19 ต.ค. 69 – สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เผยว่า ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างเดือนกันยายน 2569 เท่ากับ 113.7 เมื่อเทียบกับเดือนกันยายน 2568 (YoY) สูงขึ้นร้อยละ 6.8 สูงขึ้นจากดัชนีราคาเกือบทุกหมวด เนื่องจากราคาน้ำมันและราคาพลังงานที่สูงกว่าปีก่อนหน้า เป็นผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อ เนื่องจากการเจรจาของสหรัฐอเมริกาและอิหร่านยังไม่ได้ข้อยุติ อีกทั้งซาอุดีอาระเบียได้ปิดซ่อมแซมท่อส่งน้ำมัน East – West Pipeline ที่ได้รับความเสียหายจากการถูกโจมตี ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่ออุปทานน้ำมันและพลังงานของโลก โดยมีรายละเอียดดังนี้
ดัชนีราคาหมวดที่สูงขึ้น ได้แก่ หมวดไม้และผลิตภัณฑ์ไม้ สูงขึ้นร้อยละ 4.3 จากการสูงขึ้นของไม้แบบ บานหน้าต่าง บานประตู จากราคาวัตถุดิบและค่าขนส่งที่ปรับสูงขึ้นจากราคาน้ำมัน หมวดซีเมนต์ สูงขึ้นร้อยละ 0.3 จากการสูงขึ้นของปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ ปูนซีเมนต์ผสม และปูนกาวซีเมนต์ จากต้นทุนราคาพลังงาน (ถ่านหิน) สูงขึ้น หมวดผลิตภัณฑ์คอนกรีต สูงขึ้นร้อยละ 9.2 จากการสูงขึ้นของคอนกรีตผสมเสร็จ คานคอนกรีตสำเร็จรูป พื้นคอนกรีตสำเร็จรูปอัดแรง และท่อระบายน้ำคอนกรีต เนื่องจากราคาวัตถุดิบ (ซีเมนต์ หิน ทราย) ปรับสูงขึ้น ประกอบกับต้นทุนค่าขนส่งเพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมันดีเซล หมวดกระเบื้อง สูงขึ้นร้อยละ 4.0 จากการสูงขึ้นของแผ่นหลังคาโปร่งแสง กระเบื้องเคลือบปูพื้น บัวเชิงผนัง PVC และกระเบื้องคอนกรีตมุงหลังคา เนื่องจากต้นทุนการผลิตปรับสูงขึ้นตามราคาพลังงาน (ก๊าซธรรมชาติ) ซึ่งใช้ในกระบวนการผลิต หมวดวัสดุฉาบผิว สูงขึ้นร้อยละ 2.2 จากการสูงขึ้นของสีเคลือบน้ำมัน สีน้ำอะคริลิคทาภายนอกและภายใน ตามราคาวัตถุดิบ (ผงสี อีพ็อกซี่เรซิน ตัวทำละลาย) หมวดสุขภัณฑ์ สูงขึ้นร้อยละ 4.8 จากการสูงขึ้นของอ่างล้างหน้าเซรามิก กระจกเงา ราวจับสเตนเลส จากต้นทุนสูงขึ้นทั้งวัตถุดิบและพลังงานที่ต้องใช้ในการผลิตปรับสูงขึ้น หมวดอุปกรณ์ไฟฟ้าและประปา สูงขึ้นร้อยละ 13.3 จากการสูงขึ้นของสายไฟทุกชนิด อาทิ สายเคเบิล THW สายส่งกำลังไฟฟ้า NYY สายไฟฟ้า VCT และสายไฟฟ้า VAF ตามราคาทองแดงในตลาดโลกที่ระดับราคาทำสถิติสูงสุดในรอบหลายปีจากอุปทานที่ตึงตัว เป็นผลจากการหยุดการผลิตของเหมืองทองแดงที่สำคัญ ๆ ในช่วงก่อนหน้านี้ ขณะที่ความต้องการใช้ทองแดงและสายไฟยังมีทิศทางเพิ่มขึ้นเพื่อใช้ในการก่อสร้างโครงสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐาน และการก่อสร้างศูนย์ข้อมูล (Data Center) ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง หมวดวัสดุก่อสร้างอื่น ๆ สูงขึ้นร้อยละ 19.4 จากราคายางมะตอยสูงขึ้นมากตามราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในหลายภูมิภาค และวัสดุธรรมชาติ (หิน ดิน ทราย) สูงขึ้น เนื่องจากเชื้อเพลิงที่ใช้กับเครื่องจักรและต้นทุนการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น
ขณะที่ดัชนีราคาหมวดที่ลดลง ได้แก่ หมวดเหล็กและผลิตภัณฑ์เหล็ก ลดลงร้อยละ 0.8 จากการลดลงของเหล็กเส้นกลมผิวเรียบ เหล็กเส้นกลมผิวข้ออ้อย เหล็กตัว H และเหล็กแผ่นเคลือบสังกะสี เนื่องจากมีการแข่งขันด้านราคาสูง
แนวโน้มดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างไตรมาสที่ 4 คาดว่าจะยังขยายตัวเมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อนหน้า จากหลายปัจจัย ดังนี้
1. ต้นทุนราคาน้ำมันและราคาพลังงานที่ยังคงอยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า จากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในหลายภูมิภาค (ตะวันออกกลาง รัสเซีย – ยูเครน) ที่ยังคงยืดเยื้อและการเจรจายังไม่ได้ข้อยุติ
2. ความต้องการใช้สินค้าวัสดุก่อสร้างในการก่อสร้างภาครัฐของโครงการต่อเนื่องด้านสาธารณูปโภค โครงสร้างพื้นฐาน และการซ่อมแซม ถนน อาคาร ที่พักอาศัย หลังเกิดภัยพิบัติ
3. ราคาสินค้าโลหะพื้นฐานที่เป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตสินค้าวัสดุก่อสร้างในตลาดโลกปรับราคาสูงขึ้น อาทิ ทองแดง อลูมิเนียม เนื่องจากมีความต้องการใช้ในการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานและโครงการด้านพลังงานสะอาดเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
