คลิกเพื่ออ่านสรุปประเด็นข่าว
14 ก.ค. 69 – นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2569 ได้มอบหมายให้ นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นผู้ประสานงานหลักร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง วางแนวทางการ ปรับปรุง/แก้ไข กฎหมาย ระเบียบ และข้อบังคับต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับคนเข้าเมือง เพื่อให้กระบวนการส่งตัวคนต่างด้าวที่ทำความผิดหรือที่เข้าเมืองโดยมิชอบด้วยกฎหมายกลับออกไปนอกราชอาณาจักรมีความรวดเร็วยิ่งขึ้น อีกทั้ง ปัจจุบันยังไม่มีระเบียบปฏิบัติราชการว่าด้วยการเนรเทศไว้ ซึ่งต้องมีการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดระหว่างหน่วยงานของรัฐ ดังนั้น จำเป็นต้องวางระเบียบปฏิบัติราชการว่าด้วยการเนรเทศเพื่อให้การบริหารราชการแผ่นดินในส่วนที่เกี่ยวกับการเนรเทศเป็นไปโดยรวดเร็วและมีประสิทธิภาพเพื่อประโยชน์ของชาติในภาพรวม
วันนี้ ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (14 ก.ค. 69) จึงมีมติเห็นชอบร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการเนรเทศ พ.ศ. …. ตามที่รองนายกรัฐมนตรี (นายปกรณ์ นิลประพันธ์) เสนอ โดยกำหนดลักษณะความผิดของคนต่างด้าวที่จะเนรเทศออกไปนอกราชอาณาจักร กรณีมีความจำเป็นเพื่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน 6 ลักษณะความผิด ได้แก่
1. เข้ามาหรืออยู่ในราชอาณาจักรโดยมิชอบด้วยกฎหมาย
2. ทำงานในราชอาณาจักรโดยมิชอบด้วยกฎหมายว่าด้วยการทำงานของคนต่างด้าว
3. ประกอบธุรกิจในราชอาณาจักรโดยมิชอบด้วยกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว
4. ปลอมเอกสารทางราชการหรือใช้เอกสารราชการปลอม
5. กระทำความผิดกฎหมายที่มีโทษจำคุกตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป
6. เป็นตัวการ ผู้ใช้ หรือผู้สนับสนุนการกระทำความผิดตามข้อ 1-5
โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า ร่างระเบียบฯ ดังกล่าว ยังกำหนดให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องดำเนินการ ดังนี้
1. ให้อธิบดีกรมราชทัณฑ์แจ้งรายชื่อ สัญชาติ สำนวนคดี หรือ เอกสารหลักฐานหรือข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับคนต่างด้าวนั้น ต่อปลัดกระทรวงมหาดไทย หรือผู้ซึ่งปลัดกระทรวงมหาดไทยมอบหมาย เพื่อทราบและดำเนินการตามระเบียบนี้ ก่อนที่จะปล่อยตัวคนต่างด้าวนั้น จากเรือนจำไม่น้อยกว่าเวลาที่กำหนด
ทั้งนี้ ให้ปลัดกระทรวงมหาดไทย หรือ ผู้ที่ได้รับมอบหมาย รายงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่อพิจารณาออกคำสั่งให้เนรเทศคนต่างด้าวนั้นออกไปนอกราชอาณาจักรโดยไม่ชักช้า โดยให้กระทรวงมหาดไทยดำเนินการส่งตัวผู้ต้องคำสั่งเนรเทศ กลับไปยังประเทศที่ผู้ต้องคำสั่งเนรเทศนั้นมีสัญชาติอยู่ สาระสำคัญ อาทิ ถ้าไม่มีสัญชาติแน่นอน ให้เนรเทศกลับไปยังประเทศที่คนต่างด้าวนั้นแจ้งว่า ตนอยู่เป็นครั้งสุดท้ายก่อนเข้ามาในราชอาณาจักร
2. กรณีที่ประเทศอื่นที่ผู้ต้องคำสั่งเนรเทศไม่มีสัญชาติอยู่ หรือ องค์การระหว่างประเทศ แล้วแต่กรณี มีหนังสือร้องขอผ่านวิธีทางการทูต ให้มีหนังสือร้องขอผ่านวิธีทางการทูต
โดยแสดงเจตนาว่า จะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการดูแลผู้ต้องคำสั่งเนรเทศนั้นที่เกิดขึ้นทั้งหมด ก่อนจะมีการส่งตัว และค่าใช้จ่ายในการส่งตัวผู้ต้องคำสั่งเนรเทศ และผู้ต้องคำสั่งเนรเทศนั้น ยินยอมเป็นหนังสือ
































