29 ส.ค. 68 – พลตรี วิทัย ลายถมยา โฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย เปิดเผยว่า ภายหลัง พลเอก มนัส จันดี เสนาธิการทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย พร้อมคณะ ได้ลงพื้นที่สำรวจแนวชายแดนไทย–กัมพูชา ในวันนี้ (28 สิงหาคม 2568) บริเวณหลักเขตที่ 49 ต่อเนื่องถึงหลักเขตที่ 51 พื้นที่บ้านป่าไร่ ถึงบ้านท่าข้าม อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว เพื่อเตรียมดำเนินการก่อสร้างแนวรั้วชายแดนไทย–กัมพูชา โดยได้ข้อสรุปเบื้องต้นให้เริ่มก่อสร้างแนวรั้วถาวรบริเวณหลักเขตที่ 50 ถึง 51 ซึ่งเป็นช่วงที่ไม่มีปัญหาเรื่องแนวเขตแดน เพราะมีคลองพรหมโหด/แม่น้ำศรีโสภณเป็นแนวเขตแดนทางธรรมชาติ โดยมีแผนในการจัดสร้างรั้วถาวรระยะทางประมาณ 14 กิโลเมตร เป็นอันดับแรก
สำหรับพื้นที่อื่น ๆ ที่ยังคงมีการอ้างสิทธิและยังไม่มีข้อยุติเรื่องเขตแดน จะดำเนินการสร้างเป็นแนวรั้วชั่วคราว โดยการตัดถนนเลียบตลอดแนวชายแดน วางรั้วลวดหนามหีบเพลงสามชั้น พร้อมติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) ในจุดที่เหมาะสม เพื่อให้การเคลื่อนย้ายกำลัง การลาดตระเวนตรวจตรา และการควบคุมพื้นที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น อีกทั้งยังช่วยลดความเสี่ยงต่อการลักลอบผ่านแดนตามช่องทางธรรมชาติ ซึ่งที่ผ่านมาเป็นปัญหาสำคัญ ทั้งการลักลอบเข้าเมือง การก่ออาชญากรรม รวมถึงขบวนการคอลเซ็นเตอร์และแก๊งสแกมเมอร์
การดำเนินงานดังกล่าว ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างแนวรั้วถาวรตลอดแนวชายแดนไทย–กัมพูชา ที่จะมีบทบาทสำคัญต่อการป้องกันการรุกราน การสกัดกั้นปัญหาความมั่นคง และการเสริมสร้างความปลอดภัยในพื้นที่ชายแดน ซึ่งจะก่อให้เกิดผลดีต่อประชาชนในพื้นที่และประเทศโดยรวม
ทั้งนี้ หากได้รับการเห็นชอบจากสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กองทัพไทยจะสามารถเริ่มการก่อสร้างได้ทันที โดยไม่มีปัญหาเรื่องงบประมาณ และมั่นใจว่าจะเห็นผลเป็นรูปธรรมภายในปีนี้ พร้อมกันนี้ กองทัพไทยจะเร่งสร้างความเข้าใจร่วมกับประชาชนในพื้นที่ที่อาจได้รับผลกระทบบางส่วน โดยเชื่อมั่นว่าประชาชนจะร่วมมือและเสียสละเพื่อประโยชน์ด้านความมั่นคงของชาติ
การสร้างรั้วชายแดนจะเป็นปราการสำคัญในการรักษาอธิปไตยของไทยทุกตารางนิ้ว เพื่อความปลอดภัยของชีวิตพี่น้องประชาชน และเพื่อธำรงไว้ซึ่งอธิปไตยของชาติไทยให้มั่นคงยั่งยืนสืบไป