นายกฯ กำชับจังหวัดเสี่ยงน้ำท่วมยกระดับเฝ้าระวังดินถล่ม และน้ำป่าไหลหลาก เตรียมสำรองยา-เวชภัณฑ์ไม่น้อยกว่า 72 ชั่วโมง เน้นย้ำดูแลผู้ป่วยกลุ่มเปราะบางอย่างใกล้ชิด

4
คลิกเพื่ออ่านสรุปประเด็นข่าว
สรุปประเด็นข่าว :
คาดการณ์ว่าเดือนสิงหาคม 2569 จะมีปริมาณฝนมากกว่าค่าปกติ โดยเฉพาะในภาคตะวันตก ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และภาคตะวันออก นายกฯ สั่งการให้ทุกจังหวัดเตรียมแผนรับมือล่วงหน้า
กระทรวงสาธารณสุขกำชับสถานพยาบาลในพื้นที่เสี่ยงเตรียมความพร้อมทั้งเส้นทางฉุกเฉิน (EMS) และสำรองระบบไฟฟ้า เชื้อเพลิง น้ำ ออกซิเจน ยา และเวชภัณฑ์ ให้เพียงพออย่างน้อย 72 ชั่วโมง
สั่งเตรียมแผนสำรองการส่งต่อผู้ป่วย โดยเน้นดูแลกลุ่มเปราะบางอย่างใกล้ชิด เช่น ผู้ป่วยฟอกไต ผู้ป่วยติดเตียง ผู้ที่ต้องใช้ออกซิเจน หญิงตั้งครรภ์ และผู้ป่วยที่ต้องรับยาต่อเนื่อง
เตือนประชาชนระวังอันตรายจากฝนตกหนักสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง โดยเฉพาะในพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม
ทะเลมีคลื่นลมแรง ขอให้ชาวเรือเพิ่มความระมัดระวัง โดยเรือเล็กฝั่ง ทะเลอันดามันตอนบน ควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 3–9 ส.ค. 69 และ ทะเลอ่าวไทย ควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 7–9 ส.ค. 69

3 ส.ค. 69 – นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากการคาดการณ์สภาพอากาศ พบว่า ในช่วงเดือนสิงหาคม 2569 ปริมาณฝนจะมากกว่าค่าปกติ โดยเฉพาะในภาคตะวันตก ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และภาคตะวันออก นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ห่วงความปลอดภัยพี่น้องประชาชน เน้นย้ำให้ทุกจังหวัดเฝ้าระวังและเตรียมแผนรับมือล่วงหน้าอย่างรัดกุม พร้อมเตรียมแผนเชิญเหตุเพื่อลดผลกระทบต่อประชาชนให้ได้มากที่สุด

นางสาวพลอยทะเล กล่าวว่า จากการประเมินและคาดการณ์แนวโน้มสถานการณ์จากพยากรณ์อากาศพบว่า ในช่วงวันที่ 3–6 สิงหาคม 2569 ทะเลอันดามันตอนบนจะมีคลื่นสูง 2–3 เมตร ทำให้มีความเสี่ยงต่อระบบสาธารณสุข ทั้งตัวสถานพยาบาล เส้นทางของหน่วยแพทย์ฉุกเฉินและการส่งต่อ (EMS/Refer) และกลุ่มเปราะบางในพื้นที่ โดยกระทรวงสาธารณสุขได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อความปลอดภัยของประชาชนและผู้ป่วยทุกคน กำชับให้สาธารณสุขทุกจังหวัดและเขตสุขภาพ โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น ทั้งเส้นทางบริการการแพทย์ฉุกเฉิน (EMS) ในสายหลักและสายสำรอง รวมถึงระบบไฟฟ้าสำรอง เชื้อเพลิง น้ำ ออกซิเจน ยา เลือด และเวชภัณฑ์ ให้เพียงพออย่างน้อย 72 ชั่วโมง พร้อมเตรียมแผนสำรองบริการสำคัญ การส่งต่อผู้ป่วย ดูแลกลุ่มเปราะบางในพื้นที่ประสบภัยและพื้นที่เสี่ยงอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะผู้ป่วยฟอกไต ผู้ป่วยติดเตียง ผู้ใช้ออกซิเจน หญิงตั้งครรภ์ และผู้ป่วยที่ต้องรับยาต่อเนื่อง

“ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทย โดยเฉพาะภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม ขอให้ชาวเรือบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามัน เพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ สำหรับเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันตอนบนควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 3 – 9 ส.ค. 69 ส่วนเรือเล็กบริเวณทะเลอ่าวไทยควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 7 – 9 ส.ค. 69” นางสาวพลอยทะเล กล่าว