แก๊งวัยรุ่นเชียงใหม่เหิมหนัก ยกพวกขี่ จยย.ควงมีดดาบ ปาประทัดใส่ขณะนั่งรอรับงานบนลานท่าแพ

1203

แก๊งวัยรุ่นเชียงใหม่เหิมหนัก ยกพวกขี่ จยย.ควงมีดดาบ ปาประทัดใส่ขณะนั่งรอรับงานบนลานท่าแพ ก่อนปรี่เข้ามาง้างมีดจะฟัน ท่ามกลางสายตานักท่องเที่ยว วอนเจ้าหน้าที่ ตร.ช่วยติดตามจับกุมหวั่นกระทบทำนักท่องเที่ยวหวาดกลัว

ภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณถนนย่านประตูท่าแพ .เมืองเชียงใหม่ บันทึกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงกลางดึกเวลาประมาณ 01.20 น. ของวันที่ 18 พ.ย.66 ที่ผ่านมา ที่กลุ่มวัยรุ่นกลุ่มใหญ่ขับรถจักรยานยนต์มาจอดข้างทางตรงข้ามกับลานอเนกประสงค์ข่วงประตูท่าแพ ก่อนจะใช้วัตถุระเบิดที่สันนิษฐานว่าจะเป็นประทัดยักษ์ปาใส่คนที่นั่งอยู่บริเวณฝั่งตรงข้ามซึ่งเป็นกลุ่มไรเดอร์ส่งอาหารที่มานั่งรอรับออดอร์กันบริเวณดังกล่าว

จากนั้นหนึ่งในกลุ่มวัยรุ่นที่เป็นคนปาวัตถุระเบิดยังวิ่งควงมีดดาบยาวตรงปรี่เข้าไปยังกลุ่มไรเดอร์ที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม ทำท่าจะง้างฟันทำร้ายแต่หนึ่งในกลุ่มไรเดอร์ได้ประจันหน้ากับวัยรุ่นคนดังกล่าวที่วิ่งถือมีดมา พร้อมกับห้ามไม่ให้ก่อเหตุ เพราะคนที่อยู่บริเวณดังกล่าวเป็นไรเดอร์ที่มารอรับงาน อีกทั้งบางคนใส่ชุดฟอร์มของบริษัท จึงทำให้วัยรุ่นที่วิ่งถือมีดมาคนดังกล่าวละมือแล้ววิ่งกลับไปยังรถจักรยานยนต์ ก่อนที่ทั้งหมดจะพากันขับรถหลบหนีไปตามเส้นทางในที่สุด

d0B1dVS.jpeg

นอกจากนี้หลังก่อเหตุกลุ่มวัยรุ่นกลุ่มนี้ยังพากันขับรถจักรยานยนต์ไปตามเส้นทางต่างๆ ในตัวเมืองหลายสิบคันอย่างคึกคะนอง ขณะที่ในส่วนของกลุ่มไรเดอร์ที่เกือบถูกทำร้ายร่างกาย ภายหลังเกิดเรื่องก็ได้พากันเดินทางเข้าแจ้งความกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจในคืนดังกล่าวไว้เป็นหลักฐาน พร้อมทั้งได้นำภาพคลิปวงจรปิดเข้าร้องเรียนกับทางผู้สื่อข่าวเพื่อขอให้ทางเจ้าหน้าที่ตํารวจดำเนินการติดตามตัวกลุ่มวัยรุ่นที่ก่อเหตุมาดำเนินคดี เนื่องจากเกรงว่าจะไปก่อเหตุในลักษณะดังกล่าวกับบุคคลอื่น หรือนักท่องเที่ยวอีก

ขณะที่ล่าสุดวันนี้ (20 พ.ย.66) ทางผู้สื่อข่าวได้ติดต่อสอบถามไปยัง นายเอ (นามสมมุติ) อายุ 27 ปี หนึ่งในกลุ่มไรเดอร์ที่อยู่ในเหตุการณ์ตอนเกิดเหตุ เล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ฟังว่า ในคืนเกิดเหตุตนกับไรเดอร์คนอื่นทั้งหมด 3 คน ได้มาจอดรถจักรยานยนต์นั่งรอรับออดอร์กันที่บริเวณฟุตบาทบนลานประตูท่าแพ ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามเยื้องๆ แมคโดนัลด์ จากนั้นจู่ๆ ก็มีกลุ่มวัยรุ่นทั้งชายและหญิง ขับรถจักรยานยนต์ท่อดังจำนวนหลายสิบคัน มาจอดข้างทางฝั่งตรงข้ามกับที่กลุ่มตนนั่งอยู่

d0B1zI2.jpeg

โดยตอนแรกมีหนึ่งในกลุ่มวัยรุ่นลงมาจากรถแล้วได้เอาวัตถุระเบิดปามายังฝั่งที่ตนนั่งกันอยู่ จนกระทั่งเกิดเสียงระเบิดดังสนั่น โดยในขณะนั้นทุกคนก็ตื่นตกใจ และเมื่อหันไปมองกลุ่มวัยรุ่นดังกล่าว หนึ่งในกลุ่มนั้นซึ่งเป็นคนปาระเบิดประทัดมาก็ถือมีดดาบวิ่งปรี่เข้ามายังกลุ่มของตน ตนเห็นดังนั้นจึงยืนประจันหน้ากับวัยรุ่นคนดังกล่าว ส่วนน้องผู้หญิงที่นั่งด้วยกันในตอนแรกได้วิ่งไปหลบด้านหลัง ขณะที่ชายวัยรุ่นคนดังกล่าวที่ถืออาวุธมีดดาบในระหว่างนั้นก็ทำท่ายึกยักจะฟัน ตนจึงพูดห้ามปรามไปว่า อย่านะ ผมใส่ชุดพนักงานอยู่นะ คุณเห็นไหม หลังจากนั้นชายวัยรุ่นคนดังกล่าวก็ถือมีดวิ่งกลับไปแล้วพากันขับขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป และหลังจากเกิดเหตุตนและคนในกลุ่มก็ได้พากันเข้าไปแจ้งความกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่จนถึงขณะนี้ก็ไม่ทราบว่าดำเนินการไปถึงไหนแล้ว

นอกจากนี้ ในตอนนั้นเท่าที่ตนสังเกต กลุ่มวัยรุ่นที่มาหาเรื่องนั้นส่วนใหญ่น่าจะยังอายุไม่เกิน 18 ปี หลายคน มีทั้งผู้หญิงและผู้ชาย โดยตอนขับรถมา แต่ละคนนั้นก็มีอาวุธครบมือ และเท่าที่ประมาณได้ในตอนนั้น น่าจะขับรถจักรยานยนต์มากัน 10-15 คัน มีทั้งซ้อนท้ายกันมา 2 คนและ 3 คน มาหาเรื่องตนกับไรเดอร์คนอื่นๆ อย่างไม่ทราบสาเหตุ ซึ่งตอนนั้นตนก็ตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ก็ไม่วิ่งหนี เพราะในตอนเกิดเหตุก็มีนักท่องเที่ยวอยู่ในเหตุการณ์ด้วย

นายเอ (นามสมมุติ) ยังบอกอีกว่า ปกติตนกับไรเดอร์คนอื่นๆ ที่เจอเหตุการณ์มักจะมานั่งรอรับออดอร์งานกันบริเวณนี้เป็นประจำ และที่ผ่านมาก็ไม่เคยเจอะเจอเหตุการณ์ในลักษณะนี้กับตัวเองเลย แต่ก็เคยมีเหตุการณ์ที่มีกลุ่มวัยรุ่นทำร้ายร่างกายในย่านนี้เกิดขึ้นกับกลุ่มคนขับแกร็บอีกกลุ่มหนึ่ง แต่ไม่ทราบว่าจะเป็นกลุ่มวัยรุ่นกลุ่มเดียวกันหรือไม่

นอกจากนี้ จากการสังเกตตนคาดว่ากลุ่มวัยรุ่นที่ก่อเหตุในครั้งนี้ จากสำเนียงที่ฟังน่าจะเป็นเด็กในพื้นที่หรือเด็กในเมืองมากกว่า เนื่องจากในตอนที่ชายวัยรุ่นก่อเหตุ ก็มีน้องผู้หญิงหนึ่งในกลุ่มตะโกนบอกว่า “พอแล้วๆ” อีกทั้งยังมีคำไม่สุภาพที่พูดเป็นภาษาเหนือ ตนจึงคาดว่ากลุ่มวัยรุ่นที่ก่อเหตุน่าจะเป็นกลุ่มวัยรุ่นในพื้นที่มากกว่า และไม่น่าจะใช่คนต่างถิ่น

อย่างไรก็ตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือเป็นภัยสังคม และตนอยากฝากถึงกลุ่มวัยรุ่นที่ก่อเหตุในครั้งนี้ให้เลิกทำในลักษณะเช่นนี้ เพราะบริเวณที่เกิดเหตุถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชาวต่างชาติมาท่องเที่ยวกันจำนวนมาก พอเกิดเหตุการณ์ในลักษณะเช่นนี้ก็ทำให้เสื่อมเสียด้านการท่องเที่ยว และทำให้นักท่องเที่ยวหวาดกลัวไม่กล้ามากัน รวมทั้งอยากฝากให้ทางเจ้าหน้าที่ช่วยดูแลความปลอดภัยในบริเวณนี้มากขึ้น ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะเช่นนี้ขึ้นบ่อยๆ นอกจากนี้ก็อยากขอให้ทางเจ้าหน้าที่ตํารวจได้ช่วยติดตามจับกุมตัวกลุ่มผู้ก่อเหตุทั้งหมดมาดำเนินคดี เพื่อไม่ให้มาก่อเหตุหรือรวมกลุ่มกันสร้างความวุ่นวายอีก

d0B1Sig.jpeg
d0B1YuW.jpeg