“ไทย-สปป.ลาว” เดินหน้ายกระดับความร่วมมือแก้ปัญหาหมอกควันข้ามแดน ดันเทคโนโลยี–องค์ความรู้ สร้างอากาศสะอาดอย่างยั่งยืน

5

เมื่อวันที่ 29 เม.ย. 69 – นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วย ดร.ระวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นางครองขนิษฐ รักษ์เจริญ เอกอัครราชทูต ณ นครหลวงเวียงจันทน์และคณะ ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวง ได้เข้าพบนายสอนไช สีพันดอน นายกรัฐมนตรีแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) ณ นครหลวงเวียงจันทน์ ในโอกาสเยือน สปป.ลาว เพื่อหารือและยกระดับความร่วมมือด้านสิ่งแวดล้อมระหว่างสองประเทศอย่างเป็นรูปธรรม

การหารือครั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องเดินหน้าความร่วมมือเชิงรุกเพื่อแก้ไขปัญหาหมอกควันข้ามแดน ซึ่งเป็นความท้าทายร่วมของภูมิภาค โดยเน้นการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ อาทิ การพัฒนาแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนข้อมูลจุดความร้อนและฝุ่น PM2.5 ผ่านภาพถ่ายดาวเทียม การจัดตั้ง “ธนาคารสีเขียว” รวมถึงการเสริมศักยภาพบุคลากรด้านการป้องกันและควบคุมไฟป่า ผ่านการฝึกอบรมและถ่ายทอดองค์ความรู้จากฝ่ายไทย

นายสอนไช สีพันดอน ย้ำถึงความสำคัญของการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อมของทั้งสองประเทศ เพื่อรับมือปัญหาที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตของประชาชน ขณะที่ฝ่ายไทยพร้อมสนับสนุนทั้งด้านเทคโนโลยี บุคลากร และเครื่องมือ เพื่อยกระดับการจัดการปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพ

นายสุชาติ กล่าวว่า รัฐบาลไทย ภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาหมอกควันข้ามแดนอย่างจริงจัง โดยมุ่งเน้นการทำงานเชิงรุกและความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ชัดเจนและยั่งยืน

“ปัญหาหมอกควันไม่ใช่เรื่องของประเทศใดประเทศหนึ่ง แต่เป็นความท้าทายร่วมของภูมิภาค การแก้ไขอย่างยั่งยืนต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย” นายสุชาติ กล่าว

นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังเห็นพ้องในการพัฒนาความร่วมมืออย่างเป็นระบบ ครอบคลุมตั้งแต่การป้องกันไฟป่า การเฝ้าระวังจุดความร้อน การพัฒนาระบบตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) ไปจนถึงการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ เพื่อเสริมสร้างศักยภาพการทำงานร่วมกันในระยะยาว

พร้อมกันนี้ ยังมีการหารือถึงการจัดทำบันทึกความเข้าใจ (MOU) ฉบับใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับการปรับโครงสร้างหน่วยงานของ สปป.ลาว และรองรับสถานการณ์ด้านสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป

การหารือครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญของความร่วมมือไทย–สปป.ลาว ที่สะท้อนถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้น พร้อมเดินหน้าร่วมกันแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม สร้างอากาศสะอาด และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในภูมิภาคอย่างยั่งยืนต่อไป