Home ข่าวเชียงใหม่ ข่าวด่วน ข่าวเชียงใหม่ล่าสุด ข่าวเชียงใหม่วันนี้ สุดสลด! กู้ภัยเร่งช่วยเหลือ หนูน้อยวัย 4 ขวบ พลัดตกจมน้ำหมดสติ เจ้าหน้าที่ช่วยเหลือปั๊มหัวใจนำส่ง รพ. แต่สุดท้ายสิ้นใจ

สุดสลด! กู้ภัยเร่งช่วยเหลือ หนูน้อยวัย 4 ขวบ พลัดตกจมน้ำหมดสติ เจ้าหน้าที่ช่วยเหลือปั๊มหัวใจนำส่ง รพ. แต่สุดท้ายสิ้นใจ

-

สุดสลด! กู้ภัยเร่งช่วยเหลือ นู๋น้อยวัย 4 ขวบ พลัดตกน้ำ เกิดจมหมดสติ ปั๊มหัวใจ นำส่ง รพ. แต่สุดท้ายสิ้นใจ

เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 8 ส.ค. 63 ทาง ร.ต.อ.จักรกฤษ ขันคำ รอง สว.(สอบสวน) สภ.บ่อหลวง จ.เชียงใหม่ ได้รับแจ้งเหตุเด็กจมน้ำหมดสติ เหตุเกิดที่บริเวณหนองน้ำ ภายในพื้นที่ บ้านแม่โถ อ.ฮอด จ.เชียงใหม่ หลังทราบเรื่องจึงประสานทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยบ่อสลี พร้อมส่งเจ้าหน้าที่เข้าดำเนินการช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน ซึ่งเมื่อถึงที่เกิดเหตุ พบชาวบ้านกำลังช่วยเหลือเด็กหญิงวัย 4 ขวบ ซึ่งพบว่าหมดสติ ทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้ทำการช่วยเหลือปั๊มหัวใจ และรีบดำเนินการส่งรักษาตัวต่อที่โรงพยาบาลฮอด โดยทางแพทย์ได้ช่วยเหลือยื้อชีวิตอย่างสุดความสามารถ แต่เด็กหญิงคนดังกล่าวได้เสียชีวิตลงในที่สุด

ขณะเดียวกันจากการสอบถามข้อมูลเบื้องต้นทราบว่า เด็กหญิงคนดังกล่าว ได้อาศัยอยู่กับยาย ขณะก่อนเกิดเหตุได้วิ่งเล่นอยู่แถวระแวกบ้าน แต่ต่อมาทางยายเห็นว่าหลานได้หายไป จึงได้พยายามออกตามหา พร้อมทั้งสอบถามทางชาวบ้านก็ไม่มีใครพบเห็น จนกระทั่งมาเจอร่างของเด็กหญิงจมน้ำหมดสติอยู่ จึงได้รีบช่วยเหลือ จากนั้นได้แจ้งเจ้าหน้าที่กู้ภัย และประสานทางโรงพยาบาลฮอด ให้ส่งเจ้าหน้าที่แพทย์เข้ามารับตัวโดยด่วน ก่อนจะช่วยยื้อชีวิตเด็กหญิง แต่สุดท้ายได้เสียชีวิตลง

อย่างไรก็ตามทางญาติของเด็กหญิงไม่ได้ติดใจในสาเหตุการเสียชีวิต ซึ่งเบื้องต้นสันนิษฐานว่าขณะเด็กหญิงกำลังวิ่งเล่น น่าจะเกิดพลัดตกลงไปในน้ำซึ่งขณะนั้นไม่มีคนเห็นหรือคนดูแล จึงไม่ทันช่วยเหลือ และเกิดเหตุสลดดังกล่าวขึ้น ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จะได้ส่งศพให้ทางญาตินำไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนาต่อไป

Must Read

ศูนย์ทดสอบฉลาดซื้อ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค พบสารพาราควอตในน้ำปู 33% จาก 24 ตัวอย่างใน 6 จังหวัดภาคเหนือ

ศูนย์ทดสอบฉลาดซื้อ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค พบสารพาราควอตในน้ำปู 33% จาก 24 ตัวอย่างใน 6 จังหวัดภาคเหนือ วันที่ 25 กันยายน 2563 ศูนย์ทดสอบฉลาดซื้อ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค เปิดเผยผลการตรวจวิเคราะห์พบการตกค้างของสารพาราควอตจำนวน 8 ตัวอย่าง จากจำนวน 24 ตัวอย่าง คิดเป็นร้อยละ 33  หรือ 1 ใน 3 ของตัวอย่างที่สุ่มตรวจทั้งหมด ใน 6 จังหวัด  โดยตัวอย่างทั้งหมดมีค่าเฉลี่ยของการตกค้างพาราควอตเป็นจำนวน 0.04275 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม ตัวอย่างน้ำปูที่พบปริมาณพาราควอตตกค้างมากที่สุด ได้แก่ 1.น้ำปู ไม่ระบุยี่ห้อ เก็บตัวอย่างจาก ต.บ้านลา อ.แจ้ห่ม จ.ลำปาง พบปริมาณพาราควอต 0.090 มิลลิกรัม/กิโลกรัม 2.น้ำปู ไม่ระบุยี่ห้อ เก็บตัวอย่างจาก ต.ทุ่งฮั้ว อ.วังเหนือ จ.ลำปาง พบปริมาณพาราควอต 0.074 มิลลิกรัม/กิโลกรัม 3.น้ำปู ไม่ระบุยี่ห้อ เก็บตัวอย่างจาก ตลาดสดข่วงเปา ต.ข่วงเปา อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ พบปริมาณพาราควอต 0.046 มิลลิกรัม/กิโลกรัม 4.น้ำปู ไม่ระบุยี่ห้อ เก็บตัวอย่างจาก ต.แม่ยางฮ่อ อ.ร้องกวาง จ.แพร่ พบปริมาณพาราควอต 0.042 มิลลิกรัม/กิโลกรัม 5.น้ำปู ไม่ระบุยี่ห้อ เก็บตัวอย่างจาก บ้านป่าสัก ต.ศรีถ้อย อ.แม่ใจ จ.พะเยา พบปริมาณพาราควอต 0.040 มิลลิกรัม/กิโลกรัม 6.น้ำปู ไม่ระบุยี่ห้อ เก็บตัวอย่างจาก ตลาดบ้านปางลาว ต.บ้านดู่ อ.เมือง จ.เชียงราย พบปริมาณพาราควอต 0.031 มิลลิกรัม/กิโลกรัม 7.น้ำปู ไม่ระบุยี่ห้อ เก็บตัวอย่างจาก บ้านหนุน อ.ปง จ.พะเยา พบปริมาณพาราควอต 0.011 มิลลิกรัม/กิโลกรัม 8.น้ำปู ไม่ระบุยี่ห้อ เก็บตัวอย่างจาก บ้านร่องกาศใต้ ต.ร่องกาศ อ.สูงเม่น จ.แพร่ พบปริมาณพาราควอต 0.006 มิลลิกรัม/กิโลกรัม ตามที่มูลนิธิเพื่อผู้บริโภคและเครือข่ายองค์กรผู้บริโภค ได้สนับสนุน ให้ยกเลิกสารเคมีอันตราย 3 รายการ ซึ่งขณะนี้ คณะกรรมการวัตถุอันตรายได้ยกเลิกไปจำนวน 2 รายการ คือ พาราควอต และคลอไพริฟอส และจำกัดการใช้ ไกลโฟเสต องค์กรผู้บริโภค ได้ร่วมกันรณรงค์และประสานงานองค์กรผู้บริโภคทุกภูมิภาคเดินหน้าการยกเลิกสารเคมีอันตรายทั้ง 3 รายการ และเพื่อเป็นการเฝ้าระวังความปลอดภัยด้านอาหาร ศูนย์ทดสอบฉลาดซื้อ และโครงการสนับสนุนระบบเฝ้าระวังสินค้าและบริการเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคด้านสุขภาพ จึงดำเนินการเฝ้าระวังการปนเปื้อนสารเคมีทางการเกษตรในอาหารโดยร่วมมือกับเครือข่ายองค์กรผู้บริโภคภาคเหนือ สุ่มเก็บตัวอย่างผลิตภัณฑ์น้ำปูจำนวน 24 ตัวอย่าง จากตลาดในพื้นที่ 6 จังหวัดทั่วภาคเหนือ ได้แก่ พะเยา เชียงราย เชียงใหม่ ลำปาง ลำพูน แพร่ ระหว่างวันที่ 7-15 กันยายน 2563 และนำส่งห้องปฏิบัติการมาตรฐาน เพื่อตรวจวิเคราะห์หาการตกค้างของพาราควอต (paraquat) นางสาวสารี  อ๋องสมหวัง บรรณาธิการนิตยสารฉลาดซื้อ กล่าวว่า จากผลการวิเคราะห์เราพบสารพาราควอตแม้ว่าจะเป็นปริมาณไม่มาก แต่ก็ถือว่าผิดกฎหมาย สันนิษฐานได้ว่า ปูนาที่เก็บมาจากท้องนานั้น  เป็นปูนาที่มีการปนเปื้อนสารเคมีประเภทพาราควอต จากข้อมูลดังกล่าวจะเห็นว่า แม้จะมีการห้ามการนำเข้า การผลิต และการจำหน่ายสารพาราควอตตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2563 ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ยังพบการตกค้างของสารพาราควอตในสิ่งแวดล้อมและในอาหาร ไม่สอดคล้องกับการที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นำข้อมูลของ “ฉลาดซื้อ” ไปอ้างว่าไม่พบพาราควอตในปูนา ตามที่เป็นข่าวเผยแพร่เมื่อวันที่ 28 สิงหาคมที่ผ่านมา และใช้เป็นเหตุผลในการพิจารณาให้ยกเลิกการใช้สารพาราควอตในการประชุมที่กำลังจะเกิดขึ้นในวันจันทร์ที่จะถึงนี้ (28 กันยายน) ทั้งที่ข้อเท็จจริงการสุ่มตรวจของนิตยสารฉลาดซื้อเมื่อเดือนธันวาคม 2561 เป็นการสุ่มตรวจปูนาเลี้ยงดองเค็มที่ใช้ในการทำส้มตำในพื้นกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และศูนย์ทดสอบฉลาดซื้อ ยังไม่เคยทำการทดสอบน้ำปูหรือน้ำปู๋อาหารของคนไทยภาคเหนือตามที่อ้าง วันนี้ศูนย์ทดสอบฉลาดซื้อ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภคขอยืนยันว่า น้ำปู หรือน้ำปู๋ของ 5 จังหวัด  จาก 6 จังหวัด มีการตกค้างพาราควอตถึง 1 ใน 3 จาก 24 ตัวอย่างจากทั้งหมดที่ได้ทำการทดสอบ ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่าสารพาราควอตเป็นสารเคมีที่มีพิษเฉียบพลัน มีอันตรายร้ายแรง การพบตกค้างในอาหารจึงเป็นความเสี่ยงต่อสุขภาพของผู้บริโภคทุกคน ซึ่งเป็นต้นทุนในการรักษาพยาบาลของรัฐ โดยผู้ค้าสารเคมีไม่เคยต้องแบกรับและไม่ต้องเสียภาษีในการนำเข้าประเทศ รวมทั้งยังใช้การกดดัน การจ้างมืออาชีพล็อบบี้ เจรจา ให้กระทรวงเกษตร ฯ และคณะกรรมการวัตถุอันตรายทบทวนการยกเลิกสารเคมีอันตรายกลุ่มนี้อย่างต่อเนื่อง องค์กรผู้บริโภคทั่วประเทศ ขอคัดค้านให้มีการทบทวนการยกเลิกการใช้สารพิษพาราควอตและคลอไพริฟอส โดยขอให้คงมติการยกเลิกการใช้สารเคมีทั้งสองชนิดและเร่งดำเนินการเพิกถอนไกลโฟเสต ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็ง เพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค นางสาวพวงทอง ว่องไว เครือข่ายองค์กรผู้บริโภคภาคเหนือ กล่าวว่า น้ำปูหรือ น้ำปู๋ เป็นอาหารพื้นเมืองและดั้งเดิมของภาคเหนือ โดยเป็นเครื่องปรุงรสกลุ่มเดียวกันกับกะปิ ใช้ประกอบอาหารได้หลายอย่าง อาทิ น้ำพริกน้ำปู๋ แกงหน่อไม้ ตำกระท้อน เป็นต้น วิธีการทำน้ำปูนั้นชาวบ้านจะนำปูนามาล้างให้สะอาด ใส่ใบขมิ้นและตะไคร้โขลกรวมกันจนละเอียด นำปูที่โขลกแล้วละลายน้ำ กรองเอาแต่น้ำปู จากนั้นเคี่ยวโดยใช้ไฟอ่อน ประมาณ 8 ชั่วโมง จะได้น้ำปูข้นเหนียว เป็นสีดำ โดยการทำน้ำปูนั้นใช้ปูนาเป็นจำนวนมากถึง 10 กิโลกรัม จึงจะได้น้ำปูปริมาณเพียง 1 กิโลกรัมเท่านั้น สำหรับผู้บริโภคหากสามารถสอบถามถึงแหล่งที่มาของปูนาได้ก็จะดี เพราะปูนาที่มาจากฟาร์มเพาะเลี้ยง นั้นสามารถควรคุมมาตรฐานความสะอาดได้ ซึ่งอาจปลอดภัยกว่าปูนาตามธรรมชาติในนาข้าว ที่อาจเสี่ยงพบพาราควอต พบปลิง พยาธิ หรือการตกค้างของสารเคมีอื่นๆ โดยทางเว็บไซต์ pobpad.com ได้อธิบายเกี่ยวกับ สารพาราควอต (Paraquat) คือสารเคมีชนิดหนึ่งที่เป็นส่วนประกอบของยากำจัดวัชพืช ในปัจจุบันมีหลายประเทศเช่นกันที่สั่งห้ามใช้สารชนิดนี้ในการกำจัดวัชพืช เนื่องจากเป็นสารมีที่มีความเป็นพิษสูงและเป็นอันตรายต่อสุขภาพ และยังมีรายงานว่าพาราควอตอาจเป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์...

error: Alert: Content is protected !!