24 ส.ค. 69 – สำนักข่าว South China Morning Post รายงานว่า ขณะนี้ในประเทศจีนกำลังเกิดกระแสความนิยมรูปแบบใหม่ในกลุ่มหญิงสาวรุ่นใหม่ ที่หันมา “ย้อมสีขนรักแร้” ให้มีสีสันสดใสสะดุดตา เพื่อเปลี่ยนสิ่งที่เคยถูกมองว่าเป็นเรื่องน่าอายและต้องปกปิด ให้กลายเป็นแฟชั่นนิยามใหม่ พร้อมทั้งแสดงออกถึงสิทธิและเสรีภาพเหนือร่างกายของตนเอง (Bodily Autonomy)
บนแพลตฟอร์มไลฟ์สไตล์ยอดนิยมของจีนอย่าง RedNote (เสี่ยวหงซู – Xiaohongshu) มีผู้หญิงจำนวนมากโพสต์ภาพขนรักแร้สีสันจัดจ้าน เช่น สีฟ้า สีชมพู และสีบลอนด์ พร้อมทั้งแชร์วิธีฟอกสีและย้อมสีทีละขั้นตอน รวมถึงคำเตือนเกี่ยวกับการระคายเคืองของผิวหนังและระยะเวลาที่สีจะติดทน
หญิงสาวรายหนึ่ง (ใช้นามแฝงว่า เสี่ยวกุ้ย) เปิดเผยว่า เธอเคยรู้สึกอับอายเกี่ยวกับขนรักแร้มาตั้งแต่สมัยประถม เพราะถูกเพื่อนทักจนทำให้มองว่าขนรักแร้เป็นสิ่ง “สกปรกและน่าเกลียด” เธอต้องคอยโกนทิ้งมานานหลายปี กระทั่งเห็นอินฟลูเอนเซอร์คนหนึ่งย้อมขนรักแร้เป็นสีชมพูแก้วมังกร เธอจึงลองฟอกและย้อมสีบลอนด์ทองดูบ้าง ซึ่งผลตอบรับที่ดีจากเพื่อนๆ ทำให้เธอรู้สึกมั่นใจในร่างกายตัวเองมากขึ้น และมองว่าขนรักแร้ไม่ใช่สิ่งที่ต้องซ่อนอีกต่อไป แต่กลายเป็นเครื่องประดับชิ้นหนึ่งที่สะท้อนตัวตน
ผู้เชี่ยวชาญด้านวัฒนธรรมชี้ว่า แท้จริงแล้ว “ความอับอายในขนรักแร้” ของผู้หญิงจีนเพิ่งเกิดขึ้นไม่นาน โดยเป็นผลมาจากการรับวัฒนธรรมและค่านิยมความงามจากชาติตะวันตกเข้ามาในช่วงทศวรรษ 1980–1990 ที่สื่อ โฆษณา และนิตยสารแฟชั่นหล่อหลอมว่า ผู้หญิงต้องมีผิวเนียนเรียบไร้ขนเท่านั้น
ขณะที่ในประวัติศาสตร์จีนโบราณ เช่น ภาพวาดในสมัยราชวงศ์ซ่ง (ค.ศ. 960–1279) หรือภาพยนตร์ย้อนยุคเซี่ยงไฮ้ทศวรรษ 1930 (เช่น ภาพยนตร์เรื่อง Lust, Caution ที่นักแสดงหญิง ทังเหวย ไว้ขนรักแร้ตามบริบทจริงในยุคนั้น) ขนรักแร้ของผู้หญิงถือเป็นเรื่องธรรมชาติอย่างยิ่ง
ที่มา : scmp
































