฑ์บน
  • ตัดคะแนนความประพฤติ และ
  • ทำกิจกรรมเพื่อให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม 

        นอกจากนี้  การลงโทษตามระเบียบฯ ดังกล่าวนั้น มีเจตนาเพียงเพื่อให้คุณครูใช้ “แก้นิสัยและความประพฤติไม่ดีของนักเรียนหรือนักศึกษาให้รู้สำนึกในความผิด และกลับมาประพฤติตนในทางที่ดีต่อไป”   ไม่ใช่การลงโทษ “ด้วยวิธีรุนแรง หรือแบบกลั่นแกล้ง หรือลงโทษด้วยความโกรธ หรือด้วยความพยาบาท” ตามที่ข้อ 6 ของระเบียบฯ นี้ ได้บัญญัติห้ามไว้อยู่

** จึงขอสรุปให้ทุกท่านเข้าใจตรงกันว่า การลงโทษนักเรียนด้วยการตัดผม รวมถึงการใช้ความรุนแรงอื่น เช่น 

  • การใช้ไม้เรียว 
  • การหยิก ตบ ตีร่างกาย หรือ
  • การประจานให้อับอาย ฯลฯ

นอกจากจะเป็นการละเมิดสิทธิทั้งทางร่างกายและจิตใจของนักเรียนแล้ว การลงโทษด้วยวิธีการนี้ #ไม่สามารถทำได้ เพราะ #ขัดต่อระเบียบของกระทรวงศึกษาธิการ ค่ะ

**การลงโทษนักเรียนด้วยการตัดผม ≠ การเสริมสร้างระเบียบวินัยให้แก่นักเรียน

แม้การสร้างระเบียบวินัยจะเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับนักเรียน และเป็น “หน้าที่” ที่คุณครูจะต้องทำให้มีให้เกิดขึ้น แต่ดิฉันไม่คิดว่าการลงโทษนักเรียนด้วยการตัดผม หรือการใช้ความรุนแรงอื่นกระทำต่อเนื้อตัวร่างกายหรือจิตใจของนักเรียน จะช่วยให้พวกเขาเกิดความตระหนักรู้ในบทบาทและหน้าที่ที่ตัวเองจะต้องรับผิดชอบต่อสังคม 

       ยิ่งถ้าเราเข้าใจว่า “ระเบียบวินัย” นั้น ไม่ได้หมายถึง การทำให้ทุกคนมีลักษณะเหมือนกัน แต่หมายถึง การทำให้ “แต่ละคน” รู้จักวางตัว และเลือกใช้พฤติกรรมที่เหมาะสมกับบุคคลอื่นในสังคม การลงโทษนักเรียนด้วยการตัดผม ยิ่งไม่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของการสร้างระเบียบวินัยค่ะ 

f28b47e6c8e7321f3a36f07f1ec0131b.jpg

       ไม่ว่าท่านจะเป็นคุณพ่อคุณแม่ คุณครู ผู้ปกครอง หรือน้อง ๆ นักเรียน หากท่านพบเห็นการลงโทษนักเรียนที่ไม่ถูกต้อง โปรดติดต่อหรือแจ้งมาที่ระบบ MOE Safety Center  ผ่าน 4 ช่องทางต่อไปนี้ เพื่อให้ศธ. ได้ตรวจสอบและดำเนินการตามข้อเท็จจริงต่อไป 

⌚️ Application MOE Safety Center 

(ดาวน์โหลดได้ทั้งระบบ iOS และ Android)

🌐 www.MOESafetyCenter.com

📲 Line @MOESafetyCenter

☎️ Call Center 0-2126-6565

#ตรีนุชเทียนทอง

#SAFEสถานศึกษาปลอดภัย

#MOE_SAFETY_CENTER

.

.

ที่มา : เพจเฟซบุ๊ก ตรีนุช เทียนทอง 

พรสวรรค์ ชาติมนตรี (นักศึกษาฝึกประสบการณ์)

มาแล้ววว งานมี 10 วันเท่านั้น รีบไป “โฮมโปร แฟร์ (HomePro Fair 2022)” ขบวนสินค้าลดสูงสุด 70%* เพื่อชาวเชียงใหม่ เฉพาะงานนี้โดยเฉพาะ

⚡️ มาแล้ววว งานมี 10 วันเท่านั้น รีบไป‼️ “โฮมโปร แฟร์ (HomePro Fair 2022)” ขบวนสินค้าลดสูงสุด 70%* เพื่อชาวเชียงใหม่ เฉพาะงานนี้โดยเฉพาะ จัดโปรหนัก! รับคูปองส่วนลด สูงสุดถึง 2,300.-* ผ่าน HomePro Line Connect ตั้งแต่วันที่ 20-29 พฤษภาคม 2565 ที่ ศูนย์แสดงสินค้านานาชาติฯ เชียงใหม่

HbualI.jpg

กลับมาอีกครั้งกับงานที่ทุกคนรอคอย มหกรรมเรื่องบ้าน จัดหนักด้วยขบวนสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้า ของตกแต่งของใช้ภายในบ้าน อุปกรณ์จัดเก็บ และเครื่องนอนพร้อมของใช้ในห้องนอน มากกว่า 1,000 รายการ ในราคาสุดพิเศษเฉพาะงานที่เชียงใหม่ ที่นี่ที่เดียว!

Hb6Y5g.jpg

ห้ามพลาดทุกความคุ้มค่า พร้อมโปรหนักๆ 5 คุ้มโดนใจ!
▶️ คุ้มที่ 1 : ลด + รับเพิ่ม สูงสุด 7%* เมื่อช้อปด้วยบัตรเครดิต โฮมโปร วีซ่า แพลทินัม
▶️ คุ้มที่ 2 : ช้อปครบตามกำหนด รับฟรี! บัตรของขวัญมูลค่า 20,000.-*
▶️ คุ้มที่ 3 : ช้อปด้วยบัตรเครดิต โฮมโปร วีซ่า แพลทินัม ลด + รับเพิ่ม สูงสุด 43%* ใช้คะแนนเท่ายอดช้อป
▶️ คุ้มที่ 4 : รับคูปองส่วนลด สูงสุดถึง 2,300.-* ผ่าน HomePro Line Connect
▶️ คุ้มที่ 5 : ผ่อน 0%* นานสูงสุด 12 เดือน

พิเศษ! รับคูปองส่วนลดภายในงานเพิ่ม เมื่อร่วมกิจกรรมที่บูท 3 App ชีวิตสะดวกขึ้น ได้ง่ายๆ ด้วย 3 App เพียงดาวน์โหลด Application HomePro, Home Service และ HomeCard รับไปเลย! คูปองส่วนลด 300.-*

Hbun78.jpg

ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ เอาใจชาวเชียงใหม่ขึ้นไปอีก กับบูทคะแนนสะสมแลกของฟรี! เพียงเข้าไปตรวจสอบคะแนนสะสมที่จุดแคชเชียร์ จากนั้นเลือกสินค้าที่โดนใจ และชำระด้วยคะแนนจากบัตรโฮมการ์ดหรือจากบัตรเครดิทได้เลย

รู้ขนาดนี้ไม่มาไม่ได้แล้ว! ที่ “โฮมโปร แฟร์ (HomePro Fair 2022)”
📅 ตั้งแต่วันที่ 20-29 พฤษภาคม 2565
📍 ณ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติฯ จังหวัดเชียงใหม่
⏰ วันจันทร์ – วันพฤหัสบดี เปิด 10.00-20.00 น.
⏰ วันศุกร์ – วันอาทิตย์ เปิด 10.00-21.00 น.

*โปรดสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ณ จุดขาย
*เงื่อนไขตามที่บริษัทฯ กำหนด

HburgR.jpgHbu8C0.jpgHbuHFu.jpgHbuXtZ.jpgHbupGP.jpgHbuGft.jpgHbuJqe.jpgHbumSk.jpgHbuygv.jpgHbuFCE.jpgHbuIIN.jpgHb60JS.jpgHb6Sfn.jpgHb6zVW.jpgHb6NS2.jpgHb6Bi1.jpgHb6hID.jpgHb6fCy.jpgHb63w9.jpgHb69oJ.jpgHb6TJb.jpgHb6KVq.jpgHb6cYz.jpgHb6UDZ.jpgHb6qJI.jpgHb6bVe.jpgHb6lYl.jpgHb6oRk.jpgHb6Duv.jpgHb6AME.jpgHb6s1N.jpgHb62DV.jpgHb6CLQ.jpgHb66kS.jpgHb6nEn.jpg

ตำรวจตามรอยสกัดจับกระบะ ยึดยาบ้าบิ๊กลอต 4 ล้านเม็ด ส่วนคนร้ายสองคนอาศัยความมืดวิ่งหลบหนีไปได้

ตำรวจตามรอยสกัดจับกระบะ ยึดยาบ้าบิ๊กลอต 4 ล้านเม็ด ส่วนคนร้ายสองคนอาศัยความมืดวิ่งหลบหนีไปได้

พล.ต.ท.ปิยะ ต๊ะวิชัย ผบช.ภ.5 สั่งการให้ พล.ต.ต.ชินวิช วิชัยธนพัฒน์ ผบก.ภ.จว.เชียงราย , พ.ต.อ.รัฐพล น้อยช่างคิด ผกก.สส.ภ.จว.เชียงราย ดำเนินการกวดขันและ สกัดกั้นการลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากแนวชายแดนเข้าพื้นที่ตอนใน

โดยเมื่อวันที่ 19 พ.ค.65 เวลาประมาณ 23.00 น. กก.สส.ภ.จว.เชียงราย สามารถจับกุมขบวนการลักลอบลำเลียงยาเสพติดได้ยาบ้าจำนวน 4 ล้านเม็ด ยึดรถยนต์จำนวน 2 คัน โทรศัพท์เคลื่อนที่จำนวน 5 เครื่อง โดยจับกุมได้ที่ถนนสายเทิง-เชียงราย บริเวณสามแยกบ้านหัวดอย ม.6 ต.ท่าสาย อ.เมือง จ.เชียงราย โดยกล่าวหาว่า “ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน)โดยการมีไว้เพื่อการค้าโดยไม่ได้อนุญาตเพื่อการค้าและเป็นการก่อให้เกิดการแพร่กระจายในหมู่ประชาชน”

การจับกุมในครั้งนี้ สืบเนื่องมาจากเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้รับแจ้งจากสายลับว่าจะมีกลุ่มผู้ลำเลียงยาเสพติดของนายภัทรชนน วงศ์หิรัญญา ซึ่งมีพฤติการณ์ในการลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่ อ.แม่สรวย จว.เชียงราย เข้าสู่พื้นที่ตอนใน โดยใช้เส้นทางมาตามถนนสายเลี่ยงเมืองตะวันออก โดยใช้รถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า หมายเลขทะเบียน บบ- 9748 พะเยา ขับขี่โดยนายวันชัย (หลบหนี) และ รถยนต์ยี่ห้อ โตโยต้า หมายเลขทะเบียน บพ 4398 พะเยา ขับขี่โดย นายภัทรชนน (หลบหนี) มุ่งหน้าจาก อ.แม่สรวย จว.เชียงราย มายังพื้นที่ อ.เมืองเชียงราย จว.เชียงราย จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ และได้วางกำลังดักซุ่มไว้ตามเส้นทางดังกล่าว ต่อมาได้สังเกตุเห็นรถยนต์ ทั้งสองคันข้างต้นขับวิ่งตามกันมาโดยใช้ความเร็วสูง จึงได้สะกดรอยติดตาม จนกระทั่งถึงบริเวณ สถานที่เกิดเหตุ บริเวณแยกหัวดอย ม.6 ต.ท่าสาย อ.เมืองเชียงราย จว.เชียงราย พบรถยนต์ทั้ง 2 คัน จอดอยู่บริเวณดังกล่าว เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้แสดงตัวเข้าทำการตรวจสอบ ซึ่งในระหว่างนั้นคนร้ายได้อาศัยความมืดทิ้งรถ และวิ่งหลบหนีไปได้ จากการตรวจสอบพบ ยาเสพติดของกลางจำนวน 4 ล้านเม็ด ซุกซ่อนอยู่ภายในท้ายกระบะ จึงได้ทำการตรวจยึดยาเสพติดและรถยนต์ของกลางมาทำการตรวจสอบโดยละเอียด พบเครื่องโทรศัพท์มือถือของกลางตกอยู่ภายในรถทั้งสองคัน รวมถึงเอกสารที่เกี่ยวข้อง จึงได้ทำการสืบสวนขยายผลและส่งของกลางไปยังพนักงานสอบสวน สภ.เมืองเชียงราย ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ประกาศ!! ปิดแหล่งท่องเที่ยว “น้ำตก” ในเขตอุทยานฯดอยสุเทพ-ปุย

ประกาศ!! ปิดแหล่งท่องเที่ยว “น้ำตก” ในเขตอุทยานฯดอยสุเทพ-ปุย

วันที่ 21 พ.ค. 65 ประกาศอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย เรื่อง ปิดแหล่งท่องเที่ยวประเภทน้ำตกในพื้นที่อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย เป็นการชั่วคราว เพื่อเฝ้าระวังสถานการณ์ภัยพิบัติทางธรรมชาติ

เนื่องด้วยวันที่ 19 – 21 พฤษภาคม 2565 มีฝนตกหนักต่อเนื่อง ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ จึงก่อให้เกิดน้ำป่าไหลหลากบริเวณลำน้ำทุกสายตามน้ำตกทุกที่ในเขตอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย จึงขอปิดแหล่งท่องเที่ยวประเภทน้ำตกในพื้นที่อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย ทุกแห่งเป็นการชั่วคราว ได้แก่
– น้ำตกห้วยแก้ว
– น้ำตกมณฑาธาร
– น้ำตกแม่สา
– น้ำตกตาดหมอก
– น้ำตกหมอกฟ้า

 ตั้งแต่วันนี้ – 24 พฤษภาคม 2565 เป็นต้นไป

doisuthep-0.jpg
doisuthep-1.jpg
doisuthep-2.jpg
doisuthep-3.jpg
doisuthep-4.jpg
doisuthep-5.jpg

เชียงใหม่ แจ้งด่วนอำเภอเชียงดาว เตรียมความพร้อม หวั่นเกิดน้ำป่าไหลหลากบริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำน้ำแม่แตงและแม่น้ำปิงตอนบน

รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ วิทยุสื่อสารด่วนที่สุดถึงนายอำเภอเชียงดาว แจ้งให้เตรียมความพร้อม หวั่นเกิดน้ำป่าไหลหลากบริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำน้ำแม่แตงและแม่น้ำปิงตอนบน

วันที่ 21 พ.ค. 65 นายวรวิทย์ ชัยสวัสดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัด ปฏิบัติราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ผู้อำนวยการจังหวัด แจ้งวิทยุสื่อสารด่วนที่สุดถึงนายอำเภอเชียงดาว ภายหลังจากกรมทรัพยากรน้ำ โดยส่วนอุทกวิทยาที่ 1 เชียงใหม่ สำนักงานทรัพยากรน้ำภาค 1 ได้รับรายงานจากสถานีเตือนภัยล่วงหน้า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ว่าในพื้นที่อำเภอเชียงดาว อาจเกิดน้ำป่าไหลหลากบริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำน้ำแม่แตงและแม่น้ำปิงตอนบน ทั้งนี้ ได้ตรวจสอบเรดาห์อากาศของกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่า ยังมีเมฆฝนปกคลุมและฝนตกอย่างต่อเนื่อง

จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่อำเภอเชียงดาว เตรียมความพร้อม เฝ้าระวัง และติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และขอให้กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยอำเภอ ดำเนินการแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และประชาชน ให้เฝ้าระวังปริมาณฝนสะสม โดยพื้นที่ลาดเชิงเขา พื้นที่ลุ่มต่ำ พื้นที่ชุมชนเมือง อาจได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำท่วมขัง หากมีความเสี่ยงที่จะเกิดภัย ให้สั่งการหน่วยงานที่รับผิดชอบ ประกาศแจ้งเตือนประชาชน พร้อมจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง

ทั้งนี้ หากพบเห็นหรือได้รับผลกระทบ และต้องการความช่วยเหลือ เมื่อเกิดสถานการณ์ภัยพิบัติ สามารถแจ้งเหตุผ่านทางโทรศัพท์สายด่วน 1784 หรือแจ้งผ่านไลน์ “ปภ.รับแจ้งเหตุ 1784” โดยดำเนินการเพิ่มเพื่อน Line ID @1784DDPM ตลอด 24 ชั่วโมง หรือแจ้งผ่าน Application พ้นภัย พร้อมให้พิจารณาใช้อุปกรณ์เตือนภัยที่มีในพื้นที่ เช่น หอเตือนภัย หอกระจายข่าว เครื่องรับสัญญาณเตือนภัยผ่านดาวเทียม เพื่อแจ้งเตือนประชาชน

กรณีเกิดสถานการณ์สาธารณภัยในพื้นที่ ให้ดำเนินการให้ความช่วยเหลือ และให้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งพลเรือน ทหาร ตำรวจ เครือข่ายอาสาสมัคร จิตอาสา หรือศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 10 ลำปาง ร่วมปฏิบัติงานให้ความช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยพิบัติ พร้อมทั้งรายงานสถานการณ์ ให้กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงใหม่ทราบทันที เพื่อจะได้รายงานให้กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลางทราบต่อไป

ข่าว : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงใหม่

เปิดรับสมัครแล้ว!! ป.ตรี ม.รามคำแหง สาขาวิทยบริการฯ จ. เชียงใหม่ ปีการศึกษา 2565 สามารถสมัครได้ด้วยต้นเองที่สาขาฯ ตั้งแต่บัดนี้ – 3 ก.ค. 65 หรือ สมัครทางอินเทอร์เน็ต ตั้งแต่ วันที่ 2 พ.ค. – 3 ก.ค. 2565

เปิดรับสมัครแล้ว!! ป.ตรี ม.รามคำแหง สาขาวิทยบริการฯ จ. เชียงใหม่ ปีการศึกษา 2565 สามารถสมัครได้ด้วยต้นเองที่สาขาฯ ตั้งแต่บัดนี้ – 3 ก.ค. 65 หรือ สมัครทางอินเทอร์เน็ต ตั้งแต่ วันที่ 2 พ.ค. – 3 ก.ค. 2565

 

สมัครทางอินเทอร์เน็ต ที่ >> http://www.iregis2.ru.ac.th/rbenroll/index.jsp

สอบถามรายละเอียดโทร. 053-226-329 , 053-226-330

▶️ จบ ม.3 ก็เรียนรามได้ ด้วยระบบ Pre-degree
▶️ รับสมัครตั้งแต่ จบ ม.6, ปวช. , (เรียนจบ กศน.), ย้ายโอนจากสถาบันอื่น และ ปวส., ปริญญาตรี เทียบโอนได้
▶️ หน่วยกิตละ 50.- แรกเข้าไม่เกิน 5,000.- (ไม่รวมค่าเทียบโอน)
▶️ เรียนบรรยายสรุป เสาร์-อาทิตย์ (ตามตาราง) หรือดูบรรยายย้อนหลัง (ไม่บังคับเข้าเรียน สอบ100%)

ระเบียบและคู่มือรับสมัครนักศึกษาใหม่ 2565 >> http://www.iregis2.ru.ac.th/rbenroll/faculty/scholarship.jsp

เอกสารการสมัคร ณ สาขาวิทยบริการฯ จังหวัดเชียงใหม่
– รูปถ่าย1.5 นิ้ว จำนวน 1 รูป
– สำเนาวุฒิการศึกษา 2 ฉบับ (เทียบโอน 4 ฉบับ)
– (กรณีโอนย้ายต่างสถาบัน) วุฒิฉบับจริง, คำอธิบายรายวิชา (ภาษาไทย) และใบลาออก
– สำเนาบัตรประชาชน 1 ฉบับ
– ใบรับรองแพทย์ (ยกเว้นpre-degree)
– เอกสารอื่นๆ (ถ้ามี)

เข้าร่วมโอเพนแชท เพื่อรับข้อมูลข่าวสาร “สมัคร ป.ตรี (ภาคปกติ ) (ม.ร.ชม.) 2565 คลิก >> https://line.me/…/xh04W99Ny_NrVMx9ASoynAzzoC3fXs…

e9c4f92bed26b22c4b2b7bc07f94d725.jpg
2a308ab66d77fc6ee242c2871c2d7e14.jpg
8ff6eb45e26e257be09453a3d6561d21.jpg
3a7629693c6fcd578067f2015e3dd8be.jpg

มวลน้ำป่าจากดอยอินทนนท์ ล้นตลิ่งท่วมบ้านเรือน-ไร่นา ประชาชนอำเภอจอมทอง ด้านอุทยานฯประกาศปิดแหล่งท่องเที่ยวประเภทน้ำตกชั่วคราว

มวลน้ำป่าจากดอยอินทนนท์ ล้นตลิ่งท่วมบ้านเรือน-ไร่นา ประชาชนอำเภอจอมทอง ด้านอุทยานฯประกาศปิดแหล่งท่องเที่ยวประเภทน้ำตกชั่วคราว

วันที่ 21 พ.ค. 65 จากเหตุฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา (20 พ.ค. 65) ทำให้ปริมาณน้ำฝนที่บริเวณยอดดอย กิ่วแม่ปาน และที่ทำการอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ วัดได้สูงสุด 200 มิลลิเมตร ส่งผลให้น้ำในน้ำตกทุกแห่งเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และมีน้ำป่าไหลหลากลงสู่ลำน้ำด้านล่าง เอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน ในหลายพื้นที่ของอำเภอจอมทอง

S__37429464.jpg

ทั้งนี้ มวลน้ำป่าจากดอยอินทนนท์ และน้ำในลำน้ำแม่ยะ เริ่มล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนและไร่นาของประชาชนแล้ว เบื้องต้นอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ได้ออกประกาศปิดเส้นทางศึกษาธรรมชาติ และแหล่งท่องเที่ยวประเภทน้ำตกต่าง ๆ เป็นการชั่วคราว พร้อมแจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่พื้นที่ราบลุ่มของอำเภอจอมทอง ให้เตรียมรับมือกับมวลน้ำมหาศาล ที่จะไหลผ่านน้ำตกแม่กลางมุ่งหน้าสู่อำเภอจอมทอง

ด้านส่วนอุทกวิทยาที่ 1 เชียงใหม่ สำนักงานทรัพยากรน้ำภาค 1 กรมทรัพยากรน้ำ ได้ออกประกาศเตือนภัยให้แก่ประชาชนในอำเภอฮอด แม่แจ่ม จอมทอง เตรียมรับมือน้ำหลาก และประกาศเตือนภัยระดับสีแดง ให้อพยพ ประชาชนในพื้นที่บ้านแม่หลุ ตำบลกองแขก อำเภอแม่แจ่ม เนื่องจากตรวจวัดปริมาณฝนฝนสะสม 12 ชั่วโมง 124.5 มิลลิเมตร ปริมาณฝนสะสม 15 นาที 2.0 มิลลิเมตร อาจจะทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน

และในส่วนของทางด้านอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ประกาศปิดแหล่งท่องเที่ยวประเภทน้ำตกเป็นการชั่วคราวเพื่อเฝ้าระวังสถานการณ์ภัยพิบัติทางธรรมชาติ

ข่าว : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงใหม่/ ขอบคุณภาพประกอบจาก ข่าวด่วนจอมทอง รักคุณ

S__37429460.jpg
S__37429462.jpg

น้ำแม่ตื่น น้ำแม่ต๋อม มีระดับเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง หลากท่วมถนนบริเวณสะพานคู่รัก นายอำเภออมก๋อย สั่งการ อปท. ในพื้นที่เร่งให้ความช่วยเหลือและเตือนประชาชนที่อยู่ใกล้ลำน้ำแล้ว

น้ำแม่ตื่น น้ำแม่ต๋อม มีระดับเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง หลากท่วมถนนบริเวณสะพานคู่รัก นายอำเภออมก๋อย สั่งการ อปท. ในพื้นที่เร่งให้ความช่วยเหลือและเตือนประชาชนที่อยู่ใกล้ลำน้ำแล้ว

วันที่ 21 พ.ค. 65 อำเภออมก๋อย รายงานว่า ได้มีฝนตกหนักในพื้นที่ อ.อมก๋อย วัดปริมาณน้ำฝนได้สูงสุด 83 มิลลิเมตร ส่งผลให้ระดับน้ำในลำน้ำแม่ต๋อม และลำน้ำแม่ตื่น มีระดับเพิ่มสูงขึ้น ทั้งนี้น้ำในลำน้ำแม่ต๋อม ได้ล้นตลิ่งไหลหลากเข้าท่วมเส้นทางคมนาคม บริเวณสะพานคู่รัก ต.อมก๋อย อ.อมก๋อย

HOEqVb.jpg

ว่าที่ร้อยตรี อดิศักดิ์ ดวงจินดา นายอำเภออมก๋อย ผู้อำนวยการอำเภอ ได้สั่งการให้ อปท. ทุกแห่ง เข้าช่วยเหลือ ประชาชนผู้ประสบอุทกภัย และเตรียมการฟื้นฟู ซ่อมแซมสิ่งสาธารณประโยชน์ และให้ทุกหมู่บ้าน ตรวจสอบติดตามสถานการณ์น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม และแจ้งเตือนประชาชนซึ่งมีบ้านเรือนอยู่ใกล้ลำน้ำแม่ต๋อม และแม่ตื่นแล้ว

HOEEYf.jpgHOEOia.jpgHOEbuq.jpg

อุทก​วิทยาเชียงใหม่​ แจ้งเตือน​ “อ.สะเมิง อ.ฮอด​ อ.แม่แจ่ม​ อ.จอมทอง”​ เฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลาก เนื่องจากฝนตกหนักสะสม

อุทก​วิทยาเชียงใหม่​ แจ้งเตือน​ “อ.สะเมิง อ.ฮอด​ อ.แม่แจ่ม​ อ.จอมทอง”​ เฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลาก เนื่องจากฝนตกหนักสะสม

วันที่ 21 พ.ค. 65 กรมทรัพยากรน้ำ โดยส่วนอุทกวิทยาที่ 1 เชียงใหม่ สำนักงานทรัพยากรน้ำภาค 1 ได้รับรายงานจากสถานีเตือนภัยล่วงหน้าที่บ้านขุนแปะ ตำบลบ้านแปะ อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2565 เวลา 07.40 น. ปริมาณน้ำฝน 12 ชั่วโมง เท่ากับ 98.5 มิลลิเมตร (สัญญาณไฟสีเหลือง) และสถานีเตือนภัยล่วงหน้าที่บ้านแปะ ตำบลบ้านแะ อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ ปริมาณน้ำฝน 12 ชั่วโมง เท่ากับ 53.5 มิลลิเมตร ลักษณะเช่นนี้ อาจทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลาก บริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำหมู่บ้านท้ายน้ำปิงส่วนที่ 3 ทั้งนี้ ได้ตรวจสอบเรดาร์ตรวจอากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่ายังมีเมฆฝนปกคลุม และฝนตกอย่างต่อเนื่อง

รายงานจากสถานีเตือนภัยล่วงหน้าที่บ้านปางขุม ตำบลยั้งเมิน อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2565 เวลา 06.30 น. ปริมาณน้ำฝน 12 ชั่วโมง เท่ากับ 103.5 มิลลิเมตร (สัญญาณไฟสีเหลือง) ทั้งนี้ สถานีเตือนภัยล่วงหน้ามีปริมาณน้ำฝน 12 ชั่วโมง ในพื้นที่ลุ่มน้ำแม่ขาน ดังนี้ 1.สถานีเตือนภัยล่วงหน้าที่บ้านทุ่งยาว ตำบลแม่สาบ อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่ ปริมาณน้ำฝน 12 ชั่วโมง เท่ากับ 87.5 มิลลิเมตร 2.สถานีเตือนภัยล่วงหน้าที่บ้านแม่แพะ ตำบลสะเมิงเหนือ อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่ ปริมาณน้ำฝน 12 ชั่วโมง เท่ากับ 54.5 มิลลิเมตร ลักษณะเช่นนี้ อาจทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลาก บริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำหมู่บ้านท้ายน้ำแม่ขาน ทั้งนี้ ได้ตรวจสอบเรดาร์ตรวจอากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่ายังมีเมฆฝนปกคลุม และฝนตกอย่างต่อเนื่อง

รายงานจากสถานีเตือนภัยล่วงหน้าที่บ้านแม่หลุ ตำบลกองแขก อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2565 เวลา 04.00 น. ปริมาณน้ำฝนสะสม 12 ชั่วโมง เท่ากับ 86.5 มิลลิเมตร (สัญญาณไฟสีเขียว) อาจทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากบริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำน้ำแม่แจ่มตอนล่าง ทั้งนี้ ได้ตรวจสอบเรดาร์ตรวจอากาศของกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่ายังมีเมฆฝนปกคลุม และฝนตกอย่างต่อเนื่อง

รายงานจากสถานีเตือนภัยล่วงหน้าที่บ้านนาพ่อน ตำบลบ่อหลวง อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2565 เวลา 04.00 น. ปริมาณน้ำฝนสะสม 12 ชั่วโมง เท่ากับ 101.5 มิลลิเมตร (สัญญาณไฟสีเหลือง) อาจทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากบริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำน้ำแม่ริด ทั้งนี้ ได้ตรวจสอบเรดาร์ตรวจอากาศของกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่ายังมีเมฆฝนปกคลุม และฝนตกอย่างต่อเนื่อง

HO5Tcz.jpg
HO590q.jpg
HO5wyR.jpg
HO5ts8.jpg

ถึงวันที่ 23 พ.ค. ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทยตอนบนและภาคใต้

เชียงใหม่ฝนตก
พยากรณ์อากาศ เชียงใหม่ฝนตก

……ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา
“ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทยตอนบนและภาคใต้(มีผลกระทบถึงวันที่ 23 พฤษภาคม 2565)”
ฉบับที่ 6 ลงวันที่ 21 พฤษภาคม 2565

หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณประเทศเมียนมา ได้เคลื่อนเข้าปกคลุมบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอนของประเทศไทยแล้ว คาดว่าจะเคลื่อนผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนในช่วงวันที่ 21-23 พฤษภาคม 2565 ประกอบกับมีร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือ ภาคกลางตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในขณะที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังแรงพัดปกคลุมประเทศไทย ทะเลอันดามัน และอ่าวไทย ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีฝนฟ้าคะนองกับมีลมแรง และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ในบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก กรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมทั้งภาคใต้ตอนบน ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก และเพิ่มความระมัดระวังในการสัญจรผ่านบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง สำหรับเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย
จังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบ มีดังนี้

ในช่วงวันที่ 21 พฤษภาคม 2565
ภาคเหนือ: จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ สุโขทัย ตาก กำแพงเพชร พิจิตร พิษณุโลก และเพชรบูรณ์

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดเลย หนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู อุดรธานี สกลนคร นครพนม มุกดาหาร ชัยภูมิ ขอนแก่น กาฬสินธุ์ มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ นครราชสีมา บุรีรัมย์
สุรินทร์ ศรีษะเกษ และอุบลราชธานี

ภาคกลาง: จังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท ลพบุรี สระบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา นครปฐม สมุทรสงคราม สมุทรสาคร กาญจนบุรี และราชบุรี
รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด
ภาคใต้: จังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี ระนอง พังงา และภูเก็ต

วันที่ 22-23 พฤษภาคม 2565

ภาคเหนือ: จังหวัดเชียงราย ลำปาง พะเยา น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ สุโขทัย พิจิตร พิษณุโลก เพชรบูรณ์ กำแพงเพชร และตาก

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดเลย หนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู อุดรธานี สกลนคร นครพนม ชัยภูมิ ขอนแก่น มุกดาหาร กาฬสินธุ์ นครราชสีมา บุรีรัมย์ ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี

ภาคกลาง: จังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท สุพรรณบุรี ลพบุรี สระบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา นครปฐม สมุทรสงคราม สมุทรสาคร กาญจนบุรี และราชบุรี
รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด
ภาคใต้: จังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ระนอง พังงา และภูเก็ต

สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยจะมีค่อนข้างกำลังแรง โดยบริเวณทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ส่วนบริเวณทะเลอันดามันตอนล่าง และอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง โดยเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันตอนบนควรงดออกจากฝั่ง จนถึงวันที่ 24 พ.ค.

จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือที่ 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
ประกาศ ณ วันที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2565 เวลา 05.00 น.
กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไปใน วันที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2565 เวลา 17.00 น.

อธิบดีกรมการจัดหางาน ยืนยันมีตำแหน่งงานรองรับนักศึกษาจบใหม่เกือบ 3 แสนอัตรา

อธิบดีกรมการจัดหางาน ยืนยันมีตำแหน่งงานรองรับนักศึกษาจบใหม่เกือบ 3 แสนอัตรา

นายไพโรจน์ โชติกเสถียร อธิบดีกรมการจัดหางาน เปิดเผยถึงกรณีที่สื่อมวลชนนำเสนอข่าวว่า เด็กจบใหม่ว่างงานหนึ่งแสนคนนั้น ในเรื่องดังกล่าวกระทรวงแรงงานได้มีตำแหน่งงานว่างและมาตรการต่าง ๆ รองรับไว้แล้ว เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ภายในประเทศไทยและทั่วโลกที่กำลังคลี่คลาย รัฐบาลภายใต้การนำของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งกำกับดูแลกระทรวงแรงงาน และท่านสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้ขานรับนโยบายการส่งเสริมการมีงานทำ โดยได้ลงพื้นที่พบปะภาคเอกชนสถานประกอบการอย่างต่อเนื่อง ร่วมกับการพัฒนาการให้บริการจัดหางานผ่านระบบออนไลน์อย่างมีประสิทธิภาพ

นายไพโรจน์ กล่าวต่อว่า จากข้อมูลของสำนักงานประกันสังคม พบว่า ภาพรวมการจ้างงานของนักศึกษาจบใหม่ปีการศึกษา 2562 และปีการศึกษา 2563 ในภาคเอกชนนั้น มีจำนวนนักศึกษาจบใหม่ระดับ ปวช.ปวส.และปริญญาตรีรวมจำนวนทั้งสิ้น 575,230 คน ศึกษาต่อ 177,438 คน ต้องการทำงาน 397,792 คน นอกจากนี้ พบว่ายังมีนักศึกษาจบใหม่ที่ต้องการมีงานทำปี 2563 และ 2564 จำนวน 795,584 ราย ซึ่งส่วนใหญ่ร้อยละ 85.85

มีงานทำและมีรายชื่ออยู่ในฐานทะเบียนประกันสังคมแล้ว มีเพียงร้อยละ 14.15 เท่านั้น ที่อยู่ในระบบการจ้างงานในภาครัฐ รวมทั้งประกอบอาชีพอิสระและว่างงาน สำหรับปี 2565 นี้ มีนักศึกษาที่เพิ่งจบการศึกษาใหม่ในเดือนเมษายนที่ผ่านมา และขณะนี้กำลังอยู่ในช่วงระหว่างการตัดสินสินที่จะศึกษาต่อ หางานทำ หรือประกอบอาชีพอิสระ ซึ่งตัวเลขนักศึกษาจบใหม่ที่ว่างงานดังกล่าวข้างต้นในช่วงเวลานี้ถือเป็นสถานการณ์ปกติ

ทั้งนี้ ปัจจุบันมีตำแหน่งงานว่างทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมทั้งสิ้น 272,977 อัตรา โดยประเภทอาชีพที่ต้องการจ้างงาน 5 อันดับแรก ได้แก่ แรงงานด้านบรรจุภัณฑ์ แรงงานด้านการประกอบ พนักงานขายของหน้าร้านและสาธิตสินค้า ตัวแทนบริการทางธุรกิจและนายหน้าการค้า และตัวแทนฝ่ายขายด้านเทคนิคและการค้า ซึ่งมีทั้งวุฒิ ปวช.ปวส.และปริญญาตรี

นายไพโรจน์ ยังกล่าวต่อว่า ขณะนี้เป็นช่วงเวลาสำคัญที่กระทรวงแรงงานต้องทำงานให้หนักขึ้นเพื่อส่งเสริมให้คนหางานมีโอกาสประกอบอาชีพอย่างมั่นคงและยั่งยืน ตามความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ของตนเอง และนายจ้าง สถานประกอบการมีแรงงานที่มีทักษะเหมาะสมกับตำแหน่ง เพื่อขับเคลื่อนกิจการ โดยมอบหมายกรมการจัดหางานเร่งหาตำแหน่งงานเชิงรุกจากบริษัทที่มีศักยภาพ และต้องการจ้างแรงงานเป็นจำนวนมากจากทั่วประเทศ เพื่อมาบรรจุไว้ใน แพลตฟอร์ม ไทยมีงานทำ ซึ่งกรมการจัดหางานยังมีแผน จะจัด Roadshow ทั่วประเทศต่อไป เพื่อเร่งหาตำแหน่งงานเชิงรุกจากบริษัทที่มีศักยภาพ มีความน่าเชื่อถือ และเป็นเป้าหมายของผู้สมัครงาน อาทิ กลุ่มบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) บริษัท คิงส์ แพ็ค อินดัสเตรียล จำกัด เป็นต้น ซึ่งปัจจุบันบริษัทก็ได้แจ้งตำแหน่งงานว่างที่จะลงในแพลตฟอร์มไทยมีงานทำถึง 2,000 อัตรา

“สำหรับผู้ที่ต้องการมีงานทำ และนายจ้าง/สถานประกอบการที่ต้องการรับสมัครงาน สามารถใช้บริการที่เว็บไซต์ “ไทยมีงานทำ.doe.go.th” หรือแอปพลิเคชัน “ไทยมีงานทำ” โดยคนหางานสามารถค้นหาข้อมูลตำแหน่งงานที่เหมาะสมกับตัวเองมากที่สุด โดย Matching ตำแหน่งงานตามพื้นที่ และ ภูมิลำเนา รวมถึงจับคู่ตำแหน่งงานจากความรู้ ความสามารถ และทักษะที่มีอยู่ และสำหรับนายจ้าง สถานประกอบการ ที่ต้องการช่องทางรับสมัครงาน สามารถลงทะเบียนนายจ้าง เพื่อประกาศตำแหน่งงาน และคัดลอกรายชื่อผู้หางาน โดยไม่มีค่าใช้จ่าย หากต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อที่สายด่วนกระทรวงแรงงาน 1506 กด 2 กรมการจัดหางาน หรือสายด่วนกรมการจัดหางาน 1694” อธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าวท้ายสุด

ทางลอด “แยกต้นเกว๋น” คืบหน้ากว่า 96% เมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จจะช่วยแบ่งเบาการจราจรบนถนนสายหลัก ให้ประชาชนสามารถเดินทางได้อย่างสะดวก รวดเร็ว

ทางลอด “แยกต้นเกว๋น” คืบหน้ากว่า 96% เมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จจะช่วยแบ่งเบาการจราจรบนถนนสายหลัก ให้ประชาชนสามารถเดินทางได้อย่างสะดวก รวดเร็ว

เมื่อวันที่ 17 พ.ค. 65 นายไกวัลย์ โรจนานุกูล รองอธิบดีกรมทางหลวงชนบท พร้อมด้วยนายยงยุทธ์​ เพ็งเมือง ผู้อำนวยการสำนักก่อสร้างทาง และคณะ ประชุมพร้อมลงพื้นที่ตรวจติดตามโครงการก่อสร้างทางลอดต่างระดับ บนถนนเลี่ยงเมืองสันป่าตอง – หางดง อำเภอสันป่าตอง , หางดง จังหวัดเชียงใหม่ (ชม.3035) ซึ่งปัจจุบันโครงการฯ มีความก้าวหน้าไปแล้วกว่าร้อยละ 96 สำหรับการลงพื้นที่ครั้งนี้มี นายสงคราม เชิดวงษ์สูง นายช่างโยธาชำนาญงาน สำนักก่อสร้างทาง นำลงพื้นที่พร้อมสรุปรายละเอียดโครงการฯ ณ ห้องประชุมสำนักงานโครงการฯ จังหวัดเชียงใหม่

281989286_374104638092573_1566105824444138889_n.jpg

โครงการก่อสร้างฯ เมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จจะช่วยแบ่งเบาการจราจรบนถนนสายหลัก เพิ่มศักยภาพในการระบายปริมาณรถของถนนวงแหวนรอบเมืองเชียงใหม่ ส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่และนักท่องเที่ยวสามารถเดินทางได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย

35553287_109739689930593_8654459092573618176_o.jpg
281903898_374104824759221_2343487364001724376_n.jpg

อุตุฯ ประกาศเตือนฉบับ 5 ไทยตอนบนรับมือฝนตกหนักถึงหนักมาก ช่วงวันที่ 20-23 พ.ค. 65 นี้

กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศเตือนฉบับ 5 ไทยตอนบนรับมือฝนตกหนักถึงหนักมาก ช่วงวันที่ 20-23 พ.ค. 65 นี้

วันที่ 20 พ.ค. 65 เวลา 17.00 น. กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา “ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทยตอนบนและภาคใต้ (มีผลกระทบถึงวันที่ 23 พฤษภาคม 2565)” ฉบับที่ 5 ลงวันที่ 20 พฤษภาคม 2565 ระบุว่าในช่วงวันที่ 20-23 พฤษภาคม 2565 หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณรัฐกะเหรี่ยง ประเทศเมียนมา จะเคลื่อนเข้าสู่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนของประเทศไทย ประกอบกับมีร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในขณะที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังแรงพัดปกคลุมประเทศไทย ทะเลอันดามัน และอ่าวไทย ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยตอนบนจะมีฝนฟ้าคะนองกับมีลมแรง และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ในบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก กรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมทั้งภาคใต้ตอนบน ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก และเพิ่มความระมัดระวังในการสัญจรผ่านบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง สำหรับเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย

จังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบ มีดังนี้

ในวันที่ 20 พฤษภาคม 2565

ภาคเหนือ: จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง น่าน พะเยา แพร่ อุตรดิตถ์ สุโขทัย พิษณุโลก พิจิตรกำแพงเพชร และตาก

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดหนองคาย บึงกาฬ อุดรธานี นครพนม บุรีรัมย์ นครราชสีมา ร้อยเอ็ด ยโสธร มุกดาหาร อำนาจเจริญ ชัยภูมิ และอุบลราชธานี

ภาคกลาง: จังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท สุพรรณบุรี กาญจนบุรี ราชบุรี สมุทรสงคราม และนครปฐม รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด

ภาคใต้: บริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ระนอง และพังงา

ในช่วงวันที่ 21-22 พฤษภาคม 2565

ภาคเหนือ: จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ สุโขทัย พิจิตร พิษณุโลก เพชรบูรณ์ กำแพงเพชร และตาก

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดเลย หนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู อุดรธานี สกลนคร นครพนม มุกดาหาร ชัยภูมิ ขอนแก่น กาฬสินธุ์ มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีษะเกษ และอุบลราชธานี

ภาคกลาง: จังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท ลพบุรี สระบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา นครปฐม สมุทรสงคราม สมุทรสาคร กาญจนบุรี และราชบุรี รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด

ภาคใต้: จังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี ระนอง พังงา และภูเก็ต

วันที่ 23 พฤษภาคม 2565

ภาคเหนือ: จังหวัดเชียงราย ลำปาง พะเยา น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ สุโขทัย พิจิตร พิษณุโลก เพชรบูรณ์ กำแพงเพชร และตาก

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดเลย หนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู อุดรธานี สกลนคร นครพนม ชัยภูมิ มุกดาหาร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี

ภาคกลาง: จังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท สุพรรณบุรี ลพบุรี สระบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา นครปฐม สมุทรสงคราม สมุทรสาคร กาญจนบุรี และราชบุรี รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด

ภาคใต้: จังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่

สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยจะมีค่อนข้างกำลังแรง โดยบริเวณทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ส่วนบริเวณทะเลอันดามันตอนล่าง และอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง โดยเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันตอนบนควรงดออกจากฝั่ง จนถึงวันที่ 24 พ.ค.

ประกาศ ณ วันที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2565 เวลา 17.00 น. กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไปใน วันที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2565 เวลา 05.00 น.

2022-05-20_17033-page-001.jpg
2022-05-20_17033-page-002.jpg

อย. เผยปลดล็อก “กัญชา-กัญชง” พ้นจากยาเสพติด ทุกคนปลูกได้ มีผล 9 มิถุนายน 2565 แค่จดแจ้งผ่านแอปพลิเคชั่น “ปลูกกัญ”

อย. เผย หลังปลดล็อกกัญชา กัญชง พ้นจากยาเสพติด ซึ่งมีผลในวันที่ 9 มิ.ย. 65 ทุกคนปลูกได้โดยไม่ต้องขออนุญาต เพียงจดแจ้งผ่านแอปพลิเคชั่น “ปลูกกัญ” ของ อย.

นพ.วิทิต สฤษฎีชัยกุล รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า จากกรณีที่ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ระบุชื่อยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 พ.ศ. 2565 มีผลบังคับใช้ในวันที่ 9 มิถุนายน 2565 ซึ่งจะมีผลให้ทุกส่วนของกัญชา กัญชง ไม่ใช่ยาเสพติดประเภท 5 ยกเว้นสารสกัดที่มีสาร THC เกิน 0.2 % ยังเป็นยาเสพติด ในเรื่องการปลูกนั้น ผู้ที่ต้องการปลูกสามารถปลูกได้โดยไม่ต้องขออนุญาต เพียงจดแจ้งผ่านแอปพลิเคชั่น “ปลูกกัญ” ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เตรียมจะนำมาใช้ในการจดแจ้งการปลูกกัญชาเพื่อดูแลสุขภาพสำหรับประชาชนทั่วไป รวมทั้งการขออนุญาตปลูกในเชิงพาณิชย์ ตั้งแต่วันที่ 9 มิถุนายน 2565 เป็นต้นไป เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้พืชสมุนไพรที่เหมาะสม ทั้งนี้ การนำเข้าเมล็ดพันธุ์กัญชา กัญชง  ส่วนอื่น ๆ ของพืช เช่น ช่อดอก ใบ กิ่ง ก้าน ไม่ต้องขออนุญาตนำเข้าตามกฎหมายว่าด้วยยาเสพติด แต่ต้องขออนุญาตนำเข้าตามพระราชบัญญัติพันธุ์พืช พ.ศ. 2518  และพระราชบัญญัติกักพืช พ.ศ. 2507  หากเป็นสารสกัดที่นำเข้าจากต่างประเทศ จัดเป็นยาเสพติดให้โทษ ต้องได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยยาเสพติด

รองเลขาธิการฯ กล่าวต่อไปว่า ในส่วนของการนำเข้าผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสารสกัดจากทุกส่วนของพืชกัญชา กัญชง และผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของกัญชา กัญชง รวมทั้งกรณีนำเข้าเพื่อใช้เฉพาะตัว ซึ่งหมายถึงการนำติดตัวผู้โดยสารที่เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร และการส่งทางพัสดุ/ไปรษณีย์ระหว่างประเทศนั้น ต้องเป็นไปตามกฎหมายของผลิตภัณฑ์นั้น เช่น ในกรณีของผลิตภัณฑ์อาหาร และเครื่องสำอางจะห้ามนำเข้า ส่วนกรณีของผลิตภัณฑ์สมุนไพรนั้น อยู่ระหว่างการจัดทำกฎระเบียบเพื่อห้ามนำเข้าและกรณียกเว้น ทั้งนี้ อย. มีนโยบายในการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการผลิตและใช้วัตถุดิบที่มาจากการปลูกในประเทศ ขณะนี้มีกฎระเบียบที่อยู่ระหว่างการปรับปรุงเพื่อสนับสนุนให้มีผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาด จำนวน 7 ฉบับ ซึ่ง อย. จะแจ้งความคืบหน้าให้ทราบเป็นระยะต่อไป

หากมีข้อสงสัยเรื่องการปลูกให้สอบถามเพิ่มเติมโทร 025907767 , 025907793 หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนั้น ๆ รองเลขาธิการฯ กล่าวในที่สุด

AIS ขานรับโมเดลเศรษฐกิจใหม่ BCG Economy ชูเทคโนโลยีบล็อกเชนสร้างต้นแบบบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม พร้อมนำศักยภาพโครงข่ายอัจฉริยะ ขับเคลื่อนสู่ความยั่งยืน

AIS ขานรับโมเดลเศรษฐกิจใหม่ BCG Economy ชูเทคโนโลยีบล็อกเชนสร้างต้นแบบบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม พร้อมนำศักยภาพโครงข่ายอัจฉริยะ ขับเคลื่อนสู่ความยั่งยืน

19 พฤษภาคม 2565: นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอไอเอส กล่าวในระหว่างการเข้าร่วมงาน “Better Thailand Open Dialogue ถามมา-ตอบไป เพื่อประเทศไทยที่ดีกว่าเดิม” ว่า “ในฐานะผู้ให้บริการดิจิทัล เรามีเป้าหมายที่เป็นหัวใจหลักของการทำงานที่จะมุ่งมั่นนำเทคโนโลยีจากโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลเพื่อสนับสนุนประเทศในทุกทาง โดยเฉพาะในยุคปัจจุบันแนวคิดของ BCG (Bio, Circular, Green) Economy : เศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว ถูกนำมาประยุกต์ใช้ เพื่อส่งเสริมให้เกิด โมเดลเศรษฐกิจที่นำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน ด้วยการนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม ไปยกระดับความสามารถในการแข่งขัน หรือ บริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม ซึ่งเทคโนโลยีดิจิทัลสามารถตอบโจทย์ดังกล่าวได้อย่างดี”

“ดังนั้นในงานนี้เอไอเอสจึงตอกย้ำแนวคิด “AIS The Sustainable Future” ในการเป็นองค์กรที่ดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน มุ่งสร้างคุณค่าอย่างสอดรับกับ BCG Economy โดยเฉพาะนวัตกรรมในมิติด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาและเป็นสื่อกลางในการสร้างความร่วมมือให้กับทุกภาคส่วน โดยมีเป้าหมายสำคัญ คือ ทำให้คนไทยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ผ่านเทคโนโลยีหลัก อาทิ 5G , IoT , Blockchain และ Cloud มาขยายผลเพื่อสร้างนวัตกรรมต้นแบบ ต่างๆ อาทิ

• E-Waste Blockchain โครงการต้นแบบที่นำความโดดเด่นของ Blockchain ที่มีความปลอดภัยสูงมาปรับใช้ โดยจะเริ่มนำมาใช้กับโครงการคนไทยไร้ E-Waste ซึ่งจะสามารถตรวจสอบได้ว่า ใครบ้างเป็นคนทิ้ง จุดรับฝากที่นำไปทิ้ง รวมถึงการนำไปคำนวณปริมาณคาร์บอนเครดิต

• E-Waste Show จากความร่วมมือระหว่าง AIS และ WMS ในการนำ E-Waste สู่กระบวนการรีไซเคิลอย่างถูกต้องตามมาตรฐานสากล และขยายผลสู่การจัดทำเหรียญรางวัลประวัติศาสตร์เหรียญแรกของไทยที่ทำมาจากขยะอิเล็กทรอนิกส์

• ECOSPACE นวัตกรรมอุปกรณ์ตรวจจับไฟป่า ผ่านเซนเซอร์วัดฝุ่น PM , อุณหภูมิ , ความชื้น และก๊าซCarbon monoxide (CO) ผ่านสัญญาณดาวเทียมที่ร่วมมือกับ University of Tokyo ผสมผสานกับ 5G/4G ของ AIS ผ่าน IoT ซึ่งสามารถคว้ารางวัล จากการแข่งขันประกวดนวัตกรรมทีม Startup จากรายการ S-Booster 2020 ที่จัดโดย Cabinet Office ของประเทศญี่ปุ่น

​“การขับเคลื่อนการดำเนินงานเพื่อสร้างนวัตกรรมสู่ความยั่งยืน ถือเป็นอีกก้าวเดินที่สำคัญสู่การเป็น Cognitive Telco หรือองค์กรอัจฉริยะที่พร้อมสร้างการมีส่วนร่วมเพื่อให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีบทบาทในการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจแบบองค์รวมที่จะนำพาประเทศไทยเดินหน้าต่อไปได้อย่างมีเสถียรภาพ” นายสมชัย กล่าวทิ้งท้าย

d8ae73dd0d98f40a09e5421c3933f16c.jpg
66a95bb6db0148deb1dcec6ab2c0708c.jpg
5deb447bb1411f1b7aca97298950f44d.jpg
a4a7f1d3150e57479f8fda135b9ffe60.jpgS__1261577.jpg

เชียงใหม่ ฝนตกหนักตั้งแต่ช่วงเช้ามืด ทำน้ำท่วมหลายชุมชนในตัวเมืองเชียงใหม่ จนท.เร่งระบายน้ำออก

เชียงใหม่ ฝนตกหนักตั้งแต่ช่วงเช้ามืด ทำน้ำท่วมหลายชุมชนในตัวเมืองเชียงใหม่ จนท.เร่งระบายน้ำออก

วันที่ 20 พ.ค. 65 ฝนตกอย่างหนักอย่างต่อเนื่องหลายพื้นที่ จ.เชียงใหม่ ตั้งแต่เช้ามืดเป็นต้นมา ทำให้เกิดภาวะน้ำท่วมในหลายจุดของเชียงใหม่ ทั้งในตัวเมืองเชียงใหม่ ชุมชนตลาดประตูก้อม ชุมชนนันทาราม ชุมชนฟ้าใหม่ และชุมชนศรีปิงเมือง โดยเฉาพะที่ตลาดประตูก้อม จนถึงชุมชนฟ้าใหม่ และหน้าวิทยาลัยนาฏศิลป์เชียงใหม่ ซึ่งจุดนี้เกิดน้ำท่วมเป็นประจำเนื่องจากเป็นพื้นที่ลุ่มตีรับน้ำจากเมืองเชียงใหม่ ลงที่ลำคูไหว ผ่านคลองแม่ข่า ก่อนจะไหลลงสู่น้ำปิง บางจุดระดับน้ำท่วมสูงถึง 30-50 เซนติเมตร รถจักรยานยนต์ชาวบ้านที่สัญจรไปมาเสียเนื่องจากน้ำเข้าระบบเครื่องยนต์ ส่วนนักท่องเที่ยวสองคนนี้ถูกคลื่นน้ำจากรถยนต์ที่ขับสวนมาพัดจนล้มลง นอกจากนี้ยังพบบ้านเรือนของนางชฎาวรรณ บุญยวง ชาวบ้านชุมชนฟ้าใหม่ ถูกน้ำท่วมเนื่องจากน้ำล้นตลิ่งลำคูไหวไหลหลากเข้าท่วมตัวบ้านเมื่อช่วงสายที่ผ่านมา เจ้าของบ้านต้องขนของขึ้นที่สูง ตั้งแต่เช้ามืดโดยเฉพาะอย่างยิ่งเครื่องใช้ไฟฟ้า อาจจะได้รับความเสียหายได้

00644.MTS_000001400.jpg

นายอัศนี บูรณุปกรณ์ นายกเทศมนตรีเทศบาลนครเชียงใหม่ และ นายณภัทร ประเสริฐดี ผู้อำนวยการสำนักช่างฯ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักช่างเทศบาลนครเชียงใหม่ ลงพื้นที่ชุมชนฟ้าใหม่ รอยต่อชุมชนนันทาราม และชุมชนตลาดประตูก้อมท่ามกลางฝนที่ยังตกลงมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อวางแผนระบายน้ำออกจากพื้นที่ พร้อมสั่งการให้เจ้าหน้าที่เทศกิจนำแผงเหล็กมาปิดถนนไม่ให้รถสัญจรผ่านป้องกันการเกิดอันตราย นอกจากนี้ได้สำรวจสะพานคลองลำคูไหว เป็นจุดที่รับน้ำทั้งหมดจากตัวเมืองเชียงใหม่ ผันลงแม่น้ำปิง ซึ่งก่อสร้างท่อรับน้ำเสียและการปรับปรุงภูมิทัศน์ แต่ยังไม่เสร็จ ทำให้มีวัสดุก่อสร้างกีดขวางคลองลำคูไหวทำให้น้ำระบายออกช้า สั่งการให้รื้อวัสดุก่อสร้างออกจะสามารถผันมวลน้ำทั้งหมดลง คลองลำคูไหว ผ่านคลองแม่ข่า และลงสู่น้ำปิงได้ คาดไม่เกิน 3 ชั่วโมงระดับน้ำจะเข้าสู่สภาวะปกติ

00668.MTS_000000200.jpg

00642.MTS_000000200.jpg00645.MTS_000000840.jpg00647.MTS_000001080.jpg00651.MTS_000000840.jpg00655.MTS_000001000.jpg00660.MTS_000000200.jpg00663.MTS_000001160.jpg00666.MTS_000001360.jpg00675.MTS_000000840.jpg00675.MTS_000001520.jpg00678.MTS_000001080.jpg00683.MTS_000000880.jpg00688.MTS_000000200.jpg

ยุโรป-สหรัฐฯ ผวา! พบคนติด “ฝีดาษลิง” เร่งหาความเชื่อมโยงการระบาด ด้านกรมควบคุมโรคเตือนประชาชนให้เฝ้าระวังและป้องกัน ชี้เป็นโรคติดต่อจากสัตว์สู่คน และติดจากคนสู่คนได้

ยุโรป-สหรัฐฯ ผวา! พบคนติด “ฝีดาษลิง” เร่งหาความเชื่อมโยงการระบาด ด้านกรมควบคุมโรคเตือนประชาชนให้เฝ้าระวังและป้องกัน ชี้เป็นโรคติดต่อจากสัตว์สู่คน และติดจากคนสู่คนได้

วันที่ 20 พฤษภาคม 2565 นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า จากรายงานข่าวที่ประชาชนให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก กรณีสหราชอาณาจักรพบผู้ติดเชื้อโรคฝีดาษลิงเพิ่ม 4 คน รวมเป็น   7 คนนั้น โรคฝีดาษลิงไม่ใช่โรคใหม่ แต่เคยระบาดมาแล้วมากกว่า 20 ปี โรคนี้เกิดจากเชื้อไวรัสกลุ่ม Poxviridae จัดอยู่ในจีนัส Orthopoxvirus เช่นเดียวกับไวรัสอีกหลายชนิด ได้แก่ ไวรัสที่ทำให้เกิดฝีดาษในคนหรือไข้ทรพิษ (variola virus) ไวรัสที่นำมาผลิตวัคซีนป้องกันฝีดาษในคน (vaccinia virus) และฝีดาษวัว (cowpox virus) เชื้อไวรัสฝีดาษลิงพบได้ในสัตว์หลายชนิด โดยเฉพาะสัตว์ตระกูลลิงและสัตว์ฟันแทะ เช่น กระรอก หนูป่า เป็นต้น รวมทั้งคนก็สามารถติดโรคได้

283149801_544477293883185_7623736021173522068_n.jpg

คนสามารถติดโรคจากการสัมผัสโดยตรงกับเลือด สารคัดหลั่ง หรือตุ่มหนองของสัตว์ที่ติดเชื้อ หรือจากการถูกสัตว์ที่มีเชื้อกัดข่วน การประกอบอาหารจากเนื้อสัตว์ป่า หรือกินเนื้อสัตว์ที่ปรุงสุกไม่เพียงพอ หรืออาจติดทางอ้อมจากการสัมผัสที่นอนของสัตว์ป่วย การแพร่เชื้อจากคนสู่คนแม้มีโอกาสน้อย แต่อาจเกิดขึ้นได้จากการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยผ่านทางสารคัดหลั่งจากทางเดินหายใจ ผิวหนังที่เป็นตุ่ม หรืออุปกรณ์ที่มีการปนเปื้อนเชื้อ เมื่อคนรับเชื้อเข้าสู่ร่างกายจะมีระยะฟักตัวประมาณ 7-14 วัน อาจนานถึง 21 วัน โดยอาการเริ่มแรกจะมีไข้ ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ ปวดหลัง ต่อมน้ำเหลืองโต หนาวสั่น อ่อนเพลีย จากนั้นประมาณ 1-3 วัน จะมีผื่นขึ้นบริเวณแขนขา และอาจจะเกิดบนหน้าและลำตัวได้ด้วย ผื่นจะกลายเป็นตุ่มหนอง ในระยะสุดท้ายตุ่มหนองจะเป็นสะเก็ดแล้วหลุดออกมา อาการป่วยจะประมาณ 2-4 สัปดาห์ ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะหายจากโรคเองได้ โดยอาการรุนแรงมักพบในกลุ่มเด็ก ซึ่งในประเทศแอฟริกาพบอัตราการเสียชีวิตประมาณร้อยละ 10

282653403_544477357216512_8284880351373062110_n.jpg

โรคนี้พบมากในประเทศแถบแอฟริกากลางและแอฟริกาตะวันตก ได้แก่ แคเมอรูน สาธารณรัฐแอฟริกากลาง คองโก กาบอง ไลบีเรีย ไนจีเรีย และเซียร์ราลีโอน การพบผู้ป่วยในประเทศนอกเขตแอฟริกา เช่น สหรัฐอเมริกา อิสราเอล สิงคโปร์ และสหราชอาณาจักร มักเกิดจากการเดินทางระหว่างประเทศหรือการนำเข้าสัตว์ที่ติดเชื้อ

นายแพทย์โอภาส กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับการป้องกันควบคุมโรค เริ่มต้นด้วยการป้องกันตนเอง คือ 1) หลีกเลี่ยงการสัมผัสโดยตรงกับเลือด สารคัดหลั่ง หรือตุ่มหนองของสัตว์ที่ติดเชื้อหรือสัตว์ป่า  2) หลีกเลี่ยงการกินเนื้อสัตว์ที่ปรุงสุกไม่เพียงพอ  3) หมั่นล้างมือบ่อยๆ ด้วยสบู่และน้ำหรือเจลแอลกอฮอล์เมื่อสัมผัสกับสัตว์หรือคนที่ติดเชื้อ หรือเดินทางเข้าไปในป่า  4) ไม่นำสัตว์ป่ามาเลี้ยงหรือนำเข้าสัตว์จากต่างประเทศโดยไม่มีการ คัดกรองโรค  5) กรณีมีการเดินทางกลับจากประเทศที่เป็นเขตติดโรค ต้องทำการคัดกรองและเฝ้าระวังอาการจนครบ 21 วัน  หากมีอาการเจ็บป่วยให้รีบไปพบแพทย์ทันที และทำการแยกกักเพื่อมิให้ผู้ป่วยมีการแพร่กระจายเชื้อ

ทั้งนี้ ในปัจจุบันยังไม่มีการรักษาโรคฝีดาษลิงที่เฉพาะเจาะจง แต่สามารถควบคุมการระบาดได้ด้วย การฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้ทรพิษ ซึ่งสามารถป้องกันโรคฝีดาษลิงได้ 85% โดยก่อนหน้าที่จะกวาดล้างไข้ทรพิษได้นั้นมีการฉีดวัคซีนหรือที่เรียกกันว่าการปลูกฝี ซึ่งจะช่วยป้องกันทั้งสองโรคนี้ได้ อย่างไรก็ตาม เด็กที่เกิดหลังปี 2523 จะไม่เคยได้รับการฉีดวัคซีนไข้ทรพิษมาก่อน จึงเป็นกลุ่มที่เสี่ยงต่อโรคฝีดาษลิงมากกว่าประชากรกลุ่มอื่นๆ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422

เชียงใหม่อ่วมฝนทั้งวัน! ฝนตกหนักเกิดน้ำท่วมซ้ำซากในชุมชนกลางเมือง ชาวบ้านเดือดร้อนวอนแก้ไข ด้านรองผู้ว่าฯ เตือนทุกอำเภอเฝ้าระวังรับมือฝนตกหนัก 19 – 25 พ.ค. นี้

เชียงใหม่อ่วมฝนทั้งวัน! ฝนตกหนักเกิดน้ำท่วมซ้ำซากในชุมชนกลางเมือง ชาวบ้านเดือดร้อนวอนแก้ไข ด้านรองผู้ว่าฯ เตือนทุกอำเภอเฝ้าระวังรับมือฝนตกหนัก 19 – 25 พ.ค. นี้

วันที่ 20 พ.ค.65 รายงานข่าวแจ้งว่า บรรยากาศในพืนฝ้นที่ตัวเมืองเชียงใหม่ ที่เกิดพายุฝนที่ตกหนักตั้งแต่ช่วงเช้าตรู่ที่ผ่านมาต่อเนื่องถึงขณะนี้ ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังชุมชนย่านศรีปิงเมือง ต.หายยา อ.เมือง จ.เชียงใหม่ เกิดน้ำท่วมขังอย่างหนัก บางจุดด้านในชุมชนน้ำท่วมเกือบ 1 เมตร รถเล็กผ่านไม่ได้ หลายคันน้ำท่วมหัวเทียนหรือน้ำเข้าท่อไอเสียต้องจอดดับสนิท ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อน เนื่องจากหลายคนต้องส่งบุตรหลานไปเรียนตั้งแต่ช่วงเช้า รวมทั้งออกไปทำงานด้วยความยากลำบาก โดยเฉพาะผู้ใช้รถจักรยานยนต์ ที่ต้องขี่ฝ่าน้ำที่ท่วมขัง โดยชุมชนย่านนี้เวลาที่มีฝนตกหนักต่อเนื่อง จะทำให้เกิดน้ำท่วมขังจะเป็นที่แรกๆ

S__17293407.jpg

ขณะที่จุดต่อเนื่องเข้าสู่ชุมชนศรีปิงเมือง บริเวณสี่แยกหายยา อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ก็มีระดับน้ำท่วมขัง การสัญจรเป็นไปด้วยความยากลำบากเช่นกัน โดยระดับน้ำยังคงขังเพื่อรอการระบายอย่างต่อเนื่องนานหลายชั่วโมง ชาวบ้านที่ทำมาหากินเปิดร้านขายของข้างทาง ต่างก็ได้รับความลำบาก ต้องคอยเก็บสินค้าขึ้นบนที่สูงป้องกันการเสียหายจากการกระแทกของคลื่นน้ำของรถที่ผ่านไปมา พัดเข้าสู่ภายในร้าน โดยชาวบ้านส่วนใหญ่บอกว่า แม้ว่าจะชินกับการถูกน้ำท่วมขังในจุดนี้เพราะเกิดขึ้นทุกครั้งที่ฝนตกหนัก แต่ก็อยากให้มีการแก้ไขเรื่องการระบายน้ำให้เร็วขึ้น

S__17293413.jpg

ทางด้าน เจ๊เหมียว เจ้าของร้านขายเฟอร์นิเจอร์แยกหายยา บอกว่า เวลาที่ฝนตกน้ำก็จะท่วมตลอดเป็นแบบนี้มานานแล้ว ก็ไม่มีหน่วยงานไหนมาแก้ไขอะไร ไม่ว่าฝนจะตกมากตกน้อย โดยเฉพาะหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงรัฐบาลช่วยส่งคนลงไปดูปัญหาของประชาชนด้วย

S__17293409.jpg

ขณะที่ล่าสุดวันนี้ นายวรวิทย์ ชัยสวัสดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัด ปฏิบัติราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้วิทยุสื่อสารด่วน เตือนทุกอำเภอเฝ้าระวัง รับมือฝนตกหนัก 19 – 25 พฤษภาคม นี้ พร้อมเตรียมให้การช่วยเหลือประชาชนทันทีเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน ภายหลังจากที่กรมอุตุนิยมวิทยา ได้มีประกาศฉบับที่ 1 (111/2565) ลงวันที่ 18 พฤษภาคม 2565 แจ้งว่า มรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังแรงปกคลุมประเทศไทย ทะเลอันดามัน และอ่าวไทย ประกอบกับจะมีหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณอ่าวมะตะบันเคลื่อนผ่านสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา เข้าสู่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ทำให้มีฝนฟ้าคะนองกับมีลมกระโชกแรง และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่

S__17293410.jpg

โดยกองอำนวยการน้ำแห่งชาติได้ประเมินสถานการณ์น้ำจากฝนคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยาและสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์กรมหาชน) พบว่า ปริมาณฝนสะสมต่อเนื่องอาจส่งผลให้เกิดน้ำหลากและน้ำท่วมฉับพลัน รวมทั้งทำให้พื้นที่ที่มีน้ำท่วมขังเดิม มีแนวโน้มระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น โดยมีพื้นที่เฝ้าระวังสถานการณ์ ในจังหวัดเชียงใหม่ทุกอำเภอ

S__17293411.jpgS__17293412.jpgS__17293414.jpgS__17293415.jpgS__17293416.jpgS__17293417.jpg

ศบค.ไฟเขียว‼ เปิดสถานบันเทิง ผับ บาร์ คาราโอเกะ อาบอบนวด ในพื้นที่สีฟ้าและสีเขียว เริ่ม 1 มิ.ย. 65 นี้

ศบค.ไฟเขียว เปิดสถานบันเทิง ผับ บาร์ คาราโอเกะ อาบอบนวด ในพื้นที่สีฟ้าและสีเขียว เริ่ม 1 มิ.ย. 65 นี้

วันที่ 20 พ.ค. 65 ที่ประชุม ศบค.ชุดใหญ่ ปรับมาตรการป้องกันควบคุมโรคโควิด-19 สำหรับสถานบริการ สถานประกอบการที่มีลักษณะคล้ายสถานบริการ สถานบันเทิง ผับ บาร์ คาราโอเกะ อาบอบนวด หรือสถานที่อื่นที่มีลักษณะคล้ายกัน

โดยพื้นที่ที่สามารถเปิดดำเนินการได้ ได้แก่พื้นที่นำร่องการท่องเที่ยว(พื้นที่สีฟ้า) 17 จังหวัด และพื้นที่เฝ้าระวัง(พื้นที่สีเขียว) 14 จังหวัด

โดยสามารถเปิดดำเนินการได้เริ่ม 1 มิถุนายน 2565

เวลาในการบริการ :
– จำหน่ายและบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ไม่เกิน 24.00 น.
– เปิดบริการไม่เกิน 24.00 น.

กิจกรรม :
– งดบริการเครื่องดื่มที่มีการใช้แก้วร่วมกัน
– งดกิจกรรมส่งเสริมการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
– การให้บริการที่มีการคลุกคลีและสัมผัสใกล้ชิดกับลูกค้า จะต้องสวมหน้ากาก

สถานบริการ ที่จะเปิดดำเนินการ ต้องขออนุญาตจากคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด ทำการประเมินตนเองผ่านแพลตฟอร์ม Thai Stop COVID 2+ และปฏิบัติตามมาตรการ COVID Free Setting ตลอดจนควบคุมกำกับพนักงานให้ปฏิบัติตามมาตรการที่กำหนดไว้้อย่างเคร่งครัด

aa2.jpg
aa3.jpg
aa5.jpg
aa6.jpg
aa7.jpg

เตือนภัยผู้ใช้!! มิจฉาชีพบนโลกออนไลน์กำลังระบาดในรูปแบบ LINE

เมื่อวันที่ 19 พ.ค. 2565 ทางเพจ LINE Thailand – Official ออกมาโพสต์เตือนผู้ใช้ Line ทุกคนโปรดใช้ line อย่างระมัดระวัง โดยโพสต์ข้อความว่า…

“ผู้ใช้ LINE โปรดระวัง!

ขณะนี้มีมิจฉาชีพได้แอบอ้างชื่อบริษัทต่างๆ ประกาศรับสมัครงาน ผ่านช่องทาง SMS และ LINE แชท รวมถึงเชิญชวนให้เพิ่มเพื่อนบัญชี LINE เพื่อให้กรอกข้อมูลส่วนตัว สร้างความเสียหายต่อบุคคลและองค์กรที่เกี่ยวข้อง จึงใคร่ขอเตือนผู้ใช้ LINE ทุกท่านโปรดระมัดระวัง”

5f48b90956d90f4eb5888a1b952238e0.jpgข้อควรระวัง!!

1.ไม่คลิกลิงก์ที่ไม่ทราบที่มา
2.ไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนตัวผ่านช่องทางออนไลน์ หากยังไม่ตรวจสอบให้แน่ชัด
3.กด “รายงาน” บัญชี LINE ปลอม (เครื่องหมาย 3 ขีดมุมขวาห้องแชท > ตั้งค่าอื่นๆ > เลือก “รายงาน” )

*** ช่วงนี้มิจฉาชีพบนโลกออนไลน์กำลังระบาดในหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการเชิญชวนสมัครงานผ่าน SMS รวมถึงให้เพิ่มเพื่อนบน LINE เพื่อหลอกให้กรอกข้อมูลส่วนตัว
หากใครเจอแบบนี้แล้วเผลอเพิ่มเพื่อนไปแล้ว ก็จัดการได้ด้วยการ “กดรายงาน” หรือ Report บัญชีนั้นซะเลย มีวิธีอย่างไร มาดูกัน! แถมยังใช้กดรายงานพวก “บัญชีทางการปลอม” ได้อีกด้วยนะ

ที่มา : LINE Thailand – Official

พรสวรรค์ ชาติมนตรี (นักศึกษาฝึกประสบการณ์)

 

อุตุฯ เตือนพื้นที่เสี่ยงภัย รับมือฝนฟ้าคะนองกับมีลมแรง และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่

อุตุฯ เตือนพื้นที่เสี่ยงภัย รับมือฝนฟ้าคะนองกับมีลมแรง และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่

วันที่ 20 พ.ค. 65 กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา “ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทยตอนบนและภาคใต้ (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 20 – 23 พฤษภาคม 2565)” ฉบับที่ 4 ลงวันที่ 20 พฤษภาคม 2565 ระบุว่า มรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังแรงพัดปกคลุมประเทศไทย ทะเลอันดามัน และอ่าวไทย ประกอบกับหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงในบริเวณอ่าวมะตะบันจะเคลื่อนผ่านประเทศเมียนมา เข้าสู่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ลักษณะเช่นนี้ทำให้

ในช่วงวันที่ 20-23 พฤษภาคม 2565 ประเทศไทยตอนบนจะมีฝนฟ้าคะนองกับมีลมแรง และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ในบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก กรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมทั้งภาคใต้ตอนบน

ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก และเพิ่มความระมัดระวังในการสัญจรผ่านบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง สำหรับเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย

จังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบ มีดังนี้

ในวันที่ 20 พฤษภาคม 2565

ภาคเหนือ: จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ สุโขทัย พิษณุโลก พิจิตรกำแพงเพชร และตาก

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดหนองคาย บึงกาฬ อุดรธานี และนครพนม

ภาคกลาง: จังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท สุพรรณบุรี กาญจนบุรี ราชบุรี สมุทรสงคราม และนครปฐม รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด

ภาคใต้: จังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ระนอง และพังงา

ในช่วงวันที่ 21-22 พฤษภาคม 2565

ภาคเหนือ: จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ สุโขทัย พิจิตร พิษณุโลก เพชรบูรณ์ กำแพงเพชร และตาก

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดเลย หนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู อุดรธานี สกลนคร นครพนม มุกดาหาร ชัยภูมิ ขอนแก่น กาฬสินธุ์ มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีษะเกษ และอุบลราชธานี

ภาคกลาง: จังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท ลพบุรี สระบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา นครปฐม สมุทรสงคราม สมุทรสาคร กาญจนบุรี และราชบุรี รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด

ภาคใต้: จังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี ระนอง พังงา และภูเก็ต

วันที่ 23 พฤษภาคม 2565

ภาคเหนือ: จังหวัดเชียงราย ลำปาง พะเยา น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ สุโขทัย พิจิตร พิษณุโลก เพชรบูรณ์ กำแพงเพชร และตาก

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดเลย หนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู อุดรธานี สกลนคร นครพนม ชัยภูมิ มุกดาหาร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี

ภาคกลาง: จังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท สุพรรณบุรี ลพบุรี สระบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา นครปฐม สมุทรสงคราม สมุทรสาคร กาญจนบุรี และราชบุรี รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด

ภาคใต้: จังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่

สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น โดยบริเวณทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ส่วนบริเวณทะเลอันดามันตอนล่าง และอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง

กรมอนามัยเตือนทุเรียนแปรรูปควรกินในปริมาณที่เหมาะสมต่อร่างกายเนื่องจากให้พลังงานสูง-เกินความจำเป็นต่อร่างกาย

กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เผย 3 อันดับ ทุเรียนที่ผ่านกระบวนการแปรรูปให้พลังงานสูง   พร้อมแนะควรกินในปริมาณที่เหมาะสมต่อร่างกาย

.

.

         นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า ทุเรียนจัดอยู่ในอาหาร  กลุ่มผลไม้ที่มีวิตามินและแร่ธาตุต่างๆ รวมทั้งเป็นแหล่งของคาร์โบไฮเดรต หากต้องการกินทุเรียนให้ได้รับประโยชน์และคุณค่าทางสารอาหารที่เหมาะสม ควรเลือกทุเรียนแบบกึ่งห่ามเพราะจะมีแป้ง และน้ำตาลที่น้อยกว่าแบบสุกงอม ซึ่งไม่ควรกินทุเรียนเกินวันละ 2 เม็ดขนาดกลาง (หนักประมาณ 80 กรัม) และไม่ควรกินเกิน 3 วันต่อสัปดาห์ เพราะหากกินครั้งละประมาณ 2 – 3 พู หรือ 4 – 6 เม็ด ร่างกายจะรับพลังงานสูงถึง 520 – 780 กิโลแคลอรี ซึ่งเทียบเท่ากับกินอาหารมื้อหลัก 2 มื้อ สำหรับทุเรียนที่ผ่านกระบวนการแปรรูปต่าง ๆ นั้น หากบริโภคในปริมาณที่ไม่เหมาะสม อาจทำให้ได้รับพลังงานที่มากเกินความจำเป็น ซึ่งพบ 3 ลำดับ ดังนี้

ลำดับที่ 1 ทุเรียนทอด ถุงละครึ่งกิโลกรัม ให้พลังงานสูงมากถึง 508 กิโลแคลอรี ควรแบ่งกินประมาณ 5 ครั้ง

ลำดับที่ 2 ทุเรียนกวน 1 แท่ง ขนาด 300 กรัม ให้พลังงาน 320 กิโลแคลอรี และมีปริมาณน้ำตาลสูง ทั้งจากทุเรียนที่สุกง่อมรวมกับน้ำตาลที่เติมลงไปเพื่อให้จับตัวเป็นก้อนและเก็บไว้ได้นาน จึงควรแบ่งกินอย่างน้อย 2 – 3 ครั้ง

ลำดับที่ 3 ข้าวเหนียวน้ำกะทิทุเรียน 1 ถ้วย ให้พลังงาน  220 กิโลแคลอรี ใน 1 วัน ไม่ควรกินเกิน 1 ถ้วย ดังนั้น หากบริโภคทุเรียนควรเลือกแบบสดที่ยังไม่ผ่านกระบวนการแปรรูป เพราะจะได้พลังงานจากน้ำตาล ไขมันน้อย และได้วิตามินกับสารต้านอนุมูลอิสระมากกว่า

.

.

          “ทั้งนี้ สำหรับคนที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวาน โรคหัวใจ และโรคหลอดเลือด สามารถกินทุเรียนได้แต่ต้องปริมาณน้อยกว่าคนทั่วไป และควรออกกำลังกาย เพื่อเผาผลาญน้ำตาล จากการกินทุเรียนออกไป เช่น เดินอย่างน้อยครึ่งชั่วโมง กินผลไม้ที่มีน้ำและหวานน้อยควบคู่กัน เช่น มังคุด แตงโม เพราะมังคุดและแตงโมมีฤทธิ์เย็น ส่วนทุเรียนมีฤทธิ์ร้อน จึงสามารถกินคู่กันได้ และควรหลีกเลี่ยง การกินผลไม้ที่มีรสชาติหวานพร้อมกัน เช่น มะม่วงสุก เงาะ ลิ้นจี่ เพราะจะทำให้ร่างกายได้รับปริมาณน้ำตาลสูงเกินไป” อธิบดีกรมอนามัย กล่าว…

ที่มา : กรมอนามัย

พรสวรรค์ ชาติมนตรี (นักศึกษาฝึกประสบการณ์)

เชียงใหม่แจ้งด่วน เตือนทุกอำเภอเฝ้าระวังรับมือฝนตกหนักช่วง 19 – 25 พฤษภาคม นี้

รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ออกวิทยุสื่อสารด่วน เตือนทุกอำเภอเฝ้าระวัง รับมือฝนตกหนัก 19 – 25 พฤษภาคม นี้ พร้อมเตรียมให้การช่วยเหลือประชาชนทันทีเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน

นายวรวิทย์ ชัยสวัสดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัด ปฏิบัติราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ผู้อำนวยการจังหวัด วิทยุสื่อสารด่วนที่สุดถึงนายอำเภอทุกอำเภอ ผู้อำนวยการอำเภอ นายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ นายกเทศมนตรีเมืองทุกแห่ง ผู้อำนวยการท้องถิ่น และประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงใหม่ ภายหลังจากที่กรมอุตุนิยมวิทยา ได้มีประกาศฉบับที่ 1 (111/2565) ลงวันที่ 18 พฤษภาคม 2565 แจ้งว่า มรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังแรงปกคลุมประเทศไทย ทะเลอันดามัน และอ่าวไทย ประกอบกับจะมีหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณอ่าวมะตะบันเคลื่อนผ่านสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา เข้าสู่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ทำให้มีฝนฟ้าคะนองกับมีลมกระโชกแรง และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่

และกองอำนวยการน้ำแห่งชาติได้ประเมินสถานการณ์น้ำจากฝนคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยาและสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์กรมหาชน) พบว่า ปริมาณฝนสะสมต่อเนื่องอาจส่งผลให้เกิดน้ำหลากและน้ำท่วมฉับพลัน รวมทั้งทำให้พื้นที่ที่มีน้ำท่วมขังเดิมมีแนวโน้มระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น โดยมีพื้นที่เฝ้าระวังสถานการณ์ ในจังหวัดเชียงใหม่ (ทุกอำเภอ) ระหว่างวันที่ 19 – 25 พฤษภาคม 2565

ทั้งนี้ ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และประชาชน ติดตามข้อมูลสภาวะอากาศและข่าวสารจากทางราชการ และเฝ้าระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ให้เฝ้าระวังปริมาณฝนสะสม โดยพื้นที่ลาดเชิงเขา พื้นที่ลุ่มต่ำ พื้นที่ชุมชนเมือง อาจได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากและน้ำท่วมขัง หากพบเห็นหรือได้รับผลกระทบ และต้องการความช่วยเหลือ เมื่อเกิดสถานการณ์ภัยพิบัติ
สามารถแจ้งเหตุผ่านทางโทรศัพท์สายด่วน 1784 หรือแจ้งผ่านไลน์ “ปภ.รับแจ้งเหตุ 1784” โดยดำเนินการ
เพิ่มเพื่อน Line ID @1784DDPM ตลอด 24 ชั่วโมง หรือแจ้งผ่าน Application พ้นภัย

กรณีเกิดสถานการณ์สาธารณภัยในพื้นที่ ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการให้ความช่วยเหลือ และให้ประสาน
พลเรือน ทหาร ตำรวจ เครือข่ายอาสาสมัคร จิตอาสา หรือศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 10 ลำปาง ร่วมปฏิบัติงานให้ความช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยพิบัติ พร้อมทั้งรายงานสถานการณ์ ให้กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงใหม่ทราบทันที เพื่อจะได้รายงานให้กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลางทราบต่อไป

ข่าว : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงใหม่

สธ. เผยสถานการณ์โควิดดีขึ้นมาก คาดเข้าสู่โรคประจำถิ่นเร็วกว่าเดิม พร้อมปรับมาตรการให้สอดคล้องสถานการณ์

สธ. เผยสถานการณ์โควิดดีขึ้นมาก คาดเข้าสู่โรคประจำถิ่นเร็วกว่าเดิม พร้อมปรับมาตรการให้สอดคล้องสถานการณ์

เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2565 นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า สถานการณ์โควิด 19 มีทิศทางดีขึ้นต่อเนื่อง น่าจะเข้าสู่การเป็นโรคประจำถิ่นเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ตามกำหนดกว่าครึ่งเดือน จึงให้ทุกหน่วยงานเตรียมวางแผนการดำเนินงานรองรับ โดยเฉพาะเรื่องระบบบริการสาธารณสุข ซึ่งขณะนี้สายพันธุ์โอมิครอนมีความรุนแรงลดลงอย่างมาก ความรุนแรงน้อยกว่าโรคไข้หวัดใหญ่ ผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่ไม่มีอาการ หรือมีอาการคล้ายไข้หวัด ประกอบกับการฉีดวัคซีนโควิด 19 มีความครอบคลุมเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

กรมการแพทย์ได้เสนอปรับการดูแลในรูปแบบผู้ป่วยนอกและแยกกักที่บ้าน (OPSI) ส่วนผู้ป่วยที่มีอาการปานกลางถึงอาการรุนแรง จะรักษาแบบผู้ป่วยใน (IPD) ในโรงพยาบาล เน้นการเข้าถึงการรักษาอย่างรวดเร็วเพื่อลดความเสี่ยงการเสียชีวิต

นพ.เกียรติภูมิกล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ยังเตรียมพร้อมการดูแลภาวะลองโควิด โดยกรมการแพทย์ได้จัดทำแนวทางการคัดกรองและการประเมินอาการเบื้องต้น รวมถึงวางระบบดูแลรักษาติดตามอาการ สิ่งสำคัญคือ มีการบูรณาการการรักษาภาวะลองโควิดไปยังทุกแผนกที่เกี่ยวข้อง มีช่องทางการให้คำปรึกษาส่งต่อระหว่างสถานพยาบาล และเก็บข้อมูลผู้ป่วยภาวะลองโควิดรายสัปดาห์หรือรายเดือน ซึ่งจะมีการประชุมร่วมกับนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดและผู้อำนวยการโรงพยาบาลทั่วประเทศเพื่อสื่อสารทำความเข้าใจให้สามารถเดินหน้าเรื่องนี้ไปในทิศทางเดียวกัน

สำหรับมาตรการด้านกฎหมายและสังคมจะมีการปรับให้สอดคล้องเช่นกัน เช่น การปรับจากโรคติดต่ออันตรายเป็นโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวัง การปรับลดมาตรการต่าง ๆ ให้สามารถใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงปกติภายใต้วิถีชีวิตใหม่ บนหลักการสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพ เพื่อให้สามารถอยู่ร่วมกับโรคได้ โดยเฉพาะการคงหลักพฤติกรรมสุขอนามัยที่พึงประสงค์ เช่น การสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าเมื่อเข้าไปในสถานที่ปิดระบายอากาศไม่ดี มีคนรวมตัวกันหนาแน่น ไม่สามารถเว้นระยะห่างได้ หรือมีความใกล้ชิดกับผู้ป่วย การล้างมือบ่อยๆ คัดกรองตนเองเมื่อมีความเสี่ยงหรือมีอาการ ขณะที่สถานประกอบการและกิจการต่าง ๆ ยังต้องเข้มการจัดการสิ่งแวดล้อม ทำความสะอาด จัดการขยะตามหลักสุขาภิบาล เพื่อให้เป็นสถานที่ที่มีความปลอดภัย ไม่เฉพาะแค่โรคโควิด 19 แต่ยังรวมถึงโรคอื่น ๆ ด้วย

ชุดปฏิบัติการพิเศษ ลงพื้นที่จับกุมแม่เล้า และช่วยเหลือหญิงสาวเหยื่อค้าประเวณีที่ อ.ดอยหล่อ นำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย

ชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง ลงพื้นที่จับกุมแม่เล้าและช่วยเหลือหญิงสาวเหยื่อค้าประวณี ที่อำเภอดอยหล่อ หลังศูนย์ดำรงธรรมกระทรวงมหาดไทย ได้รับการร้องเรียนจากมูลนิธิเอกชน

นายประสงค์ หล้าอ่อน ปลัดจังหวัดเชียงใหม่ แจ้งว่า ค่ำวันที่ 18 พ.ค. 65 เวลา 23.00 น. ชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง นำโดยนายรณรงค์ ทิพย์ศิริ ผู้อำนวยการศูนย์ปฎิบัติการบังคับใช้กฎหมาย พนักงานฝ่ายปกครอง พร้อมด้วยนางวาสนา บุญธรรมช่วย นายอำเภอดอยหล่อ เข้าจับกุมแม่เล้าและช่วยเหลือหญิงสาวเหยื่อค้าประเวณี ที่ร้านครัวอิมครีม ตำบลดอยหล่อ อำเภอดอยหล่อ จังหวัดเชียงใหม่

283061753_1102736706980685_2275715636875147650_n.jpg

ด้วย ศูนย์ดำรงธรรมกระทรวงมหาดไทย ได้รับการร้องเรียนจากมูลนิธิเอกชนว่ามีสถานบริการแอบแฝงลักลอบค้าประเวณีเด็กและแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี ซึ่งอาจเข้าข่ายความผิดฐานค้ามนุษย์ โดยขณะเข้าตรวจสอบพบพนักงานหญิงบริการอยู่ภายในร้านกับลูกค้าจำนวน 9 คน และพบพนักงานหญิงบริการบางส่วนกำลังออกไปเพื่อให้บริการทางเพศกับลูกค้า พนักงานฝ่ายปกครองได้ตรวจสอบอายุของหญิงบริการทุกคนพบว่า มีอายุต่ำกว่า 18 ปี จำนวน 2 คน จึงได้ส่งไปยังบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อคุ้มครองตาม พ.ร.บ. คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546

282991609_1102736790314010_875903890122620819_n.jpg

สำหรับผู้กระทำความผิดได้จับกุมในฐานความผิด เป็นธุระจัดหาเพื่อการค้าประเวณี, เป็นผู้ดูแลสถานค้าประเวณี, ชักจูง ส่งเสริมให้เด็กประพฤติตนไม่สมควร, เป็นนายจ้างที่มีการจ้างเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีเป็นลูกจ้าง โดยไม่แจ้งการจ้างลูกจ้างซึ่งเป็นเด็กนั้นต่อพนักงานตรวจแรงงาน และเปิดสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมนำตัวผู้ถูกจับส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรดอยหล่อ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

ทั้งนี้ ชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง ได้ทำการประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อขยายผลการกระทำความผิด นำผู้กระทำความผิดมาลงโทษและคุ้มครองผู้ที่อาจตกเป็นเหยื่อจากการค้ามนุษย์ต่อไป

ข่าว : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงใหม่

282999929_1102736670314022_3831894448261344449_n.jpg283000316_1102736730314016_4444854320228372352_n.jpg283026351_1102736886980667_8235734083831874935_n.jpg

สธ.ลงนามพัฒนาสายพันธุ์กัญชากัญชงในประเทศ เพื่อให้ได้สายพันธุ์ที่ดีเป็นต้นพันธุ์คุณภาพ พร้อมกระจายต้นกล้ากัญชา 1 ล้านต้นให้ประชาชนปลูกในครัวเรือนเพื่อใช้ประโยชน์ในการดูแลสุขภาพ

สธ.ลงนามพัฒนาสายพันธุ์กัญชากัญชงในประเทศ เพื่อให้ได้สายพันธุ์ที่ดีเป็นต้นพันธุ์คุณภาพ พร้อมกระจายต้นกล้ากัญชา 1 ล้านต้นให้ประชาชนปลูกในครัวเรือนเพื่อใช้ประโยชน์ในการดูแลสุขภาพ

วันที่ 19 พฤษภาคม 2565 ที่ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข นายแพทย์เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข และ นายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือเพื่อการใช้ประโยชน์กัญชาทางการแพทย์และศึกษาวิจัย โดยมี นายแพทย์ภูวเดช สุระโคตร ผู้ช่วยปลัดกระทรวงสาธารณสุข ผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุขและกรมวิชาการเกษตร ร่วมเป็นสักขีพยาน

นายแพทย์เกียรติภูมิ กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขมีนโยบายผลักดันกัญชา กัญชง ให้เป็นพืชเศรษฐกิจที่นำมาใช้ประโยชน์ในด้านการแพทย์และสุขภาพ ซึ่งปัจจุบันมีงานวิจัยจำนวนมากที่แสดงให้เห็นถึงประโยชน์ของกัญชาต่อสุขภาพทั้งด้านการแพทย์แผนปัจจุบันและการแพทย์แผนไทย การผลักดันกัญชา กัญชงดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง โดยมีสถาบันกัญชาทางการแพทย์ เป็นหน่วยประสานความร่วมมือทั้งภายในและภายนอกกระทรวงจัดการต้นทาง กลางทาง และปลายทางห่วงโซ่คุณค่าอย่างเป็นระบบ เน้นให้เกิดความปลอดภัยในการใช้ จนล่าสุดกัญชาถูกปลดล็อคออกจากการเป็นยาเสพติด ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 9 มิถุนายน 2565 นี้ ทำให้ประชาชนสามารถปลูกเพื่อใช้ประโยชน์ในการดูแลสุขภาพเบื้องต้น ต่อยอดเป็นธุรกิจในครัวเรือนได้

นายแพทย์เกียรติภูมิ กล่าวต่อว่า กระทรวงสาธารณสุข และกรมวิชาการเกษตร จึงร่วมกันเตรียมความพร้อมให้กับประชาชนในการปลูกและนำส่วนต่างๆ มาใช้ให้เกิดประโยชน์ โดยกำหนดแนวทางในการส่งเสริม สนับสนุนการใช้กัญชา กัญชงที่ปลอดภัยอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การศึกษา วิจัย ปรับปรุงสายพันธุ์กัญชาและกัญชงในประเทศ เพื่อให้ได้สายพันธุ์ที่ดี เป็นต้นพันธุ์ที่มีคุณภาพ ทนต่อโรค เหมาะกับสภาพแวดล้อม ภูมิอากาศของประเทศไทย และมีสารสำคัญที่สามารถนำไปใช้ทางการแพทย์และสุขภาพได้อย่างเหมาะสมและปลอดภัย พร้อมทั้งมีคู่มือการใช้เพื่อดูแลสุขภาพตนเองและครอบครัว เน้นให้ใช้กัญชาอย่างเข้าใจ ประยุกต์ภูมิปัญญาพื้นบ้านกับวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ เพื่อสุขภาพของคนไทย

ทั้งนี้ หลังจากได้สายพันธุ์กัญชาที่ดีแล้ว กรมวิชาการเกษตรจะกระจายต้นกล้ากัญชา 1 ล้านต้น เป็นต้นพันธุ์ให้กับประชาชนนำไปปลูกในครัวเรือนเพื่อใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ โดยต้นแม่พันธุ์ได้มาจากโครงการต้นกล้าพันธุ์กัญชาทางการแพทย์บุรีรัมย์ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลหนองครก ร่วมกับวิสาหกิจชุมชนเกษตรนอกกรอบเพื่อรอยยิ้มที่ยั่งยืน และจะเริ่มแจก 1,000 ต้น ในงานมหกรรม 360 องศา ปลดล็อคกัญชา ประชาชนได้อะไรที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 10-12 มิถุนายน 2565 นอกจากการแจกต้นกล้าพันธุ์แล้ว จะมีการนำร่องแอปพลิเคชันจดแจ้ง ของ อย. เพื่อความสะดวกให้กับเกษตรกร และแจกคู่มือการปลูกของกรมวิชาการเกษตรด้วย

ด้าน นายระพีภัทร์ กล่าวว่า กรมวิชาการเกษตร เป็นองค์กรที่เป็นเลิศในด้านการวิจัยและพัฒนาด้านพืชต่างๆ ในส่วนพืชกัญชา กัญชง ได้มีการศึกษา ค้นคว้า ทดลอง วิจัย พัฒนามาอย่างต่อเนื่อง และจัดทำเป็นคู่มือการปลูกพืชสกุลกัญชาที่ถูกต้องตามหลักวิชาการ พร้อมทั้งถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตให้กับสมาชิกสหกรณ์และเกษตรกรผู้ปลูก ตามมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับพืช (Good Agriculture Practices : GAP) เพื่อพัฒนาเป็นพืชเศรษฐกิจ สร้างรายได้ให้เกษตรกร และนำรายได้เข้าสู่ประเทศ ปัจจุบันได้ก่อสร้างอาคารวิจัยกัญชาระบบปิด โรงเรือนทดลองในระบบกึ่งปิด และแปลงทดลองในสภาพกลางแจ้ง ณ ศูนย์วิจัยพืชสวนเชียงราย จังหวัดเชียงราย รวมถึงแปลงทดสอบพันธุ์กัญชงที่เหมาะสมกับพื้นที่ประเทศไทย มีศูนย์เครือข่ายภายใต้สังกัดกว่า 26 ศูนย์ฯ ทั่วประเทศ โดยตั้งเป้าเป็นศูนย์กลางการวิจัยและพัฒนาสายพันธุ์ ตลอดจนเทคโนโลยีการผลิตแบบครบวงจร ซึ่งนอกจากจะเป็นสถานที่รองรับการวิจัยและถ่ายทอดเทคโนโลยี นวัตกรรมการผลิตแล้ว ยังสามารถใช้เป็นแหล่งผลิตและกระจายต้นกล้ากัญชา กัญชง สายพันธุ์ดีต่อไปในอนาคตได้

‘คีเปล’ ผลไม้แปลก กินแล้วตัวหอม

คีเปล :  ผลไม้ที่ทำให้กลิ่นกายหอม เป็นผลไม้ที่มีรสชาติหวานหอม เมื่อรับประทานในระยะเวลาหนึ่ง จะช่วยให้มีกลิ่นกายที่หอมได้ไซส์ใหญ่เริ่มต้นที่ลูกละ65กรัมขึ้นไป (ขีดละ390บาท)ไซส์เล็ก ลูกละ45กรัม-60กรัม (ขีดละ250บาท)🌰เมล็ดเก็บไว้เพาะได้

873db7e7639fa3f1602b7590ac29dfd1.jpg

ที่มา : Nueng Banfa

ชื่อสามัญ Kepel

ชื่อวิทยาศาสตร์ Steleshocarpus Burahol (Blume) Hook. F-Thoms (Annon)

คีเปล เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ จัดเป็นพืชที่อยู่ในวงศ์เดียวกันกับกระดังงา มีถิ่นกำเนิดอยู่ในประเทศอินโดนีเซีย ในสมัยโบราณ ต้นไม้ชนิดนี้จะปลูกได้เฉพาะในพระราชวังเท่านั้น บุคคลทั่วไปห้ามปลูกโดยเด็ดขาด ซึ่งพระเจ้าแผ่นดินจะให้มเหสีหรือนางสนมรับประทานผลของคีเปล เพื่อให้มีกลิ่นกายหอม นับได้ว่าเป็นพรรณไม้ที่แปลกและหายากอีกชนิดหนึ่ง

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

ลำต้น

ลำต้นมีความสูงตั้งแต่ประมาณ 10-21 เมตร มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางถึง 40 ซม. เปลือกลำต้นเป็นสีน้ำตาล เรียบ แตกกิ่งก้านสาขามากมาย

ใบ

มีลักษณะเป็นรูปรี โคนใบสอบ ปลายใบแหลม ขอบใบเรียบ แผ่นใบเรียบมีสีเขียวเป็นมัน มีขนาดความกว้างประมาณ 3-5 ซม. ยาวประมาณ 6-8 ซม. ใบที่ยังอ่อนอยู่จะมีสีแดงอมชมพู ออกเป็นใบเดี่ยวเรียงสลับกันที่ปลายกิ่ง

ดอก

ออกเป็นช่อกระจุกตามซอกใบและกิ่งก้าน ในแต่ละช่อประกอบไปด้วยดอกย่อยสีเหลืองขนาดเล็กจำนวนหลายดอก มีกลีบดอกและกลีบเลี้ยงอย่างละ 4 กลีบ มีเกสรรวมกันเป็นกระจุกอยู่บริเวณกลางดอก ให้ดอกได้ประมาณปีละ 2 ครั้ง เมื่อดอกบานจะส่งกลิ่นหอมแรงไปตลอดทั้งวัน

ผล

มีลักษณะเป็นรูปทรงกลมขนาดใหญ่เท่ากำมือ ติดผลบริเวณลำต้นเป็นจำนวนมาก ผลอ่อนมีสีน้ำตาลผิวหยาบ ต่อมาจะกลายเป็นสีขาวอมเหลืองผิวเรียบ และเมื่อแก่จัดจะมีสีน้ำตาลเข้ม ก้านผลยาวห้อยลงมา เนื้อภายในผลมีสีเหลืองฉ่ำน้ำ รสหวานและหอมมาก หลังจากติดดอกมาได้ประมาณ 3-4 เดือน ก็จะเริ่มให้ผล ซึ่งอยู่ในช่วงเดือนธันวาคม-มีนาคม และในช่วงเดือนมิถุนายน-กรกฎาคม การติดผลในช่วงแรกจะดกกว่าในช่วงที่สอง

เมล็ด

มีลักษณะเป็นรูปไข่ขนาดใหญ่สีน้ำตาลเข้มอมดำ เปลือกเมล็ดแข็ง ในแต่ละผลจะมีเมล็ดอยู่ประมาณ 3-6 เมล็ด

ประโยชน์

ผลมีรสหวาน กลิ่นหอม เมื่อรับประทานเข้าไปจะทำให้เหงื่อและกลิ่นตัวหอมสดชื่น และยังมีสรรพคุณทางยาที่ช่วยให้ถ่ายปัสสาวะได้คล่องไม่ติดขัด สิ่งที่ถูกขับถ่ายออกมาจากร่างกายไม่มีกลิ่นแรงจนเกินไป และยังสามารถปลูกเป็นไม้ประดับตามอาคารบ้านเรือนได้ เนื่องจากมีใบอ่อนสีแดงอมชมพูสวยงาม แถมยังให้ดอกสีเหลืองงดงามส่งกลิ่นหอมแรงไปตลอดทั้งวัน เมื่อให้ผลก็ใช้รับประทานได้ด้วย จึงควรอนุรักษ์ต้นไม้หายากและมีประโยชน์ชนิดนี้ไว้ เพื่อไม่ให้สูญพันธุ์

 

ที่มา :ศูนย์การเรียนรู้อุทยาน-พรรณไม้

ที่มาเฟสบุ๊ค : Nueng Banfa

ณัฐกานต์ จี๋แปง ( นักศึกษาฝึกประสบการณ์ )

 

เตือนภัย! มิจฉาชีพหลอกรับสมัครงานผ่านออนไลน์ และ SMS จากการสมัครงานของเครือ เซ็นทรัล รีเทล

ปัจจุบันการหางาน สมัครงานก็ว่ายากแล้ว ยังต้องมากเจอมิจฉาชีพหลอกลวงอีก ไม่ว่าจะมาในรูปแบบไหนก็ต้องระวัง เช็คให้แน่ใจ วันนี้จะมาเตือนภัยมิจฉาชีพหลอกรับสมัครงานผ่านออนไลน์ และ SMS จากการสมัครงานของ  ธุรกิจในเครือ เซ็นทรัล รีเทล 

.

.

โดย เฟซบุ๊ก Centralretailcareers  ออกมาโพสต์ ประกาศระบุข้อความว่า “ โปรดระวัง ‼️ มิจฉาชีพ แอบอ้าง หลอกรับสมัครงาน ธุรกิจในเครือ เซ็นทรัล รีเทล ผ่านออนไลน์ และ SMS บริษัทฯ ขอยืนยันว่า บริษัท เซ็นทรัล รีเทล และบริษัทในเครือ ไม่เคยมีลักษณะของการรับสมัครงานในรูปแบบดังกล่าว ดังนั้นจึงขอแจ้งเตือนประชาชนว่า อย่าหลงเชื่อและกดลิงก์เข้าไปให้ข้อมูลอย่างเด็ดขาด เพราะอาจจะเกิดความเสี่ยงในการถูกมิจฉาชีพเชื่อมต่อไปยังข้อมูลส่วนบุคคลได้ ”

04b7df62b6c5640185c01247b21e8b09.jpg7cf342793a836364631736bb0cf7229c.jpgde1c313cd6caf29bd5aa339412a74f36.jpgdf937f0c2da894eb24eb22ba830979d7.jpgf6ee443b573d4ff78cc1e8c7c4d7dc69.jpg

แต่ทั้งนี้ถ้าคุณต้องการสมัครงานควรเช็คดูให้ดี ไม่ว่าจะสมัครงานที่ไหนก็ตาม…

 

.

.

พรสวรรค์ ชาติมนตรี (นักศึกษาฝึกประสบการณ์ )

อุปทานโลกตึงตัว ดันราคาน้ำมันพืชพุ่ง คาดราคาน้ำมันปาล์มบรรจุขวดเฉลี่ยทั้งปี 2565 อยู่ที่ 65-68 บาท

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เผยอุปทานโลกตึงตัว ดันราคาน้ำมันพืชพุ่ง คาดราคาน้ำมันปาล์มบรรจุขวดเฉลี่ยทั้งปี 2565 อยู่ที่ 65-68 บาท

เมื่อวันที่ 17 พ.ค. 65 ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เผิดเผยว่า​ราคาน้ำมันพืชในตลาดโลกปี 2565 ยังมีแนวโน้มขยับขึ้น จากปัญหาอุปทานตึงตัวจากความตึงเครียดระหว่างรัสเซีย-ยูเครน การระงับการส่งออกน้ำมันปาล์มของผู้ผลิตและส่งออกรายใหญ่ของโลกอย่างอินโดนีเซีย ท่ามกลางสถานการณ์สินค้าทดแทนที่มีจำกัด และอุปสงค์ในตลาดโลกที่ยังอยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะความต้องการจากผู้ซื้อรายใหญ่อย่างอินเดียและจีน ซึ่งนอกจากปัจจัยเหล่านี้ที่กดดันราคาน้ำมันพืชในตลาดโลกและไทยแล้ว ยังมีปัจจัยในประเทศ ได้แก่ ความต้องการน้ำมันพืชหลักในไทยยังอยู่ในระดับสูง ปริมาณผลผลิตปาล์มน้ำมันของไทยที่ใกล้จะหมดฤดูกาลเก็บเกี่ยว สต็อกปริมาณน้ำมันปาล์มดิบคงเหลืออยู่ในระดับต่ำกว่า Safety Stock และต้นทุนการผลิตที่ขยับสูงขึ้น ซึ่งกดดันราคานำมันพืชในไทยด้วย

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาด ในช่วงที่เหลือปี 2565 ราคาน้ำมันพืชหลักในไทยอย่าง น้ำมันปาล์ม ยังมีโอกาสขยับสูงขึ้น เมื่อเทียบกับช่วง 4 เดือนแรกปี 2565 และทำให้ราคาน้ำมันปาล์ม (สำเร็จรูปบรรจุขวด) เฉลี่ยทั้งปีอยู่ที่ 65-68 บาท/ขวด (1ลิตร) เพิ่มขึ้น 35-41%YoY จากปี 2564 ที่เฉลี่ยอยู่ที่ 48.12 บาท/ขวด ภายใต้สมมติฐานที่ว่าอินโดนีเซียอาจจะกลับมาส่งออกน้ำมันปาล์มโอเลอีนได้อีกครั้ง ผลผลิตปาล์มน้ำมันของมาเลเซียจะทยอยออกมาเพิ่มขึ้นตั้งแต่ไตรมาสที่ 3 และรัสเซียน่าจะส่งออกน้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันดอกทานตะวันได้ในช่วงฤดูกาลเก็บเกี่ยวครึ่งหลังปี 2565 ส่วนราคาน้ำมันพืชในไทย แม้จะยืนสูงแต่อาจไม่ได้เร่งตามต้นทุนที่แท้จริงเพราะภาครัฐขอความร่วมมือผู้ประกอบการให้ช่วยตรึงราคาน้ำมันพืชสำเร็จรูปบรรจุขวดไว้หรืออยู่ในโครงสร้างราคาที่กรมการค้าภายในกำหนด

ผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากราคาน้ำมันพืชสูงขึ้น คือ ครัวเรือน ร้านอาหาร และอุตสาหกรรมอาหารที่ใช้น้ำมันพืชในสัดส่วนสูง อาทิ ขนมขบเคี้ยว บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ไอศกรีม นมข้นหวาน ครีมเทียม และผลิตภัณฑ์อาหารเสริมบางอย่าง ซึ่งทำให้ราคาสินค้าในหมวดดังกล่าวมีโอกาสปรับเพิ่มขึ้น สำหรับประเด็นต้องจับตาในช่วงที่เหลือของปีนี้ คือ วิกฤติรัสเซีย-ยูเครนที่จะส่งผลต่อสถานการณ์พลังงาน ธัญพืชและน้ำมันพืชในตลาดโลก ต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้น ระยะเวลาการกลับมาส่งออกของอินโดนีเซีย การเร่งเพิ่มกำลังการผลิตของมาเลเซียหลังเปิดประเทศ สต็อกน้ำมันปาล์มดิบคงเหลือของไทย และมาตรการแก้ปัญหาด้านอุปทานในตลาดของภาครัฐ

เชียงใหม่ นาทีชีวิตอุบัติเหตุรถกระบะรับซื้อของเก่า พุ่งชนรถ 4 คันรวด แม่ค้าหาบเร่ถูกชนบาดเจ็บสาหัส

เชียงใหม่ นาทีชีวิตอุบัติเหตุรถกระบะรับซื้อของเก่า พุ่งชนรถ 4 คันรวด แม่ค้าหาบเร่ถูกชนบาดเจ็บสาหัส

ภาพนาทีชีวิตอุบัติเหตุรถกระบะรับซื้อของเก่า เสียหลักพุ่งชนรถบรรทุกของ และรถกระบะชาวบ้านจอดทำธุระหน้าตลาดปากทางเจริญ .ดอยหล่อ ก่อนจะเสียหลักพุ่งชนรถแม่ค้าหาบเร่ ได้รับบาดเจ็บสาหัสสุดท้ายพุ่งชนรถกระบะของชาวบ้านอีกคัน รวมเป็น 4 คันซ้อน แม่ค้าบาดเจ็บสาหัส เจ้าหน้าที่นำตัวส่งรักษาตัวโรงพยาบาล ส่วนคนขับรถกระบะต้นเหตุได้รับบาดเจ็บแต่ยังปฏิเสธว่าถูกรถคันอื่นเบียดตรวจสอบกล้องวงจรปิดเห็นชัดว่าพุ่งชนรถแม่ค้าหาบเร่อย่างจัง

 

กล้องวงจรปิดร้านธวัชชัยการไฟฟ้า ตรงข้ามตลาดปากทางเจริญ อ.ดอยหล่อ บันทึกภาพเหตุการณ์ขณะที่ผู้หญิงเจ้าของรถจักรยานยนต์ฮอนด้าสีแดงหมายเลขทะเบียน จธX 75X เชียงใหม่ มีล้อพ่วงบรรทุกผักด้านหลัง ซึ่งขณะนั้นเจ้าของรถจักรยานยนต์ กำลังเดินขึ้นรถเพื่อสตาร์ทรถ อยู่ๆรถกระบะโตโยต้าไมตี้เอ็กซ์ สีขาวหมายเลขทะเบียน บX 8XX0 เชียงใหม่ พุ่งชนท้ายเข้าอย่างจังทำให้ผู้หญิงคนดังกล่าวและข้าวของบนรถกระจายไปคนล่ะทิศ คนล่ะทาง หลังเกิดเหตุชาวบ้านที่อยู่บริเวณใกล้เคียงต่างออกจากร้านมามุงดูด้วยความตกใจ หลังเกิดเหตุ พลเมืองดีได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ดอยหล่อ ประสานเจ้าหน้าที่กู้ชีพ อบต.ดอยหล่อ ช่วยเหลือผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ

674635198.696530.mp4_000076875.jpg

เมื่อถึงที่เกิดเหตุพบรถจักรยานยนต์ฮอนด้า สีแดงหมายเลขทะเบียน จธX 75X เชียงใหม่ ล้มอยู่ ด้านหลังรถพบข้าวของกระจัดกระจายไปทั่ว พบผู้ที่ได้รับบาดเจ็บอาการสาหัส เป็นผู้หญิงสูงอายุนอนหมดสติ ตัวยังคร่อมรถจักรยานยนต์คันดังกล่าว เจ้าหน้าที่กู้ชีพ อบต.ดอยหล่อ จึงช่วยกันปฐมพยาบาลผู้ที่ได้รับบาดเจ็บส่งรักษาตัวที่โรงพยาบาลดอยหล่อ ทราบชื่อนางอัญชลี อายุ 62 ปี ส่วนคนขับรถกระบะคันก่อเหตุทราบชื่อนายถา ได้รับบาดเจ็บ เจ้าหน้าที่ส่งตัวรักษาที่โรงพยาบาลดอยหล่อก่อนหน้านี้

674635197.023935.mp4_000000933.jpg

จากการสอบถามชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ทราบว่าก่อนเกิดเหตุ นางอัญชลีฯ เดินทางออกจากบ้านเพื่อจะนำผัก ใส่รถพ่วงขี่รถจักรยานยนต์คันดังกล่าวมาส่งขายที่ตลาดปากทางเจริญ ระหว่างนั้นได้แวะส่งพัสดุที่ไปรษณีย์ .ดอยหล่อ ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้าม หลังส่งพัสดุเสร็จก็ขึ้นคร่อมรถจักรยานยนต์เตรียมสตาร์รถข้ามไปส่งผักที่ตลาดแต่ถูกรถกระบะโตโยต้า ไมตี้เอ็กซ์ สีขาวหมายเลขทะเบียน บX 8XX0 เชียงใหม่ ชนเข้าอย่างจัง หลังจากนั้นรถกระบะคันต้นเหตุจะพุ่งชน รถกระบะวีโก้สีขาวหมายเลขทะเบียน ยX 1XX5 เชียงใหม่ ที่คนขับเพิ่งขับมาจอดได้ไม่นานจนท้ายรถยุบ ไปทั้งแผง

S__16515109.jpg

หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ดอยหล่อ สอบสวนคนงานที่นั่งโดยสารมาด้วยกับนายถาฯ ทราบว่าทั้งสองเดินทางกลับจากซื้อของเก่าที่น้ำตกแม่กลาง .จอมทอง เพื่อนำของกลับไปที่บ้าน .สันป่าตอง ซึ่งนายถายังให้การภาคเสธว่าถูกรถยนต์คันอื่นขับเบียดจนเกิดอุบัติเหตุพุ่งชนนางอัญชลี ก่อนที่รถกระบะคันก่อเหตุจะพุ่งชนวีโก้สีขาวหมายเลขทะเบียน ยX 1XX5 เชียงใหม่ อย่างไรก็ตามจากการตรวจสอบที่เกิดเหตุเบื้องต้น พบว่าก่อนหน้านี้ นายถาได้ขับรถเฉี่ยว รถกระบะบรรทุกของโตโยต้ารีโว สีเทาหมายเลขทะเบียน ยX 4XX9 เชียงใหม่ กระจกมองหลังด้านขวาเสียหาย และเฉี่ยวซุ้มล้อรถกระบะนิสสันนาวาร่า หมายเลขทะเบียน ผX 7XX6 เชียงใหม่ หลังจากนั้นจึงชนรถจักรยานยนต์ของป้าอัญชลี และพุ่งชนท้ายรถกระบะวีโก้สีขาวหมายเลขทะเบียน ยX 1XX5 เชียงใหม่ เป็นคันสุดท้าย

674635196.636596.mp4_000002666.jpg

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิด ร้านธวัชชัยการไฟฟ้า พบว่ารถยนต์ของนายถาฯพุ่งชนป้าอัญชลีฯ อย่างจังไม่มีรถคันไหนเบียดแต่อย่างใด ซึ่งหลังจากนี้เจ้าหน้าที่จะได้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อประกอบในการแจ้งข้อกล่าวหาต่อไป

674635196.792648.mp4_000000966.jpg674635196.867939.mp4_000000866.jpg674635197.259236.mp4_000000700.jpg674635197.335619.mp4_000001066.jpg674635197.643763.mp4_000000900.jpg674635198.696530.mp4_000077141.jpg
S__16515110.jpgS__16515111.jpgS__16515112.jpg

ศูนย์จีโนมทางการแพทย์ฯร่วมมือกับ “นักวิจัยนานาชาติ” ถอดรหัสทำไมบางคนแม้จะอยู่ใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อโควิด-19 ก็ไม่เคยติดเชื้อ

ศูนย์จีโนมทางการแพทย์ฯร่วมมือกับ “นักวิจัยนานาชาติ” ถอดรหัสทำไมบางคนแม้จะอยู่ใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อโควิด-19 ก็ไม่เคยติดเชื้อ

หลายคนตั้งคำถาม  ?

1.ทำไมบางคนไม่ว่าจะเป็น”เด็ก คนหนุ่มสาว หรือผู้สูงวัย”แม้จะอยู่ใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อโควิด-19 นานเท่าใดก็ไม่ติดเชื้อไม่ว่าจะเป็นสายพันธุ์ใด(resistant)?
2.ทำไมบางคนเมื่อติดเชื้อโควิด-19 กลับมีอาการรุนแรง และบางรายถึงขั้นเสียชีวิตทั้งที่อายุน้อยกว่า 50 ปีและไม่มีโรคประจำตัว(life-threatening)?
3.ทำไมบางคนเป็นลองโควิด (long covid)?
หากสามารถตอบคำถาม 3 ข้อนี้ได้ เราจะมีองค์ความรู้ที่ไปพัฒนาสร้างวัคซีน ยา เวชภัณฑ์ใหม่ รวมทั้งชุดคัดกรองผู้ที่มีความเสี่ยงสูงจะติดเชื้อรุนแรงหรือจะมีอาการลองโควิดเพื่อให้ได้รับ วัคซีน ยา หรือเวชภัณฑ์ต้านไวรัสที่มีอยู่ในปัจจุบันได้อย่างรวดเร็วทันต่อการรักษาเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด

ทางศูนย์จีโนมทางการแพทย์ฯร่วมมือกับ “นักวิจัยนานาชาติ” ถอดรหัสพันธุกรรมผู้ติดเชื้อทั้งจีโนม (โครโมโซม 23คู่ อันประกอบด้วย 25,000 ยีนจาก 3,000 ล้านเบส) เพื่อไขปัญหาดังกล่าว ร่วมไปกับการถอดรหัสพันธุกรรมทั้งจีโนมของไวรัสโคโรนา 2019 (13-15 ยีน หรือ Open reading frame จาก 30,000 เบส)

f64ed76b6b4270de8e5b2074bf40f46f.jpg

จากงานวิจัยในอดีตจนถึงปัจจุบันบ่งชี้ว่าผู้ที่ติดเชื้อไวรัสแทบทุกประเภทรวมทั้งไวรัสโคโรนา 2019 ส่วนใหญ่มักไม่มีอาการ (asymptomatic) หรือมีอาการไม่รุนแรง (mild) เป็นเพียงส่วนน้อยที่มีอาการรุนแรงและบางรายถึงขั้นเสียชีวิต (life-threatening)

89b78f275d2ae2eb387f1b6a9486c029.jpg

เมื่อไวรัสรุกรานเข้าไปในร่างกายของผู้ติดเชื้อ “จีโนมบางส่วนของไวรัส”จะไปกระตุ้นให้เซลล์ผู้ติดเชื้อ เช่นเซลล์ปอดสร้างสารโปรตีนขึ้นมาต่อต้านในทันทีอย่างไม่จำเพาะ(ต่อต้านไวรัสทุกสายพันธุ์) ซึ่งเรียกกันว่า “อินเตอร์เฟียรอน (Interferon: IFN)” โดยมีฤทธิ์ขัดขวางการเพิ่มจำนวนของไวรัส  อินเตอร์เฟียรอนจะเป็นสารที่ร่างกายสร้างขึ้นมาก่อน“แอนติบอดี”เพื่อจัดการกับไวรัส ทำให้ผู้ติดเชื้อไวรัสส่วนใหญ่มักไม่มีอาการ หรือมีอาการไม่รุนแรง56fdcecb50d95a0782d0cee17143d92c.jpg1b166f12383e425e312411fa4fb76bdf.jpg

งานวิจัยล่าสุดพบว่ากว่า 20 เปอร์เซ็นต์ของผู้ที่เป็นโรคโควิด-19 ขั้นรุนแรง พบว่าในร่างกายกลับมีการสร้าง “แอนติบอดีต่อร่างกายตนเอง (Auto-antibodies)” เข้าทำลาย “อินเตอร์เฟียรอน” และปริมาณของ Auto-antibodies จะถูกสร้างเพิ่มขึ้นตามอายุและจะพบมากในผู้มีอายุมากกว่า 70 ปีขึ้นไป โดยพบในผู้ชายมากกว่าผู้หญิง
ส่วนอีกประมาณ 3.5 เปอร์เซ็นต์พบว่าเป็นผู้ติดเชื้อที่มียีนกลายพันธุ์มาแต่กำเนิด ทำให้ร่างกายสร้างอินเตอร์เฟียรอนได้เพียงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับคนปรกติ หรือไม่สร้างเลย (inborn errors of immunity) ซึ่งในทั้งสองกรณี (Auto-antibodies และ inborn errors of immunity) ส่งผลให้ร่างกายผู้ติดเชื้อผลิตอินเตอร์เฟียรอนลดลง ทำให้ไวรัสสามารถเพิ่มจำนวนได้อย่างรวดเร็วโดยไม่มีอะไรมายับยั้งก่อให้เกิดอาการติดเชื้อที่รุนแรง

836806305aef190d0889ccff6aad10ec.jpg

หมายเหตุ ผู้ที่มียีนกลายพันธุ์มาแต่กำเนิดส่งผลให้ไวต่อการติดเชื้อมากกว่าคนปรกติ (inborn errors of immunity) โดยจะก่อให้เกิดอาการของโรคที่เกิดการอักเสบด้วยตัวเอง โรคภูมิแพ้ หรือโรคภูมิคุ้มกันทำลายตนเองร่วมด้วย ปัจจุบันพบแล้ว ประมาณ 431 อาการของโรค ในอนาคตหากมีงานวิจัยออกมายืนยันเป็นจำนวนมาก อาจมีการให้อินเตอร์เฟียรอนแก่ผู้ที่มีภาวะ “อินเตอร์เฟียรอนบกพร่อง” ก็เป็นได้
ขณะนี้ทีมวิจัยจีโนมผู้ติดเชื้อทั่วโลกกำลังประเมินว่าการฉีดวัคซีนรวมเข็มกระตุ้นที่ช่วยให้ผู้ติดเชื้อไม่ป่วยรุนแรงและเสียชีวิตจะสามารถชดเชย (compensate) การกลายพันธุ์ตั้งแต่เกิดของผู้ติดเชื้อที่ส่งผลให้เกิดความบกพร่องทางภูมิคุ้มกัน (primary immunodeficiency) และการสร้าง Auto-antibodies ต่อต้านอินเตอร์เฟียรอนในผู้สูงวัยอันส่งผลให้เกิดการติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 อย่างรุนแรงได้หรือไม่
นอกจาก 20 + 3.5 เปอร์เซ็นต์ของผู้ที่เป็นโรคโควิด-19 ขั้นรุนแรงที่เราทราบสาเหตุแล้ว

นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกกำลังพยายามหาสาเหตุอีก 80 เปอร์เซ็นต์ที่ทำให้ผู้ติดเชื้อต้องมีอาการเจ็บป่วยจากโรคโควิด-19 ที่รุนแรงยิ่งไปกว่านั้นเรายังพบว่ามีคนจำนวนหนึ่งไม่ว่าจะเป็น”เด็ก คนหนุ่มสาว หรือผู้สูงวัย”สามารถต้านทานต่อการติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (Resistant to COVID-19 infection) แม้จะอยู่ร่วมกับผู้ติดเชื้อที่มีอาการไอจามอย่างรุนแรงและอยู่ร่วมกันเป็นระยะเวลานาน ทั้งที่ไม่ได้ฉีดหรือฉีดวัคซีนก็ตาม จึงทำให้เกิดมีโครงการ “COVID Human Genetic Effort” ขึ้นมา ซึ่งเป็นโครงการความร่วมมือระดับนานาชาติที่ร่วมด้วยช่วยกันถอดรหัสพันธุกรรมมนุษย์ของผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ทุกยีน (25,000 ยีน) หรือทั้งจีโนม (3 พันล้านเบส) เน้นในสามกลุ่มหลักคือ กลุ่มแรกเป็นผู้ที่สามารถต้านทานต่อการติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ได้ กลุ่มที่สองเป็นกลุ่มที่มีการติดเชื้อรุนแรง กลุ่มที่สามลองโควิด “Long COVID” ที่มีอาการหลงเหลือหลังติดเชื้อโควิด-19 ว่ามีการกลายพันธุ์ของยีนใดเข้ามาเกี่ยวข้อง โดยตรวจสอบเปรียบเทียบในประชากรแต่ละเชื้อชาติว่ามีการกลายพันธุ์ “ที่ยีนเดียวกัน”และ“บนตำแหน่งเดียวกันของยีนดังกล่าว” หรือไม่อย่างไร หากสามารถไขคำตอบทั้ง 3 กลุ่มนี้ได้เราจะมีองค์ความรู้ที่ไปพัฒนาสร้างวัคซีน ยา เวชภัณฑ์ใหม่ รวมทั้งชุดคัดกรองผู้ที่มีความเสี่ยงสูงจะติดเชื้อรุนแรงหรือจะมีอาการลองโควิดเพื่อให้ได้รับ วัคซีน ยา หรือเวชภัณฑ์ต้านไวรัสที่มีอยู่ในปัจจุบันได้อย่างรวดเร็วทันต่อการรักษาเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด
สรุปได้ว่า “Auto-antibodies” (autoimmune phenocopies or mimics of inborn errors of interferon) เป็นปัจจัยเสี่ยงอันดับที่สองที่ทำให้ผู้ติดเชื้อโควิด-19 มีอาการรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตรองลงมาจาก “อายุ” แต่สูงกว่าอันดับสามและสี่คือ”เพศ”และ “ผู้ที่มียีนกลายพันธุ์มาแต่กำเนิดส่งผลให้ไวต่อการติดเชื้อมากกว่าคนปรกติ (inborn errors of immunity)” อันส่งผลให้เกิดภูมิคุ้มกันบกพร่อง (primary immunodeficiency)

1b904e04831c546c1ed1f8455b0cfaf1.jpg         โครงการ “COVID Human Genetic Effort” มีศูนย์ถอดรหัสพันธุกรรมทั้งจีโนม (Genome sequencing center) มากกว่า 50 แห่ง และโรงพยาบาลหลายร้อยแห่งทั่วโลกเข้าร่วม นำโดย ศ.ฌอง-โลรองต์ คาสโนว่า (Prof. Jean-Laurent Casanova) จากมหาวิทยาลัยร็อคกี้เฟลเลอร์ และ ศ. เฮเลน ซู (Prof. Helen Su) จากสถาบันโรคภูมิแพ้และโรคติดเชื้อแห่งชาติ (สหรัฐอเมริกา)

มีผู้เข้าร่วมในโครงการการมาจากหลายประเทศ หลายเชื้อชาติ อาทิ เอเชีย ยุโรป ลาตินอเมริกา และตะวันออกกลาง รวมทั้งศูนย์จีโนมทางการแพทย์ รพ. รามาธิบดี จากประเทศไทย ศูนย์จีโนมทางการแพทย์ฯ ร่วมมือกับโครงการ “COVID Human Genetic Effort” ในการเฟ้นหาตำแหน่งสำคัญบนจีโนมของประชากรไทยและประชากรในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่เกี่ยวข้องกับการติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ที่รุนแรง ยีนกลายพันธุ์ในผู้ติดเชื้อที่สามารถต้านทานต่อการติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 และยีนกลายพันธุ์ที่เกี่ยวข้องกับอาการลองโควิด คาดว่าจะมีความคืบหน้าให้ทราบเร็วๆนี้

b65479e71a6a01bbf7e1b23cf3569d4d.jpg

การถอดรหัสพันธุกรรมทั้งจีโนมของศูนย์จีโนมทางการแพทย์ฯ ได้พัฒนามาใช้เทคโนโลยี long-read human genome sequencing เพื่อให้สามารถตรวจจับรูปแบบการกลายพันธุ์บนจีโนมมนุษย์ได้ดีขึ้น

.

.

ที่มา : ศูนย์จีโนมทางการแพทย์ (Center for Medical Genomics)

พรสวรรค์ ชาติมนตรี (นักศึกษาฝึกประสบการณ์)

กรมอุตุนิยมวิทยา เตือนพื้นที่เสี่ยงภัยฝนตกหนักถึงหนักมาก ขอประชาชน ระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก

กรมอุตุนิยมวิทยา เตือนพื้นที่เสี่ยงภัยฝนตกหนักถึงหนักมาก ขอประชาชน ระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก

วันที่ 19 พ.ค. 65 กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา “ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทยตอนบนและภาคใต้(มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 20 – 23 พฤษภาคม 2565)” ฉบับที่ 2 ลงวันที่ 19 พฤษภาคม 2565มรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังแรงปกคลุมประเทศไทย ทะเลอันดามัน และอ่าวไทย ประกอบกับจะมีหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณอ่าวมะตะบันเคลื่อนผ่านประเทศเมียนมา เข้าสู่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ลักษณะเช่นนี้ทำให้ในช่วงวันที่ 20-23 พฤษภาคม 2565 ประเทศไทยตอนบนจะมีฝนฟ้าคะนองกับมีลมแรง และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ในบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก กรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมทั้งภาคใต้ตอนบน ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก และเพิ่มความระมัดระวังในการสัญจรผ่านบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง สำหรับเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย

จังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบ มีดังนี้

ในวันที่ 20 พฤษภาคม 2565

ภาคเหนือ: จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ สุโขทัย พิจิตร พิษณุโลก เพชรบูรณ์ กำแพงเพชร และตาก

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดเลย หนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู อุดรธานี นครพนม ชัยภูมิ และนครราชสีมา

ภาคกลาง: จังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท กาญจนบุรี สุพรรณบุรี และราชบุรี รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด

ภาคใต้: จังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ระนอง พังงา และภูเก็ต

ในช่วงวันที่ 21-22 พฤษภาคม 2565

ภาคเหนือ: จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ สุโขทัย พิจิตร พิษณุโลก เพชรบูรณ์ กำแพงเพชร และตาก

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดเลย หนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู อุดรธานี สกลนคร นครพนม มุกดาหาร ชัยภูมิ ขอนแก่น กาฬสินธุ์ มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ และอุบลราชธานี

ภาคกลาง: จังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท ลพบุรี สระบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา นครปฐม สมุทรสงคราม สมุทรสาคร กาญจนบุรี และราชบุรี

รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด

ภาคใต้: จังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี ระนอง พังงา ภูเก็ต

วันที่ 23 พฤษภาคม 2565

ภาคเหนือ: จังหวัดเชียงราย ลำปาง พะเยา น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ สุโขทัย พิจิตร พิษณุโลก เพชรบูรณ์ กำแพงเพชร และตาก

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดเลย หนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู อุดรธานี สกลนคร นครพนม ชัยภูมิ มุกดาหาร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี

ภาคกลาง: จังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท สุพรรณบุรี ลพบุรี สระบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา นครปฐม สมุทรสงคราม สมุทรสาคร กาญจนบุรี และราชบุรี รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด

ภาคใต้: จังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่

สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น โดยบริเวณทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ส่วนบริเวณทะเลอันดามันตอนล่าง และอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง

“ประยุทธ์” รำลึกความหลัง 7 ปีที่ต้องเข้ามา เพราะคนไม่มีความสุข บ้านเมืองเดินหน้าต่อไปไม่ได้ ขอประชาชนเชื่อมั่นรัฐบาลมุ่งมั่นแก้ปัญหา เพื่ออนาคตของประเทศ

“ประยุทธ์” รำลึกความหลัง 7 ปีที่ต้องเข้ามา เพราะคนไม่มีความสุข บ้านเมืองเดินหน้าต่อไปไม่ได้ ขอประชาชนเชื่อมั่นรัฐบาลมุ่งมั่นแก้ปัญหา เพื่ออนาคตของประเทศ

วันที่ 19 พฤษภาคม 2565 เวลา 09.00 น. พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุมเสวนา “ถามมา-ตอบไป เพื่อประเทศไทยที่ดีกว่าเดิม” และกล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “อดีต ปัจจุบัน อนาคต ของประเทศไทยที่ดีขึ้นกว่าเดิม” ณ รอยัล พารากอนฮอลล์ สยามพารากอน
 
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวบนเวทีว่า “ผมย้อนคิดเสมอ ถึงวันที่ผมตัดสินใจเข้ามาบริหารประเทศเมื่อ 7 ปีก่อน วันนั้นประเทศไทยมีการแบ่งขั้ว สลับกันต่อต้านซึ่งกันและกัน โดยเหตุการณ์ดังกล่าวได้เกิดขึ้นต่อเนื่องกันมานับ 10 ปี เป็นเหตุให้บ้านเมืองเดินหน้าต่อไปไม่ได้ คนไทยไม่มีความสุข และประเทศไทยได้ชื่อว่าเป็นคนป่วยแห่งเอเชีย ซึ่งในวันนี้ พวกเราหลายคนอาจจะลืมกันไปแล้ว และเมื่อผมได้ตัดสินใจไปแล้ว ผมก็ได้เดินหน้าทำให้ดีที่สุด การมีคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้าใจดีว่า ต้องแลกกับการถูกกล่าวหาว่าประเทศเราไม่เป็นประชาธิปไตย”
 
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในช่วงการเป็นรัฐบาล คสช. ได้พยายามพิสูจน์ให้ประชาชนเห็นว่าทุกคนสามารถมีเสรีภาพทางความคิดภายใต้กรอบกฎหมายที่ผ่อนปรน รัฐบาลใช้อำนาจเท่าที่จำเป็นเพื่อแก้ไขปัญหาเท่านั้น ในส่วนของกระบวนการยุติธรรม การตรวจสอบต่าง ๆ ยังคงเป็นหน้าที่ขององค์กรอิสระ ยืนยันการเข้ามาเป็นรัฐบาล คสช. เพื่อดำรงไว้ซึ่งความสงบเรียบร้อยของประเทศ บ้านเมืองสามารถเดินหน้าต่อไปได้ นานาชาติเกิดความเชื่อมั่น โดยรัฐบาลได้บริหารประเทศ ภายใต้วิสัยทัศน์ “ประเทศไทยมีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เป็นประเทศพัฒนาแล้ว ด้วยการพัฒนาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” สร้างชาติให้เป็นบ้านที่มีความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน ตามวิสัยทัศน์ที่วางไว้ เป็นไปตามแผน “ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี” ระหว่างปี พ.ศ. 2561 – 2580 ที่เป็นแผนภาพรวมใหญ่ที่จะทำให้ทุกภาคส่วนในสังคมเดินไปสู่เป้าหมายที่ตรงกัน พัฒนาอย่างต่อเนื่อง มีแผนระยะสั้น และระยะปานกลาง ได้แก่ แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ แผนปฏิรูปประเทศ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ แผนความมั่นคงแห่งชาติ ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการถ่ายทอดการขับเคลื่อนประเทศ ให้บรรลุเป้าหมายและวิสัยทัศน์ตามยุทธศาสตร์ชาติ
 
ในตอนท้าย นายกรัฐมนตรีขอบคุณทุกภาคส่วนที่ช่วยกันในช่วงวิกฤติที่ผ่านมา ซึ่งรัฐบาลมีความปรารถนาเป็นอย่างยิ่งที่จะนำความสุขกลับมาสู่พี่น้องชาวไทยโดยเร็ว สิ่งที่รัฐบาลสามารถให้ความมั่นใจกับพี่น้องประชาชนได้ คือ “ประเทศไทยในวันนี้ ยังมีเสถียรภาพทางการเงินและการคลังที่ดี” พร้อมรับมือกับวิกฤติที่ยืดเยื้อได้ มีความพร้อมที่จะรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของโลกในอนาคต และมีอุตสาหกรรมสำหรับรองรับ คนรุ่นใหม่ในด้านต่าง ๆ รวมทั้งมีโครงสร้างพื้นฐานที่จะเชื่อมต่อกับประเทศในอาเซียนทุกด้าน ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนเชื่อมั่นว่า รัฐบาลมุ่งมั่นแก้ปัญหา ตั้งใจทำงาน เพื่อให้ประชาชน อยู่รอด ปลอดภัย พอเพียง ยั่งยืน ขอเพียงให้อดทน ร่วมมือ ร่วมใจกัน เพื่ออนาคตของประเทศไทยและลูกหลานของเรานายกฯ ให้ความมั่นใจประชาชนยืนยัน “ประเทศไทยในวันนี้ ยังมีเสถียรภาพทางการเงินและการคลังที่ดี” พร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของโลกเพื่ออนาคตของประเทศไทยและลูกหลานทุกคน

เปิดเทอมวันแรก ยอมใจคุณครูอนุบาลจริงๆเมื่อคุณครูสู้ชีวิตแต่นักเรียนดันสู้กลับ ทุ่มเททั้งกายทั้งใจเพื่อนักเรียนทุกคน

เปิดเทอมวันแรก ยอมใจคุณครูอนุบาลแห่งหนึ่งเมื่อคุณครูสู้ชีวิตแต่นักเรียนดันสู้กลับ ทุ่มเททั้งกายทั้งใจเพื่อนักเรียนทุกคน

ผู้ใช้ Tiktokใช้ชื่อว่า @ninan_ap คุณครูอนุบาลแห่งหนึ่งโพสต์คลิปตอนเช้าขณะที่ผู้ปกครองมาส่งเด็กๆ โดยระบุข้อความว่า “อนุบาล2 ส่งเข้าประกวด #เปิดเทอม แขนช้ำหัวเข่าครูแตกครูก็ยอมลูก ต้องเอาไว้ไม่งั้นปรับตัวไม่ได้เข้าใจคนเป็นแม่ก็อยากให้ลูกได้ความรู้แต่ถึงมือครูแล้วไว้ใจได้หายห่วงค่ะ ” ชาวเน็ตแห่ชื่นชมคุณครู เอ็นดูทั้งเด็กทั้งคุณครูและเป็นกำลังใจให้คุณครู…

 

@ninan_ap อนุบาล2 ส่งเข้าประกวด #เปิดเทอม ♬ เสียงต้นฉบับ – อภิชุดา แสงทอง

 

 

พรสวรรค์ ชาติมนตรี (นักศึกษาฝึกประสบการณ์)

 

สาวโพสต์คลิประบายกับแก๊งคอลเซนเตอร์ขณะที่ตนกำลังโมโหสามี ไม่รู้จะสางสารหรือสมน้ำหน้าดี??

ผู้ใช้ Tiktok รายนึงใช้ชื่อว่า @maebaanketo โพสต์คลิปขณะที่ตนเองกำลังโมโหสามี แต่แก๊งค์คอลเซ็นเตอร์ดันโทรมาพอดี โชคดีของสามี แต่โชคร้ายของแก๊งคอลฯทำเอา น่าสงสาร สำนึกผิดไม่ทันกันเลยทีเดียว  ทั้งนี้ผู้โพสต์ยังได้ระบุว่า “เมื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์โทรมาตอนโมโหผัว ขอบคุณสำหรับพื้นที่ระบาย แก๊งคอลเซ็นเตอร์ผู้น่าสงสาร”

@maebaanketoน่าสงสารเขานะ♬ เสียงต้นฉบับ – แม่บ้านคีโต

 

พรสวรรค์ ชาติมนตรี (นักศึกษาฝึกประสบการณ์)

ชุดสืบสวน ภ.จว.เชียงใหม่ บุกทลายเครือข่ายโรแมนซ์สแกม แก๊งแสร้งรักออนไลน์รายใหญ่ระดับประเทศ จับผู้ต้องหา 24 คน เปิดรีสอร์ตหรูใน อ.ฝาง นั่งทำงานหน้าคอมฯ ลวงเหยื่อลงทุน

ชุดสืบสวน .จว.เชียงใหม่ บุกทลายเครือข่ายโรแมนซ์สแกม แก๊งแสร้งรักออนไลน์รายใหญ่ระดับประเทศ จับผู้ต้องหา 24 คน เปิดรีสอร์ตหรูใน อ.ฝาง นั่งทำงานหน้าคอมฯ ลวงเหยื่อลงทุน

เมื่อเวลา 09.00 น. วันนี้ (19 พ.ค.65) ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ พล.ต.อ.วิสนุ ปราสาททองโอสถ จตช.ในฐานะ ผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามคนร้ายข้ามชาติและเข้าเมือง โดยผิดกฎหมาย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปชก.ตร) พร้อมด้วย พล...พิเชษฐ จิระนันตสิน รอง ผบช..5 , พล...ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย บก..จว.เชียงใหม่ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน .จว.เชียงใหม่ และ เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเชียงใหม่ ได้ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมผู้ต้องหากลุ่มแก๊งคอเซนเตอร์ชาวจีน (HYBRID SCAM) 24 คน เป็นชาย 22 คน และหญิง 2 คน โดยทั้งหมดนี้ เป็นคนสัญชาติจีน 20 คน และเป็นคนท้องถิ่นในพื้นที่ 4 คน พร้อมด้วยของกลางเป็นคอมพิวเตอร์กับโน้ตบุ๊ก จำนวน 10 เครื่อง , หน้าจอคอมพิวเตอร์ จำนวน 20 เครื่อง , ซีพียูคอมพิวเตอร์ จำนวน 10 เครื่อง , โทรศัพท์มือถือพร้อมซิมการ์ดโทรศัพท์มือถือพร้อมใช้งาน จำนวน 244 เครื่อง , ซิมการ์ดโทรศัพท์มือถือ จำนวน 6 อัน และ แฟรชไดรฟ์ จำนวน 2 อัน ขณะทั้งหมดกบดานภายในรีสอร์ตหรูในพื้นที่ .แม่สูน อ.ฝาง จว.เชียงใหม่

S__17178702.jpg

โดยจากการสอบสวนเบื้องต้นถึงพฤติการณ์ก่อเหตุของกลุ่มขบวนการดังกล่าว ทราบว่า ทั้งหมดจะทำงานผ่านเครื่องคอมพิวเตอร์ และ โทรศัพท์มือถือ โดยใช้สัญญาณอินเทอร์เน็ต ที่มีการสร้างบัญชีผู้ใช้ปลอมใน แอปพลิเคชันหาคู่ต่างๆ และแอปพลิเคชันไลน์ เป็นชื่อที่สมมติขึ้นมาเองและใช้ภาพโปรไฟล์หญิงสาวสวยที่หามาจากอินเทอร์เน็ตเพื่อดึงดูดความสนใจ และหลอกลวงเหยื่อ ทั้งคนไทยและต่างชาติ โดยเฉพาะชาวญี่ปุ่น จากนั้นได้มีการสนทนาหว่านล้อม เพื่อหลอกให้เหยื่อตกหลุมรักหรือไว้วางใจ แล้วจะวางกลอุบายให้เหยื่อร่วมลงทุนโดยให้เปิดบัญชีในแอปพลิเคชัน metatrader เพื่อเข้าสู่กระบวนการหลอกเอาเงินมาลงทุน โดยมีทีมที่สร้างข้อมูลบนแพลตฟอร์มที่สร้างปลอมขึ้นมา เพื่อหลอกให้ผู้เสียหายหลงเชื่อว่ามีการเทรดเงินได้จริง เมื่อผู้เสียหายหลงโอนเงินลงทุน ก็ตัดขาดการติดต่อ สูญเงินฟรี

S__17178704.jpg

ทั้งนี้ทางด้าน พล...วินุ ปราสาททองโอสถ จตช.ในฐานะ ผู้อำนวยการศูนย์ ศปชก.ตร เปิดเผยว่า กลุ่มขบวนการคอเซนเตอร์ชาวจีน กลุ่มนี้ใช้วิธีการเข้ามาอาศัยในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ แล้วก่อเหตุหลอกลวงประชาชนในลักษณะ Romance Scam ผ่านเทคโนโลยี ซึ่งแต่ละคนจะมีอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ และโทรศัพท์มือถือคนละประมาณ 4-5 เครื่อง และจากการตรวจสอบพบว่ากลุ่มขบวนการดังกล่าวจะมีเป้าหมายเป็นชาวต่างชาติญี่ปุ่น รวมถึงชาวต่างชาติที่อยู่ในประเทศไทย โดยจะใช้ภาพโปรไฟล์เป็นหญิงสาวหน้าตาดี เข้าไปพูดคุยทักทายทำความรู้จัก แล้วตีสนิทจนให้เกิดความไว้ใจ แล้วหลังจากนั้นจะให้เหยื่อโอนเงินเข้ามาบัญชี โดยอ้างว่าสามารถลงทุนได้ โดยกลุ่มขบวนการเหล่านี้สร้างความเสียหายให้กับประเทศทั้งภายในประเทศไทยและต่างประเทศ

S__17178705.jpg

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของรายละเอียดข้อเท็จจริง และข้อมูลเชิงลึกนั้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้มีการสอบสวนขยายผลถึงกลุ่มผู้อยู่เบื้องหลัง และกลุ่มขบวนการเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง รวมถึงได้มอบหมายให้ทางตำรวจตรวจคนเข้าเมืองภาค 5 ได้ดำเนินการขยายผลว่ากลุ่มคนต่างชาติเหล่านี้เดินทางเข้ามาในประเทศได้อย่างไร และมีขบวนการที่อยู่เบื้องหลังอีกหรือไม่ หลังจากนั้นจะได้ดำเนินการปราบปรามถอนรากถอนโคนให้หมดสิ้น

S__17178708.jpg

พล.ต.อ.วิสนุ ยังได้เปิดเผยอีกว่า ในพื้นที่ภาคเหนือ โดยเฉพาะ จว.เชียงใหม่ เชียงราย เป็นพื้นที่ที่เสี่ยงต่อการแฝงตัวของคนร้ายข้ามชาติ เนื่องจากเป็นแหล่งท่องเที่ยว ซึ่งในช่วงเดือน มิ.ย. นี้ จะจัดเสวนาเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการด้าน คนร้ายข้ามชาติในพื้นที่ ภ.5 และ เจ้าหน้าที่ ศปชก.ตร.ส่วนกลาง เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าว และสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับแนวโน้มการเคลื่อนไหวของอาชญากรรมข้ามชาติในพื้นที่ เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการป้องกันปราบปรามทันรองรับการเปิดประเทศของรัฐบาลต่อไป

S__17178709.jpg

ขณะที่ทางด้าน พล...ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย บก..จว.เชียงใหม่ เปิดเผยว่า จากการสอบสวนทางหนึ่งในกลุ่มผู้ต้องหาของขบวนการดังกล่าวซึ่งเป็นชาวต่าาชาติจีน ทราบว่า ได้เข้ามาอาศัยในพื้นที่ได้ประมาณ 2-3 เดือน และได้ค่าตอบแทนจากการทำงานดังกล่าวจำนวน 25,000 – 35,000 บาท ต่อเดือน และได้มีการเช่าเหมาพักอาศัยในรีสอร์ตที่เกิดเหตุ โดยจะมารวมตัวกันทำงานที่อาคารออฟฟิศด้านหลังที่พักดังกล่าว ตั้งแต่เวลา 09.00-21.00 น. ในวันจันทร์-ศุกร์ และ เวลา 12.00 – 17.00 น. ในวันเสาร์-อาทิตย์

ทั้งนี้ในเบื้องต้นได้แจ้งข้อกล่าวหาว่า “สมคบกันตั้งแต่ 5 คนขึ้นไปเป็นซ่องโจรเพื่อร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น, ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์โดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นําเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน” และแจ้งข้อหาเพิ่มเติมในส่วนผู้ต้องหาชาวจีนว่า “เป็นคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือการอนุญาตสิ้นสุด”

S__17178706.jpgS__17178707.jpgS__17178710.jpgS__17178711.jpgS__17178712.jpgS__17178713.jpg

iAM กวาด 2 รางวัลจากงานประกาศรางวัล MAYA ENTERTAIN AWARDS 2022 มิวสิค วง BNK48 คว้ารางวัล “ดาวรุ่งหญิงแห่งปี” & ปัญ- เจนนิษฐ์ วงBNK48 ปลื้มรางวัล “คู่จิ้นแห่งปี” สุดปังกระแสแรงอย่างต่อเนื่อง

iAM กวาด 2 รางวัลจากงานประกาศรางวัล MAYA ENTERTAIN AWARDS 2022 มิวสิค วง BNK48 คว้ารางวัล “ดาวรุ่งหญิงแห่งปี” & ปัญ- เจนนิษฐ์ วงBNK48 ปลื้มรางวัล “คู่จิ้นแห่งปี” สุดปังกระแสแรงอย่างต่อเนื่อง

บริษัท อินดิเพนเด้นท์ อาร์ทิสท์ เมเนจเม้นท์ จำกัด หรือ iAM (ไอแอม) ต้นสังกัดกลุ่มศิลปินไอดอลหญิงวง BNK48 ศิลปินไอดอลอันดับหนึ่งในประเทศไทย เผยครองความนิยมต่อเนื่อง โดยได้รับแรงสนับสนุนจากแฟนแฟนอย่างล้นหลาม ซึ่งภายในงานประกาศรางวัล MAYA ENTERTAIN AWARDS 2022 จัดขึ้น ณ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ในวันพุธที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ.2565

มิวสิค -แพรวา สุธรรมพงษ์ ได้รับรางวัล “ดาวรุ่งหญิงแห่งปี” และ ปัญ -ปัญสิกรณ์ ติยะกร ควงคู่ เจนนิษฐ์ โอ่ประเสริฐ กับรางวัล “คู่จิ้นแห่งปี” ดีต่อใจอย่างมาก บริษัทฯ จึงขอขอบพระคุณแฟนแฟนที่ร่วมโหวต ทุ่มเทสนับสนุนอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด และขอขอบคุณสำนักข่าว มายาชาแนล ที่เผยแพร่ข่าวประชาสัมพันธ์บริษัทฯ ด้วยดีเสมอมา ในปี 2565 บริษัทฯ เดินหน้าพัฒนาคอนเทนต์และผลงานเพลง ภาพยนตร์ ซีรี่ส์ เป็นต้น แฟนแฟนและประชาชนจะได้เห็นความสามารถของเมมเบอร์ในวง BNK48 ในหลากหลายมุมเพิ่มขึ้นอีกด้วย นอกจากนี้ บริษัท เตรียมฉายภาพยนตร์ผ้าผีบอก ในปลายเดือนมิถุนายนศกนี้ สามารถติดตามความเคลื่อนไหวกิจกรรมผ่านสังคมออนไลน์ BNK48 Official

12121288df4943a6ba558303c79f7c21.jpg
9fc3d1afd48dc55d98a23311a7118082.jpg
34e3395f85cea47ff27b42f59d40416a.jpg
41afafec4b4a4275c8a8e665487a5377.jpg
1653a1dfbdb492e776425e048aa7485c.jpg

 

 

“สินมั่นคงประกันภัย” ยื่นขอฟื้นฟูกิจการต่อศาลล้มละลายกลาง หาทุนจ่ายเคลมประกันโควิด

“สินมั่นคงประกันภัย” ยื่นขอฟื้นฟูกิจการต่อศาลล้มละลายกลาง หาทุนจ่ายเคลมประกันโควิด

เมื่อวันที่ 18 พ.ค. 65 บริษัท สินมั่นคงประกันภัย จำกัด(มหาชน) (SMK) แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์ว่า ตามที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประภันภัย (สำนักงาน คปภ.) ได้ออกประกาศหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขการขอความยินยอมในการฟื้นฟูกิจการของบริษัทประกันภัยวินาศภัย พ.ศ. 2565 เมื่อวันที่ 12 เมษายน 2565 ซึ่งกำหนดรายละเอียดในกรณีการขอความยินยอมคำร้องขอฟื้นฟูกิจการของบริษัทประกันวินาศภัยต่อมา คณะกรรมการของบริษัท สินมั่นคงประกันภัย ได้พิจารณาและมีมติเห็นชอบให้บริษัทยื่นขอความยินยอมเพื่อยื่นคำร้องขอศาลให้ฟื้นฟูกิจการต่อสำนักงาน คปภ. บริษัทจึงได้ยื่นคำขอความยินยอมเพื่อยื่นคำร้องขอต่อศาลให้ฟื้นฟูกิจการต่อสำนักงาน คปภ. เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2565 นั้น

ภายหลังจากที่สำนักงาน คปภ. ได้พิจารณาคำขอดังกล่าวแล้ว เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2565 สำนักงาน คปภ. ได้ให้ความยินยอมเป็นหนังสือต่อบริษัท ให้ยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการต่อศาลล้มละลายกลาง โดยบริษัทต้องยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการต่อศาลล้มละลายกลางภายใน 5 วันทำการนับแต่วันที่ได้รับหนังสือดังกล่าวเมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2565 บริษัทได้ยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการต่อศาลล้มละลาย โดยสาระสำคัญขอฟื้นฟูกิจการ มีดังนี้

1. บริษัทในฐานะลูกหนี้ เป็นผู้ยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการต่อศาลล้มละลายกลาง
2. บริษัทเสนอบริษัท สินมั่นคงประกัน ลูกหนี้เป็นผู้ทำแผน
3. แนวทางของแผนฟื้นฟูกิจการในเบื้องต้น ได้แก่
3.1 การหาแหล่งเงินทุนใหม่และปรับโครงสร้างทุน โดยเฉพาะการเพิ่มทุนเพื่อระดมเงินจากผู้ร่วมทุนใหม่ เพื่อนำมาใช้ในการชำระหนี้และหรือเพื่อปรับโครงสร้างทุนให้มีอัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุนเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด
3.2 การเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขการชำระหนี้ ขยายระยะเวลาชำระหนี้ ปรับโครงสร้างหนี้ เสนอชำระหนี้ด้วยการแปลงหนี้เป็นทุน
3.3 การศึกษาและจัดเตรียมแผนและกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจประกันภัยให้เหมาะสมและมีประสิทธิภาพ
ทั้งนี้ การฟื้นฟูกิจการเป็นไปเพื่อการแก้ไขปัญหาภาระหนี้ค่าสินไหมทดแทนของผู้เอาประกันภัยที่ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ด้วยวิธีการที่มีกฎหมายรองรับและให้ความเป็นธรรมแก่ผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย โดยบริษัทจะดำเนินธุรกิจตามปกติอย่างต่อเนื่องในระหว่างที่เข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการ รวมถึงการให้ความคุ้มครองและสิทธิประโยชน์ตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในกรมธรรม์ประภัยต่างๆ เช่น ประกันรถยนต์ภาคสมัครใจและภาคบังคับ ประกันอัคคีภัย ประกันภัยเบ็ดเตล็ด และประกันขนส่งทางทะเล โดยบริษัทจะดูแลและชำระค่าสินไหมทดแทนตามที่กำหนดไว้ในกรมธรรม์ และชำระค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจตามทางการค้าปกติ
ต่อมาทางสินมั่นคงประกันภัย ได้ออกแถลงการณ์ผ่านทางหน้าเฟซบุ๊ก ระบุว่า สินมั่นคงประกันภัยยืนยันเจตนารมณ์เดินหน้าธุรกิจต่อ ไม่ทิ้งความรับผิดชอบด้วยวิธีปิดกิจการ ย้ำการยื่นฟื้นฟูกิจการคือทางออกที่ดีที่สุดในขณะนี้ เพราะเป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่ายอย่างแท้จริง และนักลงทุนยังแสดงความสนใจที่จะลงทุน หากบริษัทฯ สามารถเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการ เนื่องจากปัญหาสินไหมโควิดเจอ จ่าย จบ จะได้รับการแก้ไข นอกจากนี้ธุรกิจหลักประกันภัยรถยนต์และนอน มอเตอร์ (Non Motor) ยังมีศักยภาพ ผลประกอบการที่ดีต่อเนื่องมาโดยตลอด และการชดใช้สินไหมประเภทอื่นยังสามารถดำเนินไปได้ตามปกติ

กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ ประกาศเตือนเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงน้ำหลากและน้ำท่วมฉับพลัน ช่วง 19-25 พ.ค. 65 นี้

กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ ประกาศเตือนเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงน้ำหลากและน้ำท่วมฉับพลัน ช่วง 19-25 พ.ค. 65 นี้

วันที่ 18 พ.ค. 65 ประกาศ กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ ฉบับที่ 14/2565 เรื่อง เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงน้ำหลาก และน้ำท่วมฉับพลัน ระบุว่า จากการคาดการณ์สภาพอากาศของกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่าในช่วงวันที่ 19 – 23 พฤษภาคม 2565 มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมประเทศไทยมีกำลังแรงขึ้น ทำให้มีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลางด้านตะวันตก ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก

กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ ได้ประเมินสถานการณ์น้ำจากฝนคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยาและสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) พบว่าปริมาณฝนตกสะสมต่อเนื่องอาจส่งผลให้เกิดน้ำหลากและน้ำท่วมฉับพลัน รวมทั้งทำให้พื้นที่ที่มีน้ำท่วมขังอยู่เดิมมีแนวโน้มระดับน้ำเพิ่มขึ้น จึงขอให้

เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงอุทกภัย ในช่วงวันที่ 19 – 25 พฤษภาคม 2565 ดังนี้

1. ภาคเหนือ จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงราย เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง แพร่ น่าน ตาก อุตรดิตถ์ กำแพงเพชร พิษณุโลก เพชรบูรณ์ นครสวรรค์ และอุทัยธานี

2. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดนครราชสีมา ชัยภูมิ บึงกาฬ หนองคาย อุดรธานี สกลนคร และนครพนม

3. ภาคกลาง จังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี เพชรบุรี กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล

4. ภาคตะวันออก จังหวัดสระแก้ว ปราจีนบุรี นครนายก ระยอง จันทบุรี และตราด

5. ภาคใต้ จังหวัดระนอง พังงา และภูเก็ต

ในการนี้ เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับมือ ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโปรดดำเนินการ ดังนี้

1. ติดตามสภาพอากาศและสภาพน้ำอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีฝนตกสะสมมากกว่า 90 มิลลิเมตร ในช่วงเวลา 24 ชั่วโมง และพื้นที่จุดเสี่ยงที่เคยเกิดน้ำท่วมขังอยู่เป็นประจำ

2. ตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงและความสามารถใช้งานของอ่างเก็บน้ำ อาคารบังคับน้ำ และติดตาม ตรวจสอบ ซ่อมแซม แนวคันบริเวณริมแม่น้ำและกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ พร้อมทั้งเร่งทำการระบายน้ำในพื้นที่ที่มีน้ำท่วมขังอยู่เดิม เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับน้ำหลากป้องกันน้ำท่วม ให้สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

3. เตรียมแผนเผชิญเหตุรับสถานการณ์น้ำหลาก เตรียมความพร้อมบุคลากร เครื่องจักรเครื่องมือ รวมถึงความพร้อมของระบบสื่อสารสำรอง เพื่อบูรณาการความพร้อมให้ความช่วยเหลือได้ทันที

4. ประชาสัมพันธ์สถานการณ์น้ำ และแจ้งเตือนล่วงหน้า ให้ประชาชนที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบ เตรียมพร้อมในการอพยพได้ทันท่วงทีหากเกิดสถานการณ์

ประกาศ ณ วันที่ 18 พฤษภาคม 2565

เจ้าของเก๋งเติมน้ำมันแล้วขับออกปั๊ม เข้าพบตำรวจชี้แจงข้อเท็จจริง แสดงความบริสุทธิ์ใจ ที่แท้เกิดจากข้อผิดพลาด สแกนจ่ายเงินแล้วแต่แอปพลิเคชันไม่แจ้งเตือน

เจ้าของเก๋งเติมน้ำมันแล้วขับออกปั๊ม เข้าพบ ตร. ชี้แจงข้อเท็จจริง แสดงความบริสุทธิ์ใจ ที่แท้เกิดจากข้อผิดพลาด สแกนจ่ายเงินแล้วแต่แอพพลิเคชันไม่แจ้งเตือน

ควาคืบหน้ากรณีเหตุการณ์ เมื่อเวลา 11.00 น. ของวันนี้ (18 พ.ค.65) ที่ได้มี รถยนต์เก๋งยี่ห้อฮอนด้า รุ่นแอคคอร์ด สีเทา ทะเบียน 4 กง 7515 กรุงเทพมหานคร ได้เข้าใช้บริการเติมน้ำมันภายในปั๊มน้ำมัน ปตท. ถนนเชียงใหม่-พร้าว ขาเข้าเมือง .หนองหาร .สันทราย .เชียงใหม่ แล้วขับรถยนต์ออกไป โดยไม่จ่ายเงินค่าน้ำมัน จำนวน 1,500 บาท และทางเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการติดตามเจ้าของรถ เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุดช่วงเย็นวันนี้ ทางเจ้าของรถยนต์คันดังกล่าวได้เดินทางเข้าพบกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่โจ้ .เชียงใหม่ เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจและชี้แจงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นแล้ว ซึ่งพบว่า กรณีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องเข้าใจผิด จากการที่ทางเจ้าของรถได้เข้าไปใช้บริการเติมน้ำมัน และได้ทำการใช้วิธีการชำระเงินค่าน้ำมันด้วยการสแกนจ่าย แต่ปรากฏว่าหลังจากที่ทำการสแกนจ่ายเงินแล้ว แอเกิดมีปัญหาขัดข้องระหว่างการดำเนินการ ทำให้ไม่มีการแจ้งเตือนการชำระเงินกับทางพนักงาน ซึ่งทางเจ้าของรถคันดังกล่าวคิดว่าได้ทำรายการสำเร็จแล้ว จึงขับรถออกมาจากปั๊มน้ำมัน จนกระทั่งมาเห็นข่าวที่ปรากฏ จึงเข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริง

อย่างไรก็ตามเกี่ยวกับกรณีที่เกิดขึ้นนี้ ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่โจ้ ได้ดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริง พร้อมทั้งได้ประสานมายังผู้สื่อข่าวเพื่อแจ้งข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นแล้ว

ฝนถล่มเชียงดาว!​ เกิดน้ำป่าไหลหลากท่วมบ้านแม่อ้อใน​ 185​ ครัวเรือนได้รับผลกระทบ​จากดินโคลนไหลเข้าบ้าน

ฝนถล่มเชียงดาว!​ เกิดน้ำป่าไหลหลากท่วมบ้านแม่อ้อใน​ 185​ ครัวเรือนได้รับผลกระทบ​จากดินโคลนไหลเข้าบ้าน

วันที่ 18 พฤษภาคม 2565​ เวลา​ 15.00​ น. อำเภอเชียงดาว​ รายงานว่า เมื่อเวลา 06.30 น.​ ได้เกิดฝนตกหนักในพื้นที่บ้านแม่อ้อใน หมู่ที่ 8 ตำบลแม่นะ ทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎร ในพื้นที่ประมาณ 185 ครัวเรือน

546639.jpg

ทั้งนี้จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า​ ไม่มีบ้านเรือนหรือทรัพย์สินสิ่งปลูกสร้างได้รับความเสียหาย แต่ได้รับความเดือดร้อนจากดินโคลนเข้าบ้านเรือนและเครื่องใช้ไฟฟ้าเสียหาย ซึ่งขณะนี้ระดับน้ำได้ลดลงและเข้าสู่สภาวะปกติแล้ว​ พร้อมกันนีัได้สั่งการให้​ อปท.​ ฝ่ายปกครองท้องที่​สำรวจความเสียหายโดยละเอียด​แล้ว

546640.jpg
546641.jpg
546642.jpg

กลุ่มคนรักพี่เตี้ย มช. ให้กำลังใจลุงสมศักดิ์เจ้าของพี่เตี้ยเข้าสืบพยาน แม้ผ่านมากว่า 2 ปี หวังผู้ต้องหาได้รับโทษ

กลุ่มคนรักพี่เตี้ย มช. ให้กำลังใจลุงสมศักดิ์เจ้าของพี่เตี้ยเข้าสืบพยาน แม้ผ่านมากว่า 2 ปี หวังผู้ต้องหาได้รับโทษ

กรณี “พี่เตี้ย” สุนัขเพศผู้อายุ 8 ปี ขวัญใจนักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ หายตัวไป ตั้งแต่วันที่ 5 พฤษภาคม 63 ต่อมาวันที่ 7 พฤษภาคม 63 ปรากฏว่ามีคนพบซากของเตี้ย ถูกทิ้งไว้ริมป่าละเมาะข้างทาง ข้างมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา โดยวงจรปิดพบว่าคนที่พาเจ้าเตี้ยไปคือ ส.ต.ท.ปริญญา หรือแบงค์ สังกัด ตชด. ในพื้นที่เชียงใหม่ ซึ่งรับสารภาพว่าตั้งใจพาเจ้าเตี้ยออกไปนั่งรถเล่น แต่เกิดอุบัติเหตุรถทับทำให้เจ้าเตี้ยเสียชีวิต

129958.jpg

ต่อมาอัยการจังหวัดเชียงใหม่ มีคำสั่งฟ้องผู้ต้องหาในข้อหาลักทรัพย์กลางคืนและทารุณกรรมสัตว์ แต่ต้องเลื่อนนัดสืบพยานเรื่อยมาเนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 กระทั่งล่าสุดมีการนัดสืบพยานอีกหลายนัดตั้งแต่วันที่ 10-20 พฤษภาคม 65

ล่าสุดในวันนี้ (18 พ.ค.65) บรรดากลุ่มคนรักพี่เตี้ย มช. จำนวนหนึ่งเดินทางไปที่ศาลจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อให้กำลังใจนายสมศักดิ์ ไชยวงค์ อายุ 74 ปี ที่เข้าร่วมการสืบพยานในวันนี้ โดยกลุ่มคนรักพี่เตี้ย บอกว่ามีการสอบพยานไป 10 กว่าคน จากพยานฝ่ายโจทก์ทั้งหมด 23 คน คิดว่าการสืบพยานจะเรียบร้อยทุกอย่างในวันศุกร์นี้ซึ่งเป็นนัดสุดท้าย

145033.jpg

กลุ่มคนรักพี่เตี้ย บอกว่า ที่เดินทางมาวันนี้เพื่อให้กำลังใจและทวงคืนความยุติธรรม โดยยังคงเชื่อว่ามันถูกกระทำจนตาย และ คนที่ลงมือไม่ได้เรียกว่ามีความเป็นมนุษย์ ขอให้ผู้กระทำผิดได้รับกรรมตามกฎหมายตามพยานหลักฐานที่ปรากฏ

ด้าน นายสมศักดิ์ ไชยวงค์ เจ้าของสุนัขพี่เตี้ย ยอมรับว่าทุกวันนี้ยังเสียใจกับการจากไปของเจ้าเตี้ย หรือ เจ้าช้าง ซึ่งเป็นชื่อตามที่บ้านตั้งให้ก่อนหน้านี้ เพราะเป็นการจากไปแบบทารุณกรรม ส่วนเรื่องคดี ให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรมซึ่งผลออกมาอย่างไรก็พร้อมยอมรับคำตัดสิน

132466.jpg

สำหรับพี่เตี้ยเป็นสุนัขพันทางตัวหนึ่งใน มช. เป็นที่รู้จักจากประเพณีรับน้องขึ้นดอยอันเลื่องชื่อ ในทุกๆ ปี เจ้าหมาแสนรู้ตัวนี้จะร่วมวิ่งขึ้นดอยร่วมกับนักศึกษา ในตอนเด็กพี่เตี้ยมีชื่อว่า “ช้าง” มีบ้านที่อยู่กับพี่น้องอีกหลายตัว แถวเจ็ดยอด-ช่างเคี่ยน ระยะทางห่างจาก มช. ประมาณ 5 กม. มีนิสัยชอบเดินไปเที่ยวตามที่ต่างๆ และชอบนั่งรถจักรยานยนต์ของเด็กนักศึกษาละแวกบ้านติดไปใน มช.ด้วย โดยจะไปอาศัยแถวคณะวิทยาศาสตร์ สาขาวิชาคอมพิวเตอร์ และดอนเล่นไปทั่ว มช. มีนิสัยน่ารัก ขี้เล่น คุ้นเคยกับคน น้องๆ นักศึกษามักซื้อของให้ทานเป็นประจำ นานๆ ครั้งจะกลับบ้านของนายสมศักดิ์ ไชยวงค์ และถือเป็นสุนัขเซเลปใน มช.ซึ่งเป็นที่รู้จักไปเป็นวงกว้าง กระทั่งตายลง บรรดาเอฟซี ได้สร้างอนุสรณ์ของพี่เตี้ยไว้ที่คณะวิทยาศาสตร์ สาขาวิชาคอมพิวเตอร์ จนถึงปัจจุบัน

145037.jpg

เชียงใหม่ เก๋งขับเข้าปั๊มเติมน้ำมัน 1,500 บาท ก่อนขับออกปั๊มหน้าตาเฉยเงินไม่จ่าย ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งติดตามเจ้าของรถ สอบสวนสาเหตุข้อเท็จจริง

เชียงใหม่ เก๋งขับเข้าปั๊มเติมน้ำมัน 1,500 บาท ก่อนขับออกปั๊มหน้าตาเฉยเงินไม่จ่าย ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งติดตามเจ้าของรถ สอบสวนสาเหตุข้อเท็จจริง

เมื่อเวลา 11.00 น. วันนี้ (18 พ.ค.65) ศูนย์วิทยุ สภ.แม่โจ้ ได้รับแจ้งเหตุจากพนักงานปั๊มน้ำมัน ปตท. ถนนเชียงใหม่-พร้าว ขาเข้าเมือง ต.หนองหาร อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ มีรถยนต์เก๋งยี่ห้อฮอนด้า รุ่นแอคคอร์ด สีเทา ทะเบียน 4X XXXX กรุงเทพมหานคร เติมน้ำมันแล้วไม่จ่าย ขับหลบหนีออกจากปั๊มมุ่งหน้าเข้าทางตัวเมืองเชียงใหม่ หลังเกิดเหตุได้วิทยุสกัดจับทั่วเมืองแต่ยังไม่พบ

S__17129511.jpg

ขณะที่ต่อมา ทางทีมข่าวลงพื้นที่ปั๊มน้ำมันดังกล่าว ผู้จัดการยอมรับเกิดเหตุดังกล่าวจริง แต่ไม่สามารถให้ข้อมูลรายละเอียดอะไรได้เนื่องจากเป็นนโยบายของทางบริษัท

ขณะที่ทางด้าน พ.ต.อ.สัมพันธ์ สิริมา ผกก.สภ.แม่โจ้ ระบุได้รับรายงานเรื่องนี้แล้ว ทราบว่าเติมน้ำมันเบนซินไป 1,500 บาท แล้วไม่จ่ายเงิน ชุดสืบสวนอยู่ระหว่างตรวจสอบหมายเลขทะเบียนและผู้ครอบครองรถเพื่อติดต่อให้เข้ามาเจรจากับตัวแทนสถานีบริการน้ำมันดังกล่าว คาดว่าใช้เวลาไม่นาน แต่หากยังไม่ยอมมาพบเจ้าหน้าที่จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนสาเหตุที่ไม่ยอมจ่ายยังบอกไม่ได้ ขอเวลาตามตัวมาสอบถามก่อน

เกินต้าน! มาตรฐานตัวจริงที่ใครก็ให้ไม่ได้ ทรูออนไลน์ ชู “True Gigatex PRO Life” ย้ำผู้นำสมาร์ทโฮม ด้วยอินเทอร์เน็ตบ้านไฟเบอร์อันดับ 1

เกินต้าน! มาตรฐานตัวจริงที่ใครก็ให้ไม่ได้…ทรูออนไลน์ ชู “True Gigatex PRO Life” ย้ำผู้นำสมาร์ทโฮม ด้วยอินเทอร์เน็ตบ้านไฟเบอร์อันดับ 1 ที่ครบกว่า คุ้มกว่า แรงกว่าทุกกระแสในไทย ดึง “หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย” ผู้ประกาศข่าวและพิธีกรมืออาชีพ ร่วมเติมเต็มทุกไลฟ์สไตล์ การใช้ชีวิตยุคดิจิทัล ให้โปรสุดทุกเรื่องภายในบ้าน

18 พฤษภาคม 2565 – ที่สุดของความโปร…ทรูออนไลน์ ผู้นำเน็ตบ้านไฟเบอร์ อันดับ 1 ของคนไทย เสิร์ฟความโปร กับแคมเปญล่าสุด “True Gigatex PRO Life” โปรสุดทุกเรื่องทั้ง 5 ประการ ได้แก่ 1. “PRO” HomeTECH โปรสุดทุกเรื่องบ้านอัจฉริยะจาก True LivingTECH 2. “PRO” Speed โปรสุดทุกเรื่องความเร็ว 3.True Gigatex Flexi “PRO” โปรสุดทุกไลฟ์สไตล์ 4. “PRO” Content โปรสุดทุกเรื่อง คอนเทนต์กับกล่องทีวีอัจฉริยะ. และ 5. บริการ True Gigatex Tech “PRO” โปรสุดทุกเรื่องการให้บริการ พร้อมเปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่ ที่ได้พรีเซนเตอร์ “หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย” ผู้ประกาศข่าวและพิธีกรระดับมืออาชีพ ผู้ที่อยู่ในกระแสตลอดเวลา มาร่วมเติมเต็มทุกไลฟ์สไตล์ การใช้ชีวิตในบ้านยุคดิจิทัล ตอกย้ำเน็ตบ้านไฟเบอร์อันดับ 1 ครบกว่า คุ้มกว่า แรงกว่าทุกกระแสในไทย การันตีจากเวทีระดับโลกด้วย 2 รางวัลใหญ่ “สุดยอดแบรนด์ของโลกแห่งปี” สาขาผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ 5 ปีซ้อน จาก World Branding Awards ประเทศอังกฤษ รวมทั้งรางวัลอินเทอร์เน็ตบ้านอันดับหนึ่งในไทย 2 ปีซ้อน จาก nPerf ทั้ง “บรอดแบนด์ดีที่สุดในไทย” และ “ไฟเบอร์ดีที่สุดในไทย” ทั้งนี้สามารถรับชมภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่ได้ทางโทรทัศน์และออนไลน์ทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 17 พฤษภาคมเป็นต้นไป

30bdc572b87ab9b87.jpg

คุณอรรถ อรุณรัตนพงษ์ ผู้อำนวยการบริหารระดับภูมิภาค กล่าวว่า “กลุ่มทรู ในฐานะเทค คอมปานี ให้ความสำคัญกับการนำนวัตกรรมเทคโนโลยีดิจิทัลมาขับเคลื่อนการพัฒนาสินค้าบริการอย่างต่อเนื่อง ผสานกับการมองลูกค้าเป็นศูนย์กลาง ทำให้สามารถนำเสนอสินค้าและบริการที่โดดเด่นและแตกต่าง สร้างมูลค่าเพิ่มและตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ครอบคลุมครบทุกมิติ ตั้งแต่ การใช้เทคโนโลยี AI ร่วมกับการบริหารจัดการข้อมูลเชิงวิเคราะห์ (Analytic) ศึกษาความต้องการลูกค้าที่ต่างกัน เพื่อนำเสนอบริการได้ตรงใจโดยเฉพาะ และยังใช้เพื่อดูแลลูกค้าแบบครบวงจร โดยเฉพาะกับลูกค้าทรูออนไลน์ ที่มีการดูแลคุณภาพเครือข่ายแบบเน้นการซ่อมก่อนเสีย การบำรุงรักษาเฉพาะด้าน และยังมีการวิเคราะห์เชิงลึก ที่ทำให้ทีมวิศวกรเครือข่ายสามารถเพิ่มประสิทธิภาพ และปรับปรุงคุณภาพสัญญาณได้ก่อนที่ลูกค้าจะพบปัญหา นอกจากนี้ ยังได้นำระบบนิเวศน์ที่ครบวงจรของกลุ่มทรูมาจัดสรรมอบเป็นสิทธิประโยชน์ เพิ่มความคุ้มค่าให้กับลูกค้าทรูออนไลน์ อาทิ ซิม มือถือ ทรูมูฟ เอช คอนเทนต์จากทรูไอดี สิทธิพิเศษจากทรูการ์ด ตลอดจน โซลูชัน ‘Smart LivingTECH’ ที่จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยให้สะดวกสบายและปลอดภัยก้าวสู่ชีวิตยุคดิจิทัลได้ง่ายยิ่งขึ้น ยิ่งไปกว่านั้น ด้วยความมุ่งมั่นของกลุ่มทรูที่จะส่งมอบประสบการณ์การใช้งานอินเทอร์เน็ตที่ดีที่สุดแก่ลูกค้า ทั้งเรื่องของการขยายโครงข่ายไฟเบอร์บรอดแบนด์ให้ครอบคลุมทั่วประเทศ การลงทุนนวัตกรรมเทคโนโลยีระดับโลก เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ที่สมาร์ทขึ้น รวมถึงนวัตกรรมด้านบริการ เพื่อเพิ่มประสบการณ์การใช้อินเทอร์เน็ตให้ดียิ่งขึ้น ทำให้ ทรูออนไลน์ได้รับการยอมรับในระดับโลกด้วย 2 รางวัลใหญ่ “สุดยอดแบรนด์ของโลกแห่งปี” สาขาผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ 5 ปีซ้อน จาก World Branding Awards ประเทศอังกฤษ รวมทั้งรางวัลอินเทอร์เน็ตบ้านอันดับหนึ่งในไทย 2 ปีซ้อน จาก nPerf ทั้ง “บรอดแบนด์ดีที่สุดในไทย” และ “ไฟเบอร์ดีที่สุดในไทย” และยังคงครองความเป็นผู้นำตลาดบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ตอันดับหนึ่งของไทยที่เติบโตสูงสุดมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสิ่งเหล่านี้ ทำให้
ทรูออนไลน์ พร้อมเดินหน้าสรรหาสิ่งที่ดีที่สุดให้กับคนไทย เช่นในครั้งนี้ที่เรียกได้ว่า “เป็นที่สุดของความโปร” ที่ไม่เคยมีมาก่อน ซึ่งเชื่อว่าจะเป็นอีกหนึ่งมาตรฐานใหม่ของตลาดบรอดแบนด์ในประเทศไทย”

5.jpg

คุณจินดาภรณ์ มะโนวรรณา ผู้จัดการทั่วไปเขตภาคเหนือตอนบน กล่าวว่า “ในปีนี้ทรูออนไลน์ยังคงรักษามาตรฐานการสร้างประสบการณ์ที่ดีที่สุดแก่ลูกค้าอีกครั้ง โดยนำเสนอความโปรสุดทุกเรื่องกับ “True Gigatex PRO Life” ที่จะเติมเต็มทุกไลฟ์สไตล์ของการใช้ชีวิตภายในบ้าน ด้วยความโปร 5 ประการ ได้แก่ 1. “PRO” HomeTECH โปรสุดทุกเรื่องบ้านอัจฉริยะ เปลี่ยนบ้านคุณให้ล้ำกว่า โปรกว่าด้วย IoT Smart Home จาก True LivingTECH ที่จะช่วยเปลี่ยนบ้านคุณให้เป็นบ้านอัจฉริยะ ตอบโจทย์ความเป็นผู้นำเรื่อง Smart Home เพื่อคนไทยสะดวกสบายและปลอดภัยยิ่งขึ้น กับแพ็กเกจเน็ตบ้านที่มาพร้อมกล้อง CCTV และบริการ CCTV Cloud ให้ดูภาพย้อนหลังได้แบบคมชัด พร้อมชูจุดเด่น 3 แกนหลัก ไม่ว่าจะเป็น Live Safe with PRO Secure เทคโนโลยีบ้านปลอดภัย Live Smart with PRO Convenience เทคโนโลยีบ้านอยู่สบาย และ Live Smile with PRO Health เทคโนโลยีบ้านสุขภาพดี โดยอุปกรณ์ต่างๆ สามารถตั้งค่าให้ทำงานร่วมกันได้อย่างไม่จำกัดตามไลฟ์สไตล์ของผู้อาศัย ควบคุมหรือสั่งการได้ง่ายๆ ผ่านแอปพลิเคชันเพียงแอปฯเดียว 2. “PRO” Speed โปรสุดทุกเรื่องความเร็ว ที่ไม่ใช่แค่เรื่องสปีดและตัวเลข แต่เราคำนึงถึงการใช้งานในชีวิตประจำวันของคนไทย ด้วยโมเด็ม 6 เสาที่ดีที่สุด Gigatex Router Pro WiFi6 รับประกันความเร็วแรงระดับ Gigabit พร้อม Mesh Router PRO WiFi6 ตัวช่วยกระจายสัญญาณทั่วบ้าน เล่นเน็ตไร้สาย WiFi แรงขึ้นกว่าเดิมถึง 3 เท่า ทั้งนี้ทรูออนไลน์ยังมีแพ็กเกจความเร็วให้เลือกสูงสุดถึง 2Gbps ให้คนไทยได้เลือกใช้ตามการใช้งาน และสมาชิกในครอบครัว 3. True Gigatex Flexi “PRO” โปรสุดทุกไลฟ์สไตล์ บริการที่คิดค้นขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนไทย กับบริการปรับความเร็วตามการใช้งานมีให้เลือก 3 รูปแบบ ทั้ง โหมดการทำงานหรือเรียนออนไลน์ โหมดความบันเทิง ดูหนังฟังเพลง และโหมดเล่นเกม เป็นบริการฟรีเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าปัจจุบันและลูกค้าใหม่ที่ใช้แพ็กเกจความเร็วที่ 1,000/500 Mbps ขึ้นไป 4. “PRO” Content โปรสุดทุกเรื่องคอนเทนต์ กับกล่องทีวีอัจฉริยะ ทรูไอดีทีวี ที่มาพร้อมความบันเทิงระดับโปรของบ้านแห่งอนาคตที่สามารถเปลี่ยนทีวีธรรมดาให้เป็นสมาร์ททีวี รวมที่สุดของความบันเทิง ที่ทรู ที่เดียว ครบทุกไลฟ์สไตล์ 5. บริการ True Gigatex Tech “PRO” โปรสุดทุกเรื่องการให้บริการ ดูแลครบทุกด้านระดับโปร รวดเร็ว ทันใจ แก้ปัญหาฉับไวใน 24 ชั่วโมง พร้อมเทคโนโลยี AI อัจฉริยะ ด้วยระบบการทำงานที่สามารถตรวจสอบและวิเคราะห์เชิงลึก เสริมประสิทธิภาพการดูแลคุณภาพเครือข่ายแบบ Proactive Maintenance ซึ่งเป็นการดูแลลูกค้าในเชิงรุก และ พบกับชีวิตระดับโปรและแพ็กเกจสุดพิเศษเริ่มต้นเพียง 599 บาทได้แล้ววันนี้ สำหรับลูกค้าปัจจุบัน รับฟรีกล้อง CCTV เมื่อสมัครบริการ CCTV Cloud เพียงเดือนละ 99 บาท และยังสามารถรับส่วนลดซื้ออุปกรณ์ IoT อัจฉริยะอีกด้วย”

1200ff5a52263fc4d.jpg

สัมผัสชีวิตระดับโปรกับ True Gigatex PRO Life ได้แล้ว ตั้งแต่วันนี้ ถึง 31 ธันวาคม 2565 เริ่มเพียง 599 บาทต่อเดือน สำหรับลูกค้าปัจจุบัน รับฟรีกล้อง CCTV เมื่อสมัครบริการ CCTV Cloud เพียงเดือนละ 99 บาท และยังรับส่วนลดซื้ออุปกรณ์ IoT อัจฉริยะได้อีกด้วย สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ทรูช็อปทุกสาขา หรือ www.trueonline.comหรือโทร. 02 700 8000 และเตรียมพบกับความร่วมมือครั้งสำคัญของกลุ่มทรูและหนุ่ม-กรรชัยกับโครงการเพื่อสังคมที่ดียิ่งขึ้นเร็วๆ นี้

259847700735ecfa9.jpg4161b2eadb9777400.jpg6.jpg7.jpg8.jpg9.jpg10.jpg11.jpg12.jpg13.jpg14.jpg15.jpg16.jpg17.jpg

เกิดไวรัลในโซเชียลที่ประเทศกัมพูชาหลังมีคลิป 3 สาวเด็ดต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิงรูปทรงคุ้นหน้าคุ้นตาเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ !!

เกิดคลิปไวรัลโซเชียลที่ประเทศกัมพูชาหลังมี 3 สาวขุดพบเจอพืชคล้ายคลึงกับอวัยวะเพศชาย ในเว็บไซต์ New York Post รายงานข่าว รัฐบาลกัมพูชากำลังเรียกร้องให้เลิกเล่นกับดอกไม้ที่มีรูปร่างคล้ายคลึงที่เรียกว่าหม้อข้าวหม้อแกงลิง โดยกล่าวว่าพืชนั้นเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์

         จนกระทรวงสิ่งแวดล้อมออกแถลงการณ์ที่เข้มงวดหลังจากวิดีโอไวรัลบนอินเทอร์เน็ตกระทรวงสิ่งแวดล้อมของกัมพูชาได้ออกแถลงการณ์สั่งให้ประชาชนหยุดเก็บหม้อข้าวหม้อแกงลิง ซึ่งเป็นพืชใกล้สูญพันธุ์ที่มีความคล้ายคลึงกับอวัยวะเพศชาย 

        Nepenthes holdenii เป็นหม้อข้าวหม้อแกงลิงเขตร้อนที่พบได้ทั่วไปในพื้นที่ภูเขาทางตะวันตกของกัมพูชา ดอกไม้นี้ได้รับการขนานนามว่า “ต้นองคชาต” เนื่องจากมีความคล้ายคลึงของมนุษย์ตั้งตรง – เป็นสายพันธุ์ที่ได้รับการคุ้มครองมานานแล้ว

bc990f367cd1b579f3d32631465f812b.jpg

         ซึ่งในวิดีโอที่แพร่ระบาดซึ่งกระตุ้นให้รัฐบาลกัมพูชาเรียกร้อง ในคลิปมีผู้หญิง 3 คน ขุดพบดอกไม้ที่ใกล้สูญพันธุ์หลายดอกสำหรับอิทธิพลออนไลน์ มีรายงานว่าวิดีโอดังกล่าวถ่ายทำบนภูเขาโบกอร์ในจังหวัดกำปอต

 

95b98f99057edc38b26c0b691f657b07.jpgbd7a8c94739319cd71fbfeaf2590d249.jpg

         ในคลิปความยาวหนึ่งนาทีขณะที่ 3 สาวต่างกรีดร้องลั่นอย่างมีความสุขเมื่อพบกับพืชที่ดูน่าสงสัยหลายต้น ต่อมาเห็นผู้หญิงคนหนึ่งยิ้มขณะที่เธอถือพืชในมือของเธอในขณะที่กำลังง้างกล้อง ในวิดีโอที่เป็นไวรัล ผู้หญิง 3 คนกำลังขุดพบดอกไม้ที่ใกล้สูญพันธุ์หลายต้น  ได้รับการขนานนามว่า “ต้นองคชาต” เนื่องจากมีความคล้ายคลึงกับลึงค์ของมนุษย์ตั้งตรง – เป็นสายพันธุ์ที่ได้รับการคุ้มครองมานานแล้ว

         ซึ่งในช่วงท้ายของวิดีโอ ผู้หญิงคนหนึ่งหยิบหม้อข้าวหม้อแกงลิงขนาดจิ๋วขึ้นมา ซึ่งดูเหมือนจะล้อเลียนและเพื่อนของเธอเข้าไปในเฟรมและทำหน้าบึ้งอย่างดูถูก เห็นได้ชัดว่าไม่ประทับใจกับขนาดที่เล็กของต้นไม้

         และช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ชาวบ้านและนักท่องเที่ยวได้ดึงพืชที่ใกล้สูญพันธุ์ออกจากพื้นเพื่อโพสท่าถ่ายรูปร่วมกันบนโซเชียลมีเดีย

         อย่างไรก็ตามกระทรวงสิ่งแวดล้อมประเทศกัมพูชากังวล โดยระบุว่า “สิ่งที่พวกเขาทำนั้นผิดและอย่าทำอีกในอนาคต! ขอบคุณที่รักทรัพยากรธรรมชาติ แต่อย่าเลือก เพราะพวกเขาอาจจะสูญพันธุ์ !”

ที่มา : newyearpost

พรสวรรค์ ชาติมนตรี (นักศึกษาฝึกประสบการณ์)