“พลอย ชิดจันทร์-เคน ฮุง” ช่วยรับซื้อลำไยราคาดี ชาวสวนแห่ต่อคิวขาย เผยไม่ได้หวังเรื่องกำไร อยากให้เกษตรกรอยู่ได้ พยุงราคาช่วยกัน

8953

“พลอย ชิดจันทร์-เคน ฮุง” ช่วยชาวสวนลำไยรับซื้อราคาดี ชาวสวนแห่ต่อคิวขาย เผยไม่ได้หวังเรื่องกำไร อยากให้เกษตรกรอยู่ได้ พยุงราคาช่วยกัน

โดย “พลอย ชิดจันทร์” ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก Ploy Chidjun & Family ระบุว่า  ส่งกำลังใจให้แดดดี๊ ให้พนักงาน คนงานที่โรงงานไทยโทนทุกคน รู้ว่าทุกคนเหนื่อยมากๆ ไม่รู้จะได้นอนกันเมื่อไหร่ ล้นมือ ล้นเตาจริงๆ ชาวสวนมาต่อคิว จุดร่อนเราแต่ละจุดคิวรถยาวเกือบ 2 กิโล รับซื้อ พยุงราคาช่วยกันสู้ๆๆๆ ไปด้วยกันนะคะ ขอบคุณจริงๆ

รวมถึงคุณลุง คุณป้า พี่น้อง เกษตรกร ชาวสวนลำไย ชาวสวนคนไทยทุกคนเลย เราทำงานใกล้ชิดกับเค้า รู้ว่ามันเหนื่อย ยากลำบากแค่ไหน เหตุการณ์แบบนี้ เข้าใจ เห็นใจทุกฝ่ายมากๆ ยุคเศรษฐกิจแบบนี้ โรงงาน ผู้ประกอบการก็ไม่รู้ว่าจะไหวรึเปล่า ทำไป ซื้อไปตอนนี้ไม่ได้หวังเรื่องกำไร อะไร อยากให้เกษตรกรอยู่ได้ ปากท้องเค้า ในสถานการณ์แบบนี้ ที่ทุกคนต้องทำงาน หากินกันบนความเสี่ยงจริงๆ ทั้งไวรัสก็ระบาด ใกล้ๆตัว น่ากลัวมากๆใช้ชีวิตกันบนความเสี่ยง ทุกวัน ทุกคืน กังวล ไม่รู้ว่าตัวเองจะติดเชื้อรึเปล่า

พลอยอธิษฐานขออยู่ทุกวัน ให้ทุกคนปลอดภัย ผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปให้ได้ เราพยายามทำให้ดีที่สุด เท่าที่เราจะทำได้ ฝนตก แดดออก จะเสี่ยงเป็นเสี่ยงตาย ชาวสวนยังต้องเก็บของมาขาย มาเจอราคารับซื้อแบบ ต่ำกว่าทุน ราคา 2 บาท คือ สะเทือนใจมาก เรารู้ว่าต้นทุนเค้า แค่ค่าแรงคนงาน เก็บลำไย ก็ 3 บาท/กก แล้ว ชาวสวนร้องไห้แน่ๆ

เราเข้าใจผู้ประกอบการที่ต้องสู้ในยุคนี้ มันก็เสี่ยงจริงๆ เชื่อว่าทุกคนพยายามทำดีที่สุดเหมือนกัน เรายึดหลัก ให้ชาวสวนอยู่ได้ ช่วยเหลือกัน เท่าที่ทำได้

ขอทุกฝ่ายช่วยกัน ซื้อในราคาที่ ช่วยชาวสวน ไม่มีชาวสวน ก็ไม่มีโรงงาน ไม่มีโรงงานก็ไม่มีรายได้ คิดดูให้ดีๆ

โดย “เคน ฮุง” สามีของ “พลอย ชิดจันทร์” นั้น เป็นเจ้าของธุรกิจผลไม้อบแห้ง ในชื่อ บริษัท ไทย โทน อินเตอร์แนลชั่นนอล เทรด จำกัด ส่งออกไปหลายประเทศ อาทิ ฮ่องกง เวียดนาม สิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย โดยมีตลาดหลักอยู่ที่ประเทศจีน นอกจากสินค้าหลักก็คือ “ลำไยอบแห้ง” แล้ว ยังส่งออก “ผลไม้สด” อย่าง ลำไย มังคุด และทุเรียน รวมถึงขยายโรงงานผลิต จากเดิมซึ่งปักหมุดที่ จ.ลำพูน แหล่งปลูกลำไยแห่งใหญ่ของเมืองไทย ก็ขยายไปสู่ จ.จันทบุรี และ จ.นครพนม (ขอบคุณข้อมูลจากกรุงเทพธุรกิจ)

Facebook Comments