4 มิ.ย. 69 – ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) แถลงข่าวผลการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ (กพช.) ซึ่งมีมติเห็นชอบมาตรการชุดใหญ่เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตคนพิการ โดยเตรียมเร่งนำเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาอนุมัติต่อไป
ที่ประชุมมีมติเห็นชอบปรับเพิ่มสวัสดิการเบี้ยความพิการจาก 800 บาท เป็น 1,000 บาทแบบถ้วนหน้า โดยกลุ่มที่จะได้รับประโยชน์เพิ่มขึ้นคือ คนพิการที่ปัจจุบันไม่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะได้สิทธิ์เท่ากับกลุ่มที่ได้รับสิทธิ 1,000 บาทอยู่เดิม ทั้งคนพิการอายุมากกว่า 18 ปีที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จำนวน 1.2 ล้านคน และคนพิการอายุต่ำกว่า 18 ปี อีก 1.1 แสนคน
การปรับเพิ่มสวัสดิการในครั้งนี้จะขอรับการสนับสนุนงบประมาณประจำปีเพิ่มเติมอีก 5,257 ล้านบาท ซึ่งจะส่งผลให้งบประมาณรวมต่อปีสำหรับการจ่ายเบี้ยความพิการปรับเพิ่มขึ้นจากเดิมเป็น 27,677 ล้านบาท เพื่อดูแลคนพิการทุกคนอย่างทั่วถึง
ด้าน นายนิกร ได้แถลงเพิ่มเติมถึงมาตรการส่งเสริมอาชีพและการดูแลคนพิการว่า ที่ประชุมได้อนุมัติขยายเพดานวงเงินกู้ยืมเพื่อการประกอบอาชีพ จากเดิม 120,000 บาท เพิ่มเป็น 300,000 บาท โดยจะให้สิทธิเฉพาะลูกหนี้ชั้นดีที่มีประวัติการชำระเงินตรงเวลา ซึ่งปัจจุบันมีผู้กู้ยืมในระบบประมาณ 10,007 คน ภายใต้วงเงิน 1,000 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังได้ปลดล็อกระเบียบสำคัญเกี่ยวกับผู้ช่วยคนพิการ โดยอนุญาตให้ “ญาติพี่น้องหรือคนในครอบครัว” สามารถเป็นผู้ช่วยคนพิการและรับค่าตอบแทนได้ จากเดิมที่ห้ามเป็นเครือญาติ
แต่มีเงื่อนไขสำคัญคือต้องผ่านการอบรมและได้รับการรับรอง (Certified) อย่างถูกต้อง โดยจะได้รับค่าตอบแทน 60 บาทต่อชั่วโมง หากทำงาน 6 ชั่วโมงต่อวัน ตลอด 30 วัน จะมีรายได้สูงสุด 10,800 บาทต่อเดือน ซึ่งในปี 2569 ได้เตรียมงบประมาณเพื่อดำเนินโครงการนี้รวม 184.159 ล้านบาท ปัจจุบันมีผู้มาเบิกจ่ายในส่วนนี้แล้วกว่า 2,000 คน

































