29 ต.ค. 69 – รัฐบาลเดินหน้ามาตรการบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานของประชาชน ผ่าน 2 มาตรการสำคัญ ได้แก่ การปรับโครงสร้างราคาน้ำมัน และการปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล B20 และน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 เป็นเวลา 3 เดือน โดยมีรายละเอียด ดังนี้
1. ปรับโครงสร้างราคาน้ำมัน ลดภาระประชาชนกว่า 1 หมื่นล้านบาทต่อปี
นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ลงนามคำสั่งปรับโครงสร้างราคาน้ำมัน โดยถอดค่าใช้จ่ายสมมุติที่ไม่ได้เกิดขึ้นจริงออกจากสูตรราคา อาทิ ค่าขนส่ง ค่าประกันภัย และค่าสูญเสียระหว่างขนส่ง ที่เสมือนว่าน้ำมันถูกขนส่งจากสิงคโปร์มายังไทย ทั้งที่น้ำมันส่วนใหญ่กลั่นในประเทศ พร้อมปรับลดค่าสำรองน้ำมันให้สอดคล้องกับปริมาณสำรองที่เกิดขึ้นจริง
การปรับโครงสร้างครั้งนี้ จะส่งผลให้ราคา ณ โรงกลั่นน้ำมันทุกประเภทลดลง 0.0875–0.3548 บาทต่อลิตร คิดเป็นมูลค่า 29.70 ล้านบาทต่อวัน หรือ 10,839 ล้านบาทต่อปี โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 29 ต.ค.69 เป็นต้นไป
2. ลดภาษีน้ำมัน B20 และ E20 นาน 3 เดือน
ครม. มีมติเมื่อวันที่ 27 ต.ค.69 ปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมัน 2 ชนิด ตั้งแต่วันที่ 28 ต.ค.69 – 27 ม.ค.70 ดังนี้
น้ำมันดีเซล B20 จาก 5.953 บาทต่อลิตร เหลือ 0.431 บาทต่อลิตร
น้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 จาก 6.000 บาทต่อลิตร เหลือ 0.358 บาทต่อลิตร
โดยมีเป้าหมายเพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพประชาชน ลดต้นทุนภาคขนส่งและภาคธุรกิจ พร้อมสนับสนุนผลผลิตทางการเกษตรของไทยที่ใช้ในการผลิตพลังงานทางเลือกที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวยังคงสัดส่วนอัตราภาษีตามกลไกราคาคาร์บอนที่ 200 บาทต่อตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าไว้ตามเดิม เพื่อเป็นการรักษามาตรฐานทางสิ่งแวดล้อมของประเทศ ควบคู่กับการส่งเสริมการใช้พลังงานทางเลือกจากผลิตผลทางการเกษตร เพื่อให้ประเทศไทยเดินหน้าสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero)

