เตรียมเดินหน้า “ไทยเที่ยวไทย พลัส” ช่วยค่าที่พัก ร้านอาหาร ตั๋วเครื่องบิน สปา นวด คาดเริ่ม ต.ค. 69

6
คลิกเพื่ออ่านสรุปประเด็นข่าว
สรุปประเด็นข่าว :
รมว.ท่องเที่ยวฯ เตรียมเปิดตัวโครงการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ คาดว่าจะเริ่มคิกออฟได้ในช่วงเดือนตุลาคม 2569
เฟสแรกอัดงบ 1,750 ล้านบาท โดยสามารถนำไปใช้จ่ายได้หลากหลาย ทั้งค่าที่พัก ร้านอาหาร ตั๋วเครื่องบิน สปา นวด และบริการท่องเที่ยวอื่นๆ
ตั้งเป้าสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไม่ต่ำกว่า 5,000 ล้านบาท พร้อมกระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวอย่างทั่วถึง
แม้นักท่องเที่ยวต่างชาติจะชะลอตัวลงเล็กน้อย (2-3%) จากปัจจัยสงครามและราคาพลังงาน แต่ยังคงเป้าหมายเดิม โดยหวังว่าอีเวนต์ใหญ่ เส้นทางบินใหม่ รวมถึงตลาดไทยเที่ยวไทยในช่วงปลายปี จะช่วยดันยอดให้เข้าเป้าและขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้

18 ส.ค. 69 – นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน ณ ทำเนียบรัฐบาล ถึงแนวทางการกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศผ่านโครงการ “ไทยเที่ยวไทย พลัส” (Thai Travel Plus) โดยคาดว่าจะเริ่มดำเนินโครงการเดือนตุลาคม 2569 เพื่อเตรียมความพร้อมด้านรายละเอียดและเงื่อนไขการใช้จ่ายให้มีความเหมาะสมและเกิดประโยชน์สูงสุด

นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า โครงการ “ไทยเที่ยวไทย พลัส” ในระยะแรกวางกรอบงบประมาณประมาณ 1,750 ล้านบาท และหากดำเนินการประสบความสำเร็จจะพิจารณาขยายการดำเนินงานในระยะต่อไป โดยรูปแบบโครงการจะเปิดกว้างมากขึ้น ครอบคลุมการใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวในหลายภาคส่วน ทั้งค่าที่พัก โรงแรม ค่าอาหาร ค่าโดยสารเครื่องบิน สปา นวด และบริการด้านการท่องเที่ยวอื่น ๆ เพื่อกระตุ้นการเดินทางและการใช้จ่ายของประชาชนภายในประเทศ
สำหรับผลที่คาดว่าจะได้รับ โครงการจะช่วยสร้างเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไม่น้อยกว่า 5,000 ล้านบาท พร้อมมุ่งกระจายรายได้ไปยังผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวอย่างทั่วถึง ทั้งธุรกิจที่พัก ร้านอาหาร และผู้ให้บริการในภาคการท่องเที่ยวในพื้นที่ต่างๆ

ส่วนสถานการณ์นักท่องเที่ยวต่างชาติ แม้ในช่วงที่ผ่านมาอาจชะลอตัวลงประมาณ 2–3% จากปัจจัยด้านสงครามและราคาพลังงาน แต่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รวมถึงการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ยังคงเป้าหมายนักท่องเที่ยวต่างชาติไว้ที่ 33 ล้านคน โดยคาดว่าในไตรมาสสุดท้ายของปีจะมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น จากการจัดกิจกรรมและอีเวนต์ขนาดใหญ่ รวมถึงการเปิดเส้นทางบินใหม่ของสายการบินจากหลายประเทศเข้าสู่ประเทศไทย ขณะเดียวกันตลาดนักท่องเที่ยวภายในประเทศยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ซึ่งจะช่วยชดเชยส่วนที่ชะลอตัวของตลาดต่างชาติ และขับเคลื่อนเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของประเทศในช่วงปลายปี