อาการเจ็บคอ กลืนอาหารลำบาก หรือรู้สึกเจ็บแปลบทุกครั้งที่กลืนน้ำลาย อาจเป็นสัญญาณเตือนของภาวะทอนซิลอักเสบ วิธีรักษาอย่างถูกต้องจึงเป็นเรื่องที่ผู้ป่วยทุกคนควรให้ความสำคัญ ต่อมทอนซิลทำหน้าที่คอยดักจับเชื้อโรคที่เข้าสู่ร่างกายผ่านทางช่องปากและทางเดินหายใจ เมื่อเกิดการติดเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรีย ต่อมทอนซิลจะมีอาการบวมแดง อักเสบ และสร้างความเจ็บปวดอย่างมาก บทความนี้จะพาไปเข้าใจทอนซิลอักเสบและวิธีรักษาอย่างเป็นระบบ เพื่อให้อาการเจ็บคอหายรวดเร็วและไม่เกิดภาวะแทรกซ้อน
- พักผ่อนร่างกายและพักการใช้เสียง
ในระยะแรกของการเกิดภาวะทอนซิลอักเสบ วิธีรักษาที่สำคัญที่สุดคือการพักผ่อนให้เพียงพอ การนอนหลับพักผ่อนอย่างน้อย 7 ถึง 8 ชั่วโมง ต่อวัน จะช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและเข้าสู้กับเชื้อโรคได้ดีขึ้น นอกจากนี้ ควรงดการใช้เสียงดัง การตะโกน หรือการพูดคุยเป็นเวลานาน เพื่อลดการระคายเคืองบริเวณลำคอและต่อมทอนซิลที่กำลังอักเสบอยู่
- ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอและเลือกอาหารที่กลืนง่าย
การรักษาความชุ่มชื้นในลำคอช่วยลดอาการเจ็บปวดได้อย่างดี สำหรับผู้ที่ต้องการบรรเทาอาการทอนซิลอักเสบ วิธีรักษาด้วยตนเองแบบง่าย ๆ คือการดื่มน้ำสะอาดที่อุณหภูมิห้องหรือน้ำอุ่นให้ได้อย่างน้อยวันละ 2 ถึง 3 ลิตร การจิบน้ำอุ่นหรือน้ำมะนาวผสมน้ำผึ้งจะช่วยบรรเทาอาการระคายเคืองคอได้เป็นอย่างดี ในส่วนของอาหาร ควรเลือกรับประทานอาหารอ่อน ๆ กลืนง่าย เช่น โจ๊ก ข้าวต้ม หรือซุปร้อน ๆ และควรงดเว้นอาหารที่มีรสจัด อาหารทอด ของมัน หรืออาหารที่มีลักษณะแข็งกรอบ เพราะจะยิ่งครูดลำคอและทำให้เกิดการอักเสบรุนแรงขึ้น
- กลั้วคอด้วยน้ำเกลือเป็นประจำ
การกลั้วคอด้วยน้ำเกลือถือเป็นภูมิปัญญาที่ทางการแพทย์ยอมรับในการบรรเทาอาการทอนซิลอักเสบ วิธีรักษานี้ทำได้ง่าย ๆ โดยการผสมเกลือป่นครึ่งช้อนชาลงในน้ำอุ่น 1 แก้ว นำมาอมและกลั้วคอเบา ๆ นานประมาณ 30 วินาที แล้วบ้วนทิ้งวันละ 3 ถึง 4 ครั้ง น้ำเกลือจะช่วยลดการสะสมของเชื้อโรค ชะล้างคราบเสมหะ และลดอาการบวมเต่งของต่อมทอนซิลได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- ใช้ยาบรรเทาอาการอย่างเหมาะสม
หากมีอาการปวดหัว มีไข้ หรือเจ็บคอจนรับประทานอาหารไม่ได้ สำหรับการดูแลภาวะทอนซิลอักเสบ วิธีรักษาด้วยยาสามารถใช้ยาแก้ปวดลดไข้ทั่วไป เช่น พาราเซตามอล เพื่อช่วยบรรเทาอาการเจ็บปวดได้ รวมถึงการใช้สเปรย์พ่นคอหรือยาอมที่มีส่วนผสมของสารฆ่าเชื้อและยาชาเฉพาะที่ อย่างไรก็ตาม หากอาการไม่ดีขึ้นภายใน 3 วัน หรือพบว่ามีคราบมูกสีขาวคล้ายหนองติดอยู่บนต่อมทอนซิล มีไข้สูงลอย ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจดูว่าเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียหรือไม่ หากเป็นเชื้อแบคทีเรีย แพทย์จะจ่ายยาปฏิชีวนะหรือยาฆ่าเชื้อให้ ซึ่งผู้ป่วยจะต้องรับประทานยาตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัดจนครบกำหนด ห้ามหยุดยาเองเด็ดขาดเพื่อป้องกันเชื้อดื้อยา
- หลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้นและปรับสิ่งแวดล้อม
ช่วงที่ร่างกายกำลังฟื้นตัวจากทอนซิลอักเสบ วิธีรักษาควบคู่ที่สำคัญคือการหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงทั้งหมด ควรงดสูบบุหรี่และงดการสูดดมควันบุหรี่มือสอง งดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด หลีกเลี่ยงการอยู่ในพื้นที่ที่มีฝุ่นควันหรือมลพิษสูง หากต้องเปิดเครื่องปรับอากาศ ควรปรับอุณหภูมิให้อุ่นพอเหมาะและใช้เครื่องเพิ่มความชื้นในอากาศ เพื่อไม่ให้คอแห้งในช่วงเวลานอนหลับ
