ทส.-มท. บูรณาการเข้มทุกภาคส่วน ส่งผลจุดความร้อน Hotspot “เชียงใหม่” ลดฮวบ! เหลือหลักสิบ

5

เมื่อวันที่ 7 เม.ย. 69 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า จากการบูรณาการทำงานร่วมกันอย่างเข้มแข็งและต่อเนื่องของทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานภาครัฐ โดยเฉพาะกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงมหาดไทย ภาคเอกชน และพี่น้องประชาชนในพื้นที่ รวมถึงการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด และการทำงานเชิงรุกของผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือ ส่งผลให้สถานการณ์ไฟป่าและฝุ่นละอองมีแนวโน้มดีขึ้นอย่างชัดเจน โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการคืนอากาศบริสุทธิ์ให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

กระทรวงฯ ได้มอบหมายให้ พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ที่ปรึกษาศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน (ส่วนหน้า ภาคเหนือ) ลงพื้นที่บัญชาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด ทั้งการวางแผนจัดกำลังเจ้าหน้าที่ภาคพื้นดิน การสนับสนุนเฮลิคอปเตอร์ทิ้งน้ำดับไฟป่า รวมถึงการประชุมติดตามสถานการณ์เป็นประจำทุกวัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมไฟป่าให้ได้ผลอย่างเป็นรูปธรรม

สำหรับผลการดำเนินงานระหว่างวันที่ 25 มีนาคม – 7 เมษายน 2569 พบว่าสถานการณ์มีแนวโน้มดีขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะค่าฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่ภาคเหนือที่ลดลงอย่างเห็นได้ชัด เช่น อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นพื้นที่เฝ้าระวังสำคัญ ค่าฝุ่นลดลงจากประมาณ 300 เหลือ 150 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร หรือลดลงกว่าร้อยละ 50 สะท้อนถึงผลสัมฤทธิ์ของมาตรการควบคุมไฟป่าอย่างจริงจัง

ขณะเดียวกัน สถานการณ์จุดความร้อนสะสมในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ ระหว่างวันที่ 5 มีนาคม – 7 เมษายน 2569 พบรวมทั้งสิ้น 32,926 จุด โดยกว่าร้อยละ 90 อยู่ในพื้นที่ป่า และมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง
ในส่วนของจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นพื้นที่สำคัญ พบว่าจุดความร้อนสะสมช่วงวันที่ 3 – 7 เมษายน 2569 ลดลงอย่างชัดเจน รวมทั้งสิ้น 1,243 จุด โดยมากกว่าร้อยละ 90 อยู่ในพื้นที่ป่า แยกเป็น
• วันที่ 3 เมษายน พบ 555 จุด
• วันที่ 4 เมษายน 421 จุด
• วันที่ 5 เมษายน 164 จุด
• วันที่ 6 เมษายน 86 จุด
• และวันที่ 7 เมษายน (ช่วงเช้า) เหลือเพียง 17 จุด

ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความร่วมมือของทุกภาคส่วนที่ทำให้สถานการณ์คลี่คลายลงอย่างต่อเนื่อง จนจำนวนจุดความร้อนลดลงเหลือเพียงหลักสิบ
อย่างไรก็ตาม ปัจจัยด้านสภาพอากาศยังคงมีผลต่อสถานการณ์ โดยลมตะวันตกเฉียงใต้ยังคงพัดพาฝุ่นควันจากประเทศเพื่อนบ้านเข้าสู่พื้นที่ภาคเหนือ จึงยังต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ขณะเดียวกัน แนวโน้มการระบายอากาศในช่วงวันที่ 7–11 เมษายน มีทิศทางดีขึ้น จากกระแสลมที่แรงขึ้น ช่วยให้ฝุ่นละอองกระจายตัวได้ดีขึ้น