5 ม.ค. 68 – กรมสรรพสามิต กระทรวงการคลัง ปรับอัตราภาษีรถยนต์ใหม่ คือ รถยนต์ที่ซื้อในปี 2569 ให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 โดยมีการประกาศในราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศกฎกระทรวง กำหนดพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต (ฉบับที่ 46) พ.ศ. 2568 เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2568 ซึ่งอัตราภาษีใหม่นี้เป็นการเปลี่ยนเกณฑ์
จากการดูเพียงขนาดเครื่องยนต์ (cc) มาเน้นที่การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และเทคโนโลยีพลังงานสะอาดมากขึ้น
ภาษีสรรพสามิตรถยนต์ใหม่ ปี 2569
กลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า BEV (ใช้พลังงานไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว) การปรับอัตราภาษีสรรพสามิตสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า ลดลงจาก 8% เหลือ 2% เท่านั้น ส่วนรถกระบะพลังงานไฟฟ้าจาก 0% เพิ่มเป็น 2% แทน
กลุ่มรถ PHEV (รถยนต์ที่ใช้ได้ทั้งพลังงานไฟฟ้า และน้ำมันเบนซิลหรือดีเซล)
– สำหรับรุ่นที่วิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนไม่ต่ำกว่า 80 กิโลเมตรต่อการชาร์จ 1 ครั้ง คิดภาษี 5%
– สำหรับรุ่นที่วิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนต่ำกว่า 80 กิโลเมตรต่อการชาร์จ 1 ครั้ง คิดภาษี 10%
– ใช้เครื่องยนต์เกิน 3.0 ลิตร คิด 30%
กลุ่มรถยนต์สันดาป (ICE) (รถยนต์ที่ใช้น้ำมันเบนซินหรือดีเซล)
– เครื่องยนต์ไม่เกิน 3.0 ลิตร ที่ปล่อย CO2 ไม่เกิน 100 กรัมต่อกิโลเมตร คิด 13%
– เครื่องยนต์ไม่เกิน 3.0 ลิตร ที่ปล่อย CO2 เกิน 100 แต่ไม่เกิน 120 กรัมต่อกิโลเมตร คิด 22%
– เครื่องยนต์ไม่เกิน 3.0 ลิตร ที่ปล่อย CO2 เกิน 120 แต่ไม่เกิน 150 กรัมต่อกิโลเมตร คิด 25%
– เครื่องยนต์ไม่เกิน 3.0 ลิตร ที่ปล่อย CO2 เกิน 150 แต่ไม่เกิน 200 กรัมต่อกิโลเมตร คิด 29%
– เครื่องยนต์ไม่เกิน 3.0 ลิตร ที่ปล่อย CO2 เกิน 200 กรัมต่อกิโลเมตร คิด 34%
– เครื่องยนต์เกิน 3.0 ลิตร (รถยนต์หรู/ซูเปอร์คาร์) คิด 50%
การปรับอัตราภาษีใหม่ดังกล่าวเพื่อรองรับมาตรการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านไปสู่อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าที่ภาครัฐมีเป้าหมายในการผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตยานยนต์และชิ้นส่วนสำคัญของภูมิภาค


































