ปภ. ประสานผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ เพิ่มประสิทธิภาพระบายน้ำ ลดเสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน สั่งศูนย์ ปภ. เขต เตรียมพร้อมกำลังพล ติดตั้งเครื่องสูบน้ำล่วงหน้า พร้อมบูรณาการทุกหน่วยรับมือเหตุฉุกเฉิน

3

14 พ.ค.. 69 – กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในฐานะกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) ประสานย้ำผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดในการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำ เพื่อรองรับสถานการณ์อุทกภัยในช่วงถูดูฝน ปี 2569 โดยตรวจสอบพื้นที่เสี่ยงในชุมชนและพื้นที่เศรษฐกิจเพื่อกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำให้ระบายได้ดี และขยายพื้นที่รองรับและลำเลียงน้ำลงสู่แม่น้ำให้มีประสิทธิภาพ พร้อมประสานฝ่ายปกครองและเครือข่าย ร่วมเฝ้าระวังตรวจตราและเตรียมแผนสำรองหากเกิดไฟฟ้าดับฉุกเฉิน พร้อมย้ำศูนย์ ปภ.เขต เตรียมพร้อมเครื่องจักรกลเข้าประจำพื้นที่เสี่ยงล่วงหน้าเพื่อเตรียมรับมือ

นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยว่า ด้วยกรมอุตุนิยมวิทยาได้คาดหมายลักษณะอากาศในช่วงเดือนพฤษภาคม 2569 ซึ่งเป็นช่วงเปลี่ยนจากฤดูร้อนเข้าสู่ฤดูฝน โดยคาดการณ์ว่าในระยะครึ่งหลังของเดือนจะมีฝนตกชุกหนาแน่นเพิ่มขึ้น และอาจมีพายุก่อตัวบริเวณทะเลอันดามันหรืออ่าวเบงกอล เคลื่อนตัวเข้าใกล้หรือเข้าสู่ทางด้านตะวันตกของประเทศไทย ซึ่งจะส่งผลให้เกิดสภาวะน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำลั้นตลิ่งในบางพื้นที่ได้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจึงได้ประสานไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด ให้เตรียมความพร้อมรับสถานการณ์อุทกภัยในช่วงฤดูฝน ปี 2569 เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ซึ่งได้เน้นย้ำประเด็นสำคัญ โดยให้จังหวัดตรวจสอบพื้นที่เขตชุมชน พื้นที่สำคัญทางเศรษฐกิจ และเส้นทางคมนาคมที่มักเกิดปัญหาน้ำท่วมขังเมื่อฝนตกหนัก โดยให้เร่งเปิดทางน้ำ กำจัดตะกอน ขุดลอกท่อระบายน้ำยน้ำ ทำความสะอาดร่องน้ำ เพื่อเตรียมรองรับปริมาณน้ำฝน และเพิ่มอัตราการระบายน้ำให้รวดเร็วยิ่งขึ้น และให้เร่งกำจัดวัชพืชและสิ่งกีดขวางทางน้ำในคูคลองและแหล่งน้ำสาธารณะที่เชื่อมโยงกับทางน้ำหลัก เพื่อขยายพื้นที่ในการรองรับและลำเสียงน้ำลงสู่แม่น้ำสายต่าง ๆ ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

สำหรับพื้นที่ที่มีน้ำท่วมขัง ให้อำเภอและท้องถิ่นจัดเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ผู้นำชุมชน อปพร. และจิตอาสา ร่วมตรวจตรา เฝ้าระวังพื้นที่เสียงภัย โดยเฉพาะในเขตชุมชน สถานศึกษา ตลอดจนคอยให้ความช่วยเหลือ แจ้งเตือนประชาชนที่สัญจรผ่านบริเวณดังกล่าว

“ปภ. ได้กำชับให้พื้นที่เตรียมความพร้อมบุคลากร วัสดุ อุปกรณ์ เครื่องจักรกลสาธารณภัย เพื่อใช้ในการเผชิญเหตุให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่เสี่ยงภัยในแต่ละเขตพื้นที่ และติดตั้งเครื่องจักรกลฯ ในพื้นที่เสียงภัยล่วงหน้า โดยประสานการปฏิบัติร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตที่รับผิดชอบในพื้นที่ เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาการระบายน้ำอย่างเป็นระบบ และให้เตรียมแผนสำรองในการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค สถานีตำรวจ หน่วยทหาร ตลอดจนประชาชนจิตอาสา เพื่อรองรับการแก้ไขปัญหากรณีฉุกเฉินอื่น ๆ อาทิ กรณีเกิดฝนตกหนักจนส่งผลให้ไฟฟ้าดับ กรณีเครื่องสูบนำเกิดการขัดข้องในชั่วโมงเร่งด่วน” อธิบดี ปภ. กล่าว

นายธีรพัฒน์ อธิบดี ปภ. กล่าวเพิ่มว่า การเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์อุทกภัยในช่วงฤดูฝน ปี 2569 ให้ศูนย์ ปภ. เขต ซึ่งตั้งอยู่ครอบคลุมในทุกภูมิภาคทั่วประเทศ เตรียมพร้อมสนับสนุนเครื่องจักรกลสาธารณภัยแก่จังหวัดให้ทั่วถึง โดยให้วางแผนติดตั้งเครื่องจักรกลด้านอุทกภัยในพื้นที่เสี่ยงเป็นการล่วงหน้าให้เหมาะกับสภาพความเสี่ยงของพื้นที่ อาทิ เครื่องสูบน้ำสมรรถนะสูง เรือท้องแบบ และร่วมกับจังหวัดเฝ้าระวังติดตามสภาพอากาศ สถานการณน้ำอย่างใกล้ชิด เพื่อวางแผนการสนับสนุนการปฏิบัติงานในการเผชิญเหตุให้สอดคล้องกับสถานการณ์และลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับประชาชนให้ได้มากที่สุด