กรมชลฯ สั่งลุย กำจัดผักตบชวา เร่งเปิดทางน้ำ เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำพร้อมกันทั่วประเทศ

3
คลิกเพื่ออ่านสรุปประเด็นข่าว
สรุปประเด็นข่าว :
อธิบดีกรมชลประทานเปิดกิจกรรม Kick off กำจัดผักตบชวาและสิ่งกีดขวางทางน้ำพร้อมกัน 17 สำนักงานชลประทานทั่วประเทศ
ปัญหาผักตบชวากีดขวางการไหลของน้ำ ส่งผลกระทบต่อการเกษตร การระบายน้ำช่วงน้ำหลาก และระบบนิเวศ
สำนักงานชลประทานที่ 15 ใช้ 2 วิธีในการกำจัด คือ การใช้สารผสม สวพ.62-ชป.1 และการใช้เครื่องจักรกล
ผลการสำรวจประเมินปริมาณผักตบชวาเฉพาะเขตทางน้ำชลประทานลุ่มน้ำปากพนังมีสูงถึง 920,000 ตัน และหากรวมนอกเขตคาดว่าสะสมราว 1.2 ล้านตัน
อธิบดีกรมชลประทานกำชับให้ทุกหน่วยงานปฏิบัติงานอย่างเต็มกำลังและต่อเนื่อง โดยเน้นความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติงานเป็นอันดับแรก

22 ส.ค. 69 – ที่ประตูระบายน้ำอุทกวิภาชประสิทธิ อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช นายวิทยา แก้วมี อธิบดีกรมชลประทาน เป็นประธานเปิดกิจกรรม “Kick off ดำเนินการกำจัดผักตบชวาและสิ่งกีดขวางทางน้ำ พร้อมกันทั่วประเทศ” โดยมีนายสุรพงศ์ เจริญการยนต์ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 15 คณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ทึ่เกี่ยวข้องเข้าร่วมกิจกรรม ซึ่งมีการจัดกิจกรรมพร้อมกันในพื้นที่รับผิดชอบของสำนักงานชลประทานทั้ง 17 แห่งทั่วประเทศ เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาผักตบชวาและวัชพืชน้ำที่กีดขวางทางน้ำอย่างต่อเนื่อง หวังเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำ

นายวิทยา แก้วมี อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า ปัญหาผักตบชวาและวัชพืชน้ำไม่ได้ส่งผลกระทบเฉพาะพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง แต่เป็นปัญหาสำคัญที่มีผลต่อประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำ ทั้งในลำน้ำและทางน้ำชลประทานทั่วประเทศ นอกจากกีดขวางการไหลของน้ำแล้ว ยังเป็นอุปสรรคต่อการส่งน้ำเพื่อการเกษตร การระบายน้ำในช่วงฤดูน้ำหลาก รวมไปถึงส่งผลกระทบต่อคุณภาพน้ำและระบบนิเวศโดยรวม กรมชลประทาน จึงได้กำจัดผักตบชวาและสิ่งกีดขวางทางน้ำอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี โดยในครั้งนี้ได้มีการจัดกิจกรรม Kick off พร้อมกันทั่วประเทศ เพื่อแสดงเจตนารมณ์และความมุ่งมั่นของกรมชลประทานในการบูรณาการกำลังบุคลากร เครื่องจักรกล และนวัตกรรม ในการเข้าไปแก้ไขปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพและต่อเนื่อง พร้อมนำแนวทางการปฏิบัติงานเชิงรุกไปประยุกต์ใช้ในพื้นที่ต่าง ๆ ให้เหมาะสมกับสภาพปัญหา โดยใช้ทั้งนวัตกรรมสารผสมที่ปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อมร่วมกับเครื่องจักรกลที่มีศักยภาพสูง ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการกำจัดวัชพืชและลดการกลับมาสะสมของผักตบชวาในทางน้ำได้เป็นอย่างมาก

ในส่วนของ สำนักงานชลประทานที่ 15 ได้วางแนวทางการกำจัดผักตบชวาไว้ 2 วิธีหลัก ได้แก่ การกำจัดด้วยสารผสม สวพ.62-ชป.1 ซึ่งได้ทดลองฉีดพ่นในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังจำนวน 11 แปลง ตั้งแต่วันที่ 7 เมษายน 2569 จนถึงปัจจุบัน พบว่าผักตบชวาแห้งตายตามธรรมชาติ โดยไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ ยังได้กำจัดด้วยเครื่องจักรกล ในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง ที่มีสายคลองรวม 673 สาย ความยาวลำน้ำประมาณ 1,800 กิโลเมตร ในจำนวนนี้เป็นคลองส่งน้ำและคลองระบายน้ำที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมชลประทาน 349 สาย รวมระยะทางประมาณ 800 กิโลเมตร จากการสำรวจประเมินปริมาณผักตบชวาที่กีดขวางทางน้ำเฉพาะในเขตทางน้ำชลประทาน พบว่ามีปริมาณสูงถึงประมาณ 920,000 ตัน และเมื่อรวมพื้นที่คลองธรรมชาตินอกเขตชลประทาน คาดว่ามีปริมาณสะสมประมาณ 1.2 ล้านตัน จึงจำเป็นต้องเดินหน้ากำจัดอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นต่อประชาชน
ในการนี้ อธิบดีกรมชลประทาน ได้กำชับให้ทุกหน่วยงาน ปฏิบัติการกำจัดวัชพืชสิ่งกีดขวางทางน้ำอย่างเต็มกำลังและต่อเนื่อง โดยให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติงานเป็นอันดับแรก เพื่อคืนความใสสะอาดให้แก่แหล่งน้ำ เพิ่มศักยภาพการส่งน้ำและการระบายน้ำ และสนับสนุนการบริหารจัดการน้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่พี่น้องประชาชนทั่วประเทศ

ทั้งนี้ทางด้าน สำนักงานชลประทานที่ 1 ได้เริ่ม Kick-off การกำจัดวัชพืชและสิ่งกีดขวางทางน้ำ เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือปัญหาอุทกภัย (ปี 2569/2570) แล้วหลายพื้นที่