16 ก.พ. 69 – หลัง ETDA เปิดระบบ Driver Verify เพื่ออำนวยความสะดวกให้ ‘ผู้ขับรถ’ สามารถดำเนินการขอใบรับรองในการเป็นผู้ขับรถโดยสารผ่านแอปพลิเคชัน เพื่อนำไปใช้เป็นเอกสารหลักฐานในการขึ้นทะเบียน รย. 17/18 กับ กรมการขนส่งทางบก ได้เร็วขึ้น
ตั้งแต่วันเปิดระบบถึง วันนี้ (13 ก.พ.) มี ผู้ขับมาลงทะเบียนขอใบรับรองฯ ในระบบแล้ว ทั้งหมด 30,548 ราย แบ่งเป็นผู้ขับรถประเภท จักรยานยนต์ 16,090 ราย รถยนต์ 14,458 ราย
ผู้ขับรถ ที่ได้รับใบรับรองฯ เรียบร้อยแล้ว และมีความประสงค์จะให้บริการโดยสารรถบนบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล หรือ แอปพลิเคชัน เร่งจดทะเบียน รย.17/ 18 กับ #กรมการขนส่งทางบก ให้แล้วเสร็จก่อนวันที่ 28 ก.พ. 2569 (ซึ่งเป็นวันที่ใบรับรองที่ท่านได้จากระบบจะหมดอายุ และระบบ Driver Verify ยุติการให้บริการ) เพื่อให้ผู้ขับสามารถให้บริการได้อย่างถูกต้องและสอดคล้องกับกฎหมายและข้อบังคับของ กรมการขนส่งทางบก และ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
การสื่อสารว่า ใบรับรองจาก Driver Verify เป็นการยกเว้นโทษตามกฎหมายของกรมการขนส่งทางบก เป็นข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง
พร้อมย้ำ ประกาศ คธอ. เรื่อง การดำเนินการอื่นสำหรับผู้ประกอบธุรกิจแพลตฟอร์มบริการรถโดยสารสาธารณะ หรือ “ประกาศ Ride Sharing Platform” ที่จะมีผลบังคับวันที่ 31 มี.ค. 2569 เป็นการผ่อนปรนเฉพาะการดำเนินการของ ‘แพลตฟอร์มตามประกาศ’
ช่วงก่อนประกาศจะบังคับใช้ (วันนี้–30 มี.ค. 2569) เป็นระยะเวลาของการเตรียมพร้อมของ ‘แพลตฟอร์มดิจิทัล’ จะต้องนำรถที่ไม่ได้ จดทะเบียนให้ถูกต้อง และ คนขับ ที่ไม่มีใบขับขี่สาธารณะ ออกจากการให้บริการผ่านแพลตฟอร์มของตน
พร้อมเร่งสื่อสารให้ ‘ผู้ขับ’ เร่งดำเนินการจดทะเบียน รย.17/18 ให้เรียบร้อย ตามขั้นตอนที่ กรมการขนส่งทางบก กำหนด ถึงจะสามารถให้บริการผ่านแพลตฟอร์มได้
ตั้งแต่ วันที่ 31 มี.ค. 2569 เป็นต้นไป ช่วงของการบังคับใช้ประกาศฯ หากพบ แพลตฟอร์ม ไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ มีผู้ขับรถที่นำรถมาใช้ผิดประเภท/ผิดเงื่อนไข เช่น
❌ นำรถที่จดทะเบียนไม่ถูกต้องมาให้บริการ
❌ นำรถที่จดทะเบียนนอกเขตจังหวัดมาให้บริการภายในพื้นที่จังหวัด
❌ ผู้ขับรถไม่มีใบขับขี่สาธารณะ
จะนำไปสู่การออกคำสั่งห้ามประกอบธุรกิจ หากไม่แก้ไขภายใน 90 วัน อาจนำไปสู่การถอนการรับแจ้งต่อไป
สำหรับ ผู้ขับรถ ที่ยังไม่ดำเนินการจด รย.17 รย.18 ที่มีใบรับรองฯ จากระบบ Driver Verify อย่านิ่งนอนใจ ให้เร่งดำเนินการ เนื่องจากการดำเนินการมีหลายขั้นตอน ทั้ง หลักฐานการจัดทำประกันภัย, ใบขับขี่รถสาธารณะ, การตรวจสอบประวัติอาชญากรรม ที่ต้องใช้เวลานานพอสมควร จึงต้องเผื่อเวลาเพื่อให้ทัน ‘วันที่ 28 ก.พ. ก่อนที่ใบรับรองฯ จะหมดอายุ’
เพื่อให้การประกอบอาชีพและการให้บริการของท่านไม่สะดุด

































