“นาคาไททัน ชัยภูมิเอนซิส” ไดโนเสาร์คอยาวชนิดใหม่ ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยค้นพบในประเทศไทย

2

15 พ.ค. 69 – ทีมนักบรรพชีวินวิทยาชาวไทยและสหราชอาณาจักร ค้นพบและศึกษาซากดึกดำบรรพ์ไดโนเสาร์คอยาวชนิดใหม่ของโลก ‘นาคาไททัน ชัยภูมิเอนซิส’ (Nagatitan chaiyaphumensis) ณ บ้านพนังเสื่อ อำเภอหนองบัวระเหว จังหวัดชัยภูมิ นับเป็นการค้นพบไดโนเสาร์กลุ่มไททาโนซอริฟอร์มขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ดร.ศิตะ มานิตกุล นักวิจัยจาก ศูนย์วิจัยและการศึกษาบรรพชีวินวิทยา มหาวิทยาลัยมหาสารคาม PRC MSU หัวหน้าโครงการศึกษาวิจัยไดโนเสาร์ไทยตัวใหม่ อธิบายว่า วาฬอยู่ในมหาสมุทรซึ่งมีมวลน้ำช่วยรองรับน้ำหนัก จึงสามารถวิวัฒน์ให้มีขนาดใหญ่ได้ แต่ไดโนเสาร์ซอโรพอดนั้นน่าทึ่งมาก เพราะเป็นสัตว์บก มันจึงปรับตัวให้กระดูกมีช่องอากาศภายในเพื่อลดน้ำหนัก รวมถึงวิวัฒนาการโครงสร้างร่างกายอื่นๆ จนกลายเป็นสัตว์บกที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่โลกเคยมีมา

จากการศึกษาชิ้นส่วนกระดูกมากกว่า 20 ชิ้น โดยเฉพาะกระดูกขาหน้าขวาท่อนบนที่มีความยาวถึง 178 เซนติเมตร รวมถึงกระดูกซี่โครงและกระดูกต้นขาหลังที่ยาวกว่า 2 เมตร นักวิจัยประเมินว่าไดโนเสาร์ชนิดนี้มีความยาวประมาณ 27–30 เมตร และมีน้ำหนักมากกว่า 26 ตัน และเป็นไดโนเสาร์ลำดับที่ 14 ที่ได้รับการตั้งชื่ออย่างเป็นทางการ

นาคาไททัน เป็นไดโนเสาร์กินพืชคอยาวหรือซอโรพอด (Sauropod) อยู่ในกลุ่ม Titanosauriformes สะสมตัวอยู่ในหมวดหินโคกกรวด กลุ่มหินโคราช อายุอยู่ในช่วงยุคครีเทเชียสตอนต้น ราว 100–115 ล้านปีก่อน ชื่อ ‘นาคาไททัน’ มาจากคำว่า ‘นาคา’ หมายถึง พญานาคในคติความเชื่อไทย และ ‘ไททัน’ หมายถึง ยักษ์ในตำนานกรีก สื่อถึงไดโนเสาร์คอยาวขนาดมหึมา ขณะที่ ‘ชัยภูมิเอนซิส’ ตั้งชื่อตามจังหวัดชัยภูมิ ซึ่งเป็นแหล่งค้นพบ

จุดเริ่มต้นของการค้นพบเกิดขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2559 จากการสังเกตของนายถนอม หลวงนันท์ ชาวบ้านพนังเสื่อ ก่อนมีการแจ้งมายังกรมทรัพยากรธรณี และเข้าตรวจสอบตามพระราชบัญญัติคุ้มครองซากดึกดำบรรพ์ พ.ศ. 2551 จนนำไปสู่การศึกษาวิจัยอย่างต่อเนื่อง โดย กองคุ้มครองซากดึกดำบรรพ์ และสำนักงานทรัพยากรธรณี เขต 2 กรมทรัพยากรธรณี คณะสำรวจขุดค้นนำโดยนางสาวศศอร ขันสุภา นักวิชาการทรัพยากรธรณี ชำนาญการพิเศษ และนางสาวเฉิดฉัน โพธิไชยา นักธรณีวิทยาชำนาญการพิเศษ ดำเนินการเข้าสำรวจและขุดค้นเพิ่มเติม และค้นพบชิ้นส่วนทั้งสิ้นกว่า 20 ชิ้น

ชิ้นส่วนสำคัญที่ค้นพบ ได้แก่ ชิ้นส่วนกระดูกสันหลัง (Dorsal vertebra) กระดูกใต้กระเบนเหน็บ (Sacrum) กลุ่มกระดูกเชิงกราน (Pelvis) ได้แก่ อีเลียม (Ilium) และพิวบิส (Pubis) กระดูกขาหน้าขวาท่อนบน (Right humerus) สภาพสมบูรณ์ที่ยาวถึง 178 เซนติเมตร ซึ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยพบมา มีคุณลักษณะสำคัญที่สามารถนำไปศึกษาวิจัยต่อ ต่อมาได้รับการอนุรักษ์และพัฒนาเป็น “แหล่งเรียนรู้ไดโนเสาร์บ้านพนังเสื่อ” และซากดึกดำบรรพ์ที่ค้นพบบางส่วนถูกนำไปอนุรักษ์ไว้ที่ พิพิธภัณฑ์สิรินธร-Dinosaur museum จังหวัดกาฬสินธุ์

ระหว่างปี พ.ศ. 2559- 2566 กรมทรัพยากรธรณี โดย นางสาวศศอร ขันสุภา และคณะ ดำเนินการสำรวจ ขุดค้น และพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เป็นแหล่งเรียนรู้ที่สำคัญของจังหวัดชัยภูมิ และอุทยานธรณีชัยภูมิ

ต่อมาในปี พ.ศ. 2567 ดร.ศิตะ มานิตกุล นักวิจัยจากศูนย์วิจัยและการศึกษาบรรพชีวินวิทยา มหาวิทยาลัยมหาสารคามได้รับทุนสนับสนุนจากสมาคมเนชันแนล จีโอกราฟิก ผ่านโครงการ Exploring the Titans : Investigating Thailand’s Largest Dinosaur and Engaging Local Communities in Chaiyaphum Geopark (Project Thaitan) เพื่อศึกษาวิจัย อนุรักษ์ และพัฒนาแหล่งเรียนรู้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ชุมชน อุทยานธรณีชัยภูมิ และกรมทรัพยากรธรณี โครงการดังกล่าวทำงานร่วมกับชุมชนและโรงเรียน ควบคู่ไปกับการศึกษาวิจัยไดโนเสาร์ไทยตัวล่าสุด เปิดโอกาสให้บุคคลทั่วไปเรียนรู้การสำรวจและขุดค้นอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ ร่วมกับทีมวิจัยผ่านค่ายสำรวจขุดค้น กิจกรรมบรรพชีวินสัญจร การอบรมให้ความรู้แก่นักเรียนและชุมชนในพื้นที่ รวมถึงการจัดนิทรรศการ ณ แหล่งขุดค้นไดโนเสาร์บ้านพนังเสื่อ

การค้นพบซากดึกดำบรรพ์อันร่องรอยของสิ่งมีชีวิตในอดีตเป็นหลักฐานที่แสดงถึงสภาพภูมิศาสตร์ สิ่งแวดล้อม และความหลากหลายทางชีวภาพในอดีต เปรียบเสมือนบันทึกเรื่องราวของโลกก่อนการถือกำเนิดของมนุษย์ จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการศึกษาธรณีวิทยา วิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต และการสำรวจทรัพยากรธรณีที่มนุษย์สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ ซึ่งเป็นมรดกทางธรรมชาติและหลักฐานสำคัญในการศึกษาวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตบนโลก