ค้นหาข่าวใน CM108
หน้าแรก / เรื่องทั่วไป
เรื่องทั่วไป

วิธีเลือกโช๊คปรับระดับสำหรับรถกระบะให้เข้ากับการใช้งาน

รถกระบะถือเป็นยานพาหนะยอดนิยมที่ตอบโจทย์ทั้งการบรรทุกและการเดินทางในชีวิตประจำวัน แต่ระบบช่วงล่างเดิมจากโรงงานมักถูกออกแบบมาในลักษณะกลาง ๆ เพื่อรองรับน้ำหนัก ทำให้การขับขี่ช่วงรถว่างอาจรู้สึกกระด้าง หรือเมื่อบรรทุกหนักท้ายอาจเตี้ยลงจนเสียการทรงตัว การอัปเกรดมาใช้โช๊คปรับระดับสำหรับรถกระบะจึงเป็นทางเลือกยอดนิยมที่ช่วยแก้ปัญหานี้ได้อย่างตรงจุด

ทำความเข้าใจโช๊คปรับระดับก่อนเริ่มปรับแต่ง

โช๊คปรับระดับสำหรับรถกระบะ คืออุปกรณ์ช่วงล่างที่ออกแบบมาให้สามารถปรับเปลี่ยนความแข็งอ่อนของแรงดัน หรือปรับระดับความสูงต่ำของตัวรถได้ตามความต้องการ โดยทั่วไปมีทั้งแบบปรับระดับความแข็งแรงดันด้วยเกลียว ปรับผ่านวาล์วภายนอก หรือโช๊คอัพสไลด์สตั๊ดที่สามารถปรับระดับความสูงของจานรองสปริง การเลือกใช้และปรับตั้งโช๊คปรับระดับสำหรับรถกระบะอย่างถูกต้องจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการยึดเกาะถนน ลดอาการโคลงเคลง และทำให้การขับขี่มีความนุ่มนวลมากยิ่งขึ้น

วิธีเลือกและติดตั้งโช๊คปรับระดับให้ตรงตามโจทย์การใช้งาน

  1. ประเมินลักษณะการใช้งานหลัก หากใช้งานเป็นรถครอบครัว ขับขี่ทั่วไปในชีวิตประจำวัน ควรเลือกโช๊คปรับระดับสำหรับรถกระบะที่มีค่าความนุ่มนวลสูง สามารถปรับระดับความนุ่มได้หลายระดับเพื่อรองรับทั้งการขับคนเดียวและการมีผู้โดยสาร แต่หากเน้นการบรรทุกหนักหรือสายลุย Off-road ควรเลือกโช๊คแบบมีซับแทงค์แยกที่ระบายความร้อนได้ดี เพื่อรองรับแรงกระแทกหนัก ๆ ได้อย่างต่อเนื่อง
  2. ปรับตั้งระดับความสูงของตัวรถ การปรับระดับความสูงต้องคำนึงถึงมุมเพลาขับและศูนย์ถ่วงของตัวรถ หากต้องการยกสูงเพื่อความสวยงามหรือเพื่อผ่านอุปสรรค ควรปรับโช๊คปรับระดับสำหรับรถกระบะให้มีความสูงที่เหมาะสม ไม่สูงเกินไปจนทำให้สายอ่อนเบรกตึงหรือมุมองศาของลูกหมากทำงานหนักเกินไป ซึ่งอาจส่งผลให้ชิ้นส่วนต่าง ๆ เสื่อมสภาพเร็วขึ้น
  3. ปรับค่าความแข็งอ่อนของแรงดัน (Rebound & Compression) เริ่มต้นด้วยการปรับตั้งค่ากลางจากโรงงาน แล้วทดลองขับขี่ในสภาพถนนจริง หากรู้สึกว่ารถมีอาการโคลงเคลง หรือเด้งขึ้นลงหลาย ๆ ครั้งเมื่อเจอระนาด ให้ปรับเพิ่มความแข็งของโช๊ค แต่หากรู้สึกกระด้าง สะเทือนถึงพวงมาลัย ให้ปรับลดความแข็งลง การปรับตั้งโช๊คปรับระดับสำหรับรถกระบะควรปรับหมุนทีละระดับทั้งซ้ายและขวาให้เท่ากันเสมอ เพื่อป้องกันไม่ให้ช่วงล่างทำงานไม่สมดุล
  4. ตรวจเช็กล็อกและตั้งศูนย์ล้อใหม่ทุกครั้ง หลังจากทำการปรับระดับความสูงหรือความแข็งอ่อนเรียบร้อยแล้ว ต้องทำการขันล็อกเกลียวหรือสลักปรับระดับให้แน่นหนา เพื่อป้องกันการคลายตัวระหว่างขับขี่ ที่สำคัญที่สุดคือการนำรถไปเข้าศูนย์บริการเพื่อตั้งศูนย์ล้อใหม่ทันที เนื่องจากมุมโทและมุมแคมเบอร์จะเปลี่ยนไปทุกครั้งที่มีการปรับระดับความสูง

เทคนิคการดูแลรักษาให้ใช้งานได้ยาวนาน

การดูแลรักษาโช๊คปรับระดับสำหรับรถกระบะอย่างถูกต้องจะช่วยยืดอายุการใช้งานได้ยาวนาน ควรหมั่นล้างทำความสะอาดคราบโคลน เศษหิน หรือสิ่งสกปรกที่เกาะอยู่บริเวณเกลียวปรับระดับและแกนโช๊คอยู่เสมอ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดรอยขีดข่วนจนแกนโช๊ครั่วซึม นอกจากนี้ควรใช้น้ำยาหล่อลื่นฉีดพ่นบริเวณเกลียวปรับเพื่อป้องกันการเกิดสนิม ทำให้การปรับหมุนระดับในครั้งต่อไปทำได้ง่ายและไม่ติดขัด

การลงทุนเลือกใช้โช๊คปรับระดับสำหรับรถกระบะพร้อมทั้งเรียนรู้วิธีการปรับตั้งอย่างถูกต้อง จะช่วยให้คุณสามารถดึงประสิทธิภาพของตัวรถออกมาได้อย่างเต็มที่ ได้ทั้งความนุ่มนวล ความปลอดภัย และความสนุกในการขับขี่ทุกเส้นทาง

SPACLEAN Thailand ผู้สนับสนุน CM108