เริ่ม 12 ม.ค. นี้ บริการใหม่ “หน่วยบริการนวัตกรรม” ทางเลือกเสริมสิทธิบัตรทอง

15

สปสช. เตรียมความพร้อมรองรับหลักเกณฑ์บริการใหม่ที่ “หน่วยบริการนวัตกรรม” เพื่อความยั่งยืนของระบบ ดีเดย์เริ่ม 12 ม.ค. 69 นี้ ย้ำเป็นทางเลือกเสริมเพื่อผู้มีสิทธิบัตรทอง ช่วยเพิ่มความสะดวก หากเจ็บป่วยเล็กน้อย ใช้สิทธิรับบริการที่ร้านยาคุณภาพ/คลินิกเวชกรรม/คลินิกพยาบาลที่เข้าร่วม 30 บาทรักษาทุกที่ เมื่อครบ 2 ครั้งแล้ว ยังใช้สิทธิบัตรทองรับบริการได้ที่หน่วยบริการประจำตัว

5 ม.ค. 68 – ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า หน่วยบริการนวัตกรรมในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง 30 บาท) เป็นการดำเนินการเพื่อเป็น “ทางเลือก” หนึ่งในการเข้ารับบริการสุขภาพภายใต้สิทธิประโยชน์ในระบบฯ ให้กับประชาชนผู้มีสิทธิ โดยเฉพาะ “กลุ่มที่เจ็บป่วยเล็กน้อย” ช่วยอำนวยความสะดวก และลดเวลารอตรวจที่โรงพยาบาล ซึ่ง สปสช. ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องตลอดช่วง 2 ปีที่ผ่านมาตามนโยบาย 30 บาทรักษาทุกที่ ได้รับการตอบรับที่ดีจากประชาชนด้วยดี โดยในจำนวนนี้มีผู้มีสิทธิบัตรทองส่วนหนึ่งที่ไม่เคยใช้สิทธิมาก่อน ก็ใช้สิทธิบัตรทองเข้ารับบริการที่หน่วยบริการนวัตกรรมนี้ด้วย สะท้อนให้เห็นถึงการเพิ่มการเข้าถึงบริการให้กับประชาชนได้

7.3

อย่างไรก็ดี เพื่อให้การให้บริการที่หน่วยบริการนวัตกรรมมีความยั่งยืน และกระจายการเข้ารับบริการให้กับประชาชนผู้มีสิทธิบัตรทองเพิ่มขึ้น รวมถึงการเพิ่มคุณภาพและมาตรฐานการบริการ สปสช. จึงมีความจำเป็นต้องปรับแนวทางการเข้ารับบริการที่หน่วยบริการนวัตกรรมใหม่ โดยใช้การวิเคราะห์จากข้อมูลการเข้ารับบริการที่หน่วยบริการนวัตกรรมที่ผ่านมา โดยเฉพาะการเข้ารับบริการ “กรณีเจ็บป่วยเล็กน้อย” ทั้งที่คลินิกเวชกรรม คลินิกการพยาบาล และร้านยาคุณภาพ ที่ร่วมเป็นหน่วยบริการในระบบ ซึ่งแนวทางใหม่ที่ได้หารือร่วมกับสภาวิชาชีพที่เกี่ยวข้องนั้น จะเป็นการให้บริการในรูปแบบของงบประมาณปลายปิด มีระบบการให้บริการแบบโควตา และเงื่อนไขที่กำหนดให้ประชาชนสิทธิบัตรทองสามารถเข้ารับบริการที่หน่วยบริการทางเลือก เช่น กรณีเจ็บป่วยเล็กน้อย จำนวน 2 ครั้ง/คน/ปี ซึ่งเป็นค่าเฉลี่ยการเข้ารับบริการที่หน่วยบริการนวัตกรรมในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ที่พบประชาชนมาใช้บริการเฉลี่ยประมาณ 2 ครั้ง/คน/ปี

ทั้งนี้ ในกรณีผู้ที่ใช้สิทธิครบจำนวน 2 ครั้งแล้ว ย้ำว่าประชาชนยังมีสิทธิบัตรทองอยู่ และสามารถใช้สิทธิเข้ารับบริการได้ที่หน่วยบริการประจำได้เช่นเดิม ไม่ได้เป็นการปิดกั้นหรือตัดสิทธิบัตรทองในการเข้ารับบริการสุขภาพแต่อย่างใด สิทธิบัตรทองของท่านยังคงมีอยู่เช่นเดิม

“หน่วยบริการนวัตกรรมนี้ เป็นบริการเสริมที่ สปสช. ได้เพิ่มเติมจากการให้บริการที่หน่วยบริการในระบบปกติ และการปรับแนวทางการเข้ารับบริการใหม่นี้ ไม่ใช่การตัดสิทธิการใช้สิทธิบัตรทองแต่อย่างใด ซึ่งประชาชนยังคงเข้ารับบริการที่หน่วยบริการประจำได้เช่นเดิม หลังจากรับบริการเจ็บป่วยเล็กน้อยครบ 2 ครั้งแล้ว ขอเน้นย้ำเพื่อความชัดเจน” รองเลขาธิการ สปสช. กล่าว

ทพ.อรรถพร กล่าวต่อว่า สำหรับหน่วยบริการนวัตกรรมอื่นๆ นั้น สปสช. ได้กำหนดหลักเกณฑ์ใหม่ในการเข้ารับบริการเช่นกัน เป็นหลักเกณฑ์ที่สอดคล้องกับแนวทางการให้บริการของสาขาวิชาชีพสุขภาพนั้นๆ คงประสิทธิผลในการดูแล อาทิ บริการทันตกรรมที่คลินิกทันตกรรมกำหนดให้สิทธิเข้ารับบริการจำนวน 2 ครั้ง/คน/ปี, บริการการแพทย์แผนไทยที่คลินิกการแพทย์แผนไทยกำหนดสิทธิรับบริการไม่เกิน 12 ครั้ง/คน/ปี และบริการกายภาพบำบัดที่คลินิกกายภาพบำบัดเฉพาะผู้ป่วย 4 กลุ่มโรคที่พ้นวิกฤติแล้ว จำนวน 20 ครั้ง/คน/6 เดือน ส่วนคลินิกเทคนิคการแพทย์นั้น เป็นหน่วยบริการนวัตกรรมเดียวที่ไม่ได้มีการปรับเปลี่ยนโดยยังคงให้บริการตามหลักเกณฑ์การบริการเดิม คือ เจาะเลือด และตรวจแลบตามใบแพทย์สั่งตรวจ

“ขณะนี้ สปสช. อยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อมของระบบ และประสานการดำเนินการร่วมกับสภาวิชาชีพทางการแพทย์ รวมถึงการเตรียมพร้อมระบบการยืนยันสิทธิด้วยใบหน้า (Face Verification Service :FVS) ซึ่งจะเป็นการยืนยันใช้สิทธิเพียงวิธีเดียวในการรับบริการที่หน่วยบริการนวัตกรรม ซึ่งหลักเกณฑ์การให้บริการใหม่นี้ จะเริ่มใช้ในวันจันทร์ที่ 12 มกราคม 2569 เป็นต้นไป” รองเลขาธิการ สปสช. กล่าว

7.4