ค้นหาข่าวใน CM108
หน้าแรก / ข่าวทั่วไทย
ข่าวทั่วไทย

ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศ ป.ป.ช. คุมเข้มเจ้าหน้าที่ใช้โซเชียล ห้ามเล่นในเวลางาน ห้ามโพสต์อวดตำแหน่ง

24 ต.ค. 69 – เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เรื่อง หลักเกณฑ์และแนวทางปฏิบัติในการใช้สื่อสังคมออนไลน์ของเจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ช. พ.ศ. 2569 เพื่อกำกับดูแลพฤติกรรมการใช้สื่อสังคมออนไลน์ของบุคลากรทุกระดับให้เป็นไปอย่างเหมาะสมและรักษาภาพลักษณ์ขององค์กร ความว่า

โดยที่เป็นการสมควรให้มีหลักเกณฑ์และแนวทางปฏิบัติในการใช้สื่อสังคมออนไลน์ของเจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ช. เพื่อเป็นการกำกับดูแลการใช้สื่อสังคมออนไลน์ของเจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ช. ให้เป็นไปอย่างเหมาะสม อยู่ภายใต้กรอบของศีลธรรม จริยธรรม และประเพณีอันดีงาม รวมทั้งสามารถรักษาความปลอดภัย ความลับของทางราชการ ภาพลักษณ์ และความเชื่อถือศรัทธาของประชาชนที่มีต่อหน่วยงาน ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 144 (2) แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561
คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ในฐานะองค์กรกลางบริหารงานบุคคลของสำนักงาน ป.ป.ช. จึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ 1 ประกาศนี้เรียกว่า “ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เรื่อง
หลักเกณฑ์และแนวทางปฏิบัติในการใช้สื่อสังคมออนไลน์ของเจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ช. พ.ศ. 2569”
ข้อ 2 ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ข้อ 3 ในประกาศนี้
“เจ้าหน้าที่” หมายความว่า เลขาธิการ ข้าราชการ พนักงานราชการ และลูกจ้างทุกประเภทของสำนักงาน ป.ป.ช. รวมทั้งที่ปรึกษาคณะกรรมการ ป.ป.ช. ที่ปรึกษา ที่ปรึกษาพิเศษด้านการไต่สวนและวินิจฉัยคดี เลขานุการ และผู้ช่วยเลขานุการ ของประธานกรรมการ ป.ป.ช. และกรรมการ ป.ป.ช. ที่สำนักงาน ป.ป.ช. ได้ดำเนินการจ้างและแต่งตั้งตามระเบียบว่าด้วยการนั้น
“สื่อสังคมออนไลน์ (social media)” หมายความว่า สื่อดิจิทัลที่เป็นเครื่องมือหรือสื่อกลางให้บุคคลทั่วไป กลุ่มบุคคลมีส่วนร่วมสร้าง กระจาย แลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารหรือความคิดเห็นต่าง ๆ ผ่านช่องทางการสื่อสารระหว่างกันในเครือข่ายทางสังคมบนเว็บไซต์หรือโปรแกรมประยุกต์บนสื่อใดๆ ที่เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต หรือเครือข่ายอื่นใด ซึ่งผู้ใช้สามารถสื่อสารหรือเผยแพร่เนื้อหาได้ในปัจจุบัน รวมถึงสื่อสังคมออนไลน์ทุกประเภทที่จะพัฒนาขึ้นในอนาคต
“ข้อมูลข่าวสาร” หมายความว่า สิ่งที่สื่อความหมายให้รู้เรื่องราวข้อเท็จจริง ข้อมูล หรือสิ่งใดๆ ไม่ว่าการสื่อความหมายนั้นจะทำได้โดยสภาพของสิ่งนั้นเองหรือโดยผ่านวิธีการใด ๆ และไม่ว่าจะได้จัดทำไว้ในรูปของเอกสาร แฟ้ม รายงาน หนังสือ แผนผัง แผนที่ ภาพวาด ภาพถ่าย ฟิล์ม การบันทึกภาพหรือเสียง การบันทึกโดยเครื่องคอมพิวเตอร์ หรือวิธีอื่นใดที่ทำให้สิ่งที่บันทึกไว้ปรากฏได้
ข้อ 4 ให้ประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติเป็นผู้รักษาการตามประกาศนี้ ในกรณีมีปัญหาเกี่ยวกับการบังคับใช้หรือการปฏิบัติตามประกาศนี้ ให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะองค์กรกลางบริหารงานบุคคลของสำนักงาน ป.ป.ช. มีอำนาจตีความและวินิจฉัยชี้ขาด คำวินิจฉัยของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะองค์กรกลางบริหารงานบุคคลของสำนักงาน ป.ป.ช. ให้เป็นที่สุด

หมวด 1 หลักทั่วไป
ข้อ 5 เจ้าหน้าที่พึงใช้สื่อสังคมออนไลน์ด้วยความระมัดระวัง มีความสุภาพ สำรวมกิริยามารยาท ยึดถือจริยธรรม งดเว้นการใช้ถ้อยคำหยาบคาย การโต้เถียง การดูหมิ่นหรือหมิ่นประมาทผู้อื่น การสร้างความเกลียดชัง การระราน การส่อเสียด ตลอดจนการกระทำใดที่กระทบต่อความสงบเรียบร้อยของสังคม การคงไว้ซึ่งความเป็นกลางทางการเมือง ภาพลักษณ์และความเชื่อถือศรัทธาของประชาชนที่มีต่อหน่วยงาน หรือที่ฝ่าฝืนศีลธรรมอันดีของประชาชนอันเป็นการไม่รักษาวินัย จริยธรรม และระเบียบแบบแผนของทางราชการ

หมวด 2 การใช้สื่อสังคมออนไลน์
ข้อ 6 เจ้าหน้าที่พึงงดเว้นการใช้สื่อสังคมออนไลน์ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่ในเวลาราชการ อันอาจจะกระทบต่อประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน หรืออาจทำให้บุคคลทั่วไปเข้าใจว่าไม่อุทิศเวลาในการปฏิบัติหน้าที่ให้แก่ราชการ
ข้อ 7 ห้ามมิให้เจ้าหน้าที่ใช้สื่อสังคมออนไลน์ในการดำเนินการต่างๆ ที่มีลักษณะไม่เหมาะสม อันอาจกระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่หรือเกียรติศักดิ์ของตำแหน่งหน้าที่ราชการ หรือภาพลักษณ์ของหน่วยงาน และให้หมายรวมถึงการกระทำในลักษณะดังต่อไปนี้ด้วย
(1) การแสดงความคิดเห็น การวิพากษ์วิจารณ์ การเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่มีเนื้อหาไม่เหมาะสม หรือส่งผลกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
(2) การเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ราชการในลักษณะที่ไม่รักษาความลับของทางราชการ หรือกระทบต่อการปฏิบัติภารกิจที่มีความเสี่ยง
(3) การเผยแพร่ภาพนิ่งหรือภาพเคลื่อนไหวในขณะสวมเครื่องแบบหรือชุดที่มีเครื่องหมายหรือตราสัญลักษณ์ของสำนักงาน ป.ป.ช. ในลักษณะที่ไม่สำรวมกิริยามารยาท ซึ่งอาจกระทบต่อภาพลักษณ์และความเชื่อถือศรัทธาของประชาชนที่มีต่อหน่วยงาน
(4) การแสดงความคิดเห็น การวิพากษ์วิจารณ์ การเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารอันอาจสร้างความแตกแยกทางความคิดหรือความเกลียดชังของบุคคลในสังคมหรือหน่วยงาน หรืออาจกระทบต่อความเป็นกลางในการปฏิบัติหน้าที่ราชการ ภาพลักษณ์ และความเชื่อถือศรัทธาของประชาชนที่มีต่อหน่วยงาน
(5) การใช้สื่อสังคมออนไลน์ในลักษณะที่เป็นการโอ้อวดถึงการปฏิบัติหน้าที่หรือใช้หรืออ้างตำแหน่งหน้าที่ราชการของตนหรือผู้อื่น เพื่อประโยชน์ทางการค้าหรือประโยชน์อื่นใดของตนเองหรือผู้อื่น ไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อม

ข้อ 8 เจ้าหน้าที่ต้องระมัดระวังมิให้บุคคลในครอบครัวหรือบุคคลอื่นใช้หรืออ้างถึงตำแหน่งหน้าที่ของตนในสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อประโยชน์ทางการค้าหรือประโยชน์อื่นใดของตนเองหรือผู้อื่น ไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อม

หมวด 3 การกำกับดูแลและตรวจสอบ
ข้อ 9 ให้ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุ สั่งบรรจุและแต่งตั้ง หรือสั่งจ้าง แล้วแต่กรณี กำกับดูแลการใช้สื่อสังคมออนไลน์ของเจ้าหน้าที่ให้เป็นไปตามประกาศนี้
ข้อ 10 กรณีมีการร้องเรียนหรือความปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ผู้ใด เว้นแต่ที่ปรึกษาคณะกรรมการ ป.ป.ช. ที่ปรึกษา ที่ปรึกษาพิเศษด้านการไต่สวนและวินิจฉัยคดี เลขานุการ และผู้ช่วยเลขานุการ ของประธานกรรมการ ป.ป.ช. หรือกรรมการ ป.ป.ช. ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามประกาศนี้ ให้ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุ สั่งบรรจุและแต่งตั้ง หรือสั่งจ้าง แล้วแต่กรณี สั่งให้ดำเนินการสืบสวนหรือพิจารณาในเบื้องต้น
ข้อ 11 เมื่อได้ดำเนินการตามข้อ 10 แล้ว ให้ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุ สั่งบรรจุและแต่งตั้ง หรือสั่งจ้าง แล้วแต่กรณี ดำเนินการ ดังต่อไปนี้
(1) หากไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่ามีการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามประกาศนี้ ให้สั่งยุติเรื่อง
(2) หากปรากฏข้อเท็จจริงว่ามีการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามประกาศนี้ และมีมูลที่ควรกล่าวหาว่าเป็นการกระทำฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามประมวลจริยธรรม ให้ดำเนินการตามประมวลจริยธรรม
(3) หากปรากฏข้อเท็จจริงว่ามีการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามประกาศนี้ และมีมูลที่ควรกล่าวหาว่าเป็นการกระทำผิดทางวินัยหรือทางอาญา ให้ดำเนินการทางวินัยหรือทางอาญา แล้วแต่กรณี
กรณีตามวรรคหนึ่ง หากเป็นความผิดตามกฎหมายหรือก่อให้เกิดความเสียหายต่อสำนักงาน ป.ป.ช. ไม่ตัดสิทธิผู้เสียหายและสำนักงาน ป.ป.ช. ในการดำเนินคดีตามกฎหมาย
ข้อ 12 กรณีมีการร้องเรียนหรือความปรากฏว่า ที่ปรึกษาคณะกรรมการ ป.ป.ช. ที่ปรึกษา ที่ปรึกษาพิเศษด้านการไต่สวนและวินิจฉัยคดี เลขานุการ และผู้ช่วยเลขานุการ ของประธานกรรมการ ป.ป.ช. หรือกรรมการ ป.ป.ช. ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามประกาศนี้

SPACLEAN Thailand ผู้สนับสนุน CM108