9 มิ.ย. 69 – กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เน้นย้ำข้อสั่งการนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในการเตรียมพร้อมรับสถานการณ์อุทกภัยในช่วงฤดูฝน ปี 2569 เพื่อดูแลประชาชนในทุกพื้นที่เสี่ยงภัยให้ทั่วถึง รวดเร็ว ทันต่อสถานการณ์
นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า ตามที่นายอนุทิน ชาญวีระกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ ได้สั่งการให้ทุกจังหวัดเตรียมพร้อมรับสถานการณ์อุทกภัยในช่วงฤดูฝน ปี 2569 ซึ่งปัจจุบันเริ่มมีฝนตกกระจายในหลายพื้นที่ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จึงประสานทุกจังหวัดให้เฝ้าระวังสภาพอากาศ สถานการณ์น้ำ และการบริหารจัดการน้ำ เพื่อวิเคราะห์และประเมินแนวโน้มการเกิดภัย หากคาดว่าสถานการณ์จะรุนแรงให้แจ้งเตือนประชาชนในทุกช่องทางอย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์ให้ทราบแนวทางการปฏิบัติตนให้ปลอดภัย ข้อมูลการขอรับความช่วยเหลือ และมาตรการของภาครัฐในการดูแลประชาชน พร้อมตรวจสอบพื้นที่ปลอดภัยสำหรับจัดตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราว และจัดเตรียมสิ่งสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนให้เพียงพอ
สำหรับพื้นที่เสี่ยงติดชายฝั่งทะเล ให้บูรณาการหน่วยงานดูแลด้านการคมนาคมและการท่องเที่ยว ให้กำหนดมาตรการความปลอดภัยอย่างเข้มงวด โดยให้นำเรือเข้าที่กำบัง และประกาศงดเดินเรือในช่วงที่มีคลื่นลมแรงและคลื่นสูง หากมีการฝ่าฝืนให้ดำเนินการทางกฎหมาย ส่วนจังหวัดที่มีสถานที่ท่องเที่ยวธรรรมชาติที่เสี่ยงจะเกิดภัย อาทิ ถ้ำ น้ำตก ถ้ำลอด ให้ประกาศแจ้งเตือน ปิดกั้น และห้ามเข้าพื้นที่โดยเด็ดขาด พร้อมจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวัง ตลอด 24 ชั่วโมง
“ขอเน้นย้ำศูนย์บัญชาการเหตุการณ์แต่ละระดับ และหน่วยงานตามแผนเผชิญเหตุให้เตรียมพร้อมกำลังพลและเครื่องจักรกลฯ รองรับการอพยพประชาชนให้พร้อมตลอด 24 ชั่วโมง และจัดระบบสื่อสารระหว่างหน่วยงานภาครัฐ หน่วยทหาร อปท. เอกชน และภาคีเครือข่าย ให้พร้อมใช้งานในภาวะวิกฤต โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มักเกิดอุปสรรคในการสื่อสาร พร้อมเฝ้าระวังพื้นที่ชุมชน พื้นที่สำคัญ โดยจัดเจ้าหน้าที่และเครื่องจักรกลฯเช่น เครื่องสูบน้ำ เรือท้องแบน ไว้ประจำการล่วงหน้า หากไม่เพียงพอให้ร้องขอมายังศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต และหน่วยทหารในพื้นที่ทันที พร้อมประสานฝ่ายปกครอง หน่วยทหาร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้ความช่วยเหลือด้านการดำรงชีพตามวงรอบอย่างต่อเนื่อง ที่สำคัญให้ระบายน้ำออกจากแหล่งน้ำโดยใช้ข้อมูลทางวิชาการและข้อมูลจากหน่วยบริหารจัดการน้ำมาประกอบการแก้ไขให้สอดคล้องกับสภาพพื้นที่“ นายธีรพัฒน์ อธิบดี ปภ. กล่าว

































