ค้นหาข่าวใน CM108
หน้าแรก / ข่าวทั่วไทย
ข่าวทั่วไทย

เดินหน้าป้องกันหนี้ “ซื้อก่อน จ่ายทีหลัง” คลัง-ธปท. เสนอคุมวงเงินไม่เกิน 2 หมื่นบาท ผ่อนสูงสุด 6 เดือน ดอกเบี้ยรวมค่าธรรมเนียมไม่เกิน 15% ต่อปี

สรุปประเด็นข่าว :
•
กระทรวงการคลังและ ธปท. เปิดรับฟังความคิดเห็นร่างหลักเกณฑ์กำกับสินเชื่อ Buy Now, Pay Later (BNPL) ตั้งแต่วันที่ 16 ต.ค. – 15 พ.ย. 2569 เพื่อแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือน
•
ร่างเกณฑ์เสนอคุณสมบัติผู้ใช้บริการต้องมีอายุ 20 ปีขึ้นไป จำกัดวงเงินไม่เกิน 20,000 บาทต่อราย และระยะเวลาผ่อนชำระไม่เกิน 6 เดือนต่อรายการ
•
กำหนดเพดานดอกเบี้ยรวมค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องไม่เกิน 15% ต่อปี คำนวณแบบ Effective Rate เพื่อให้ผู้บริโภคเห็นต้นทุนที่แท้จริง
•
กำหนดให้ผู้ให้บริการต้องประเมินความสามารถชำระหนี้ เปิดเผยตารางภาระหนี้ และแยกขั้นตอนการตัดสินใจซื้อสินค้าออกจากการสมัครสินเชื่อ
•
หลักเกณฑ์ทั้งหมดยังเป็นเพียงร่างและยังไม่มีผลบังคับใช้ โดยเปิดรับฟังความเห็นผ่านเว็บไซต์ http://www.bot.or.th หรือระบบกลางทางกฎหมาย

19 ต.ค. 69 – นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้าดูแลปัญหาหนี้ครัวเรือนและคุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงินดิจิทัล โดยกระทรวงการคลัง ภายใต้การกำกับดูแลของนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดรับฟังความคิดเห็นร่างหลักเกณฑ์กำกับสินเชื่อ “ซื้อก่อน จ่ายทีหลัง” หรือ Buy Now, Pay Later (BNPL) ตั้งแต่วันที่ 16 ตุลาคม – 15 พฤศจิกายน 2569 เพื่อป้องกันการก่อหนี้เกินตัวและสร้างความเป็นธรรมแก่ผู้บริโภค

นางสาวลลิดากล่าวว่า ร่างหลักเกณฑ์เสนอให้ผู้ใช้บริการมีอายุตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไป กำหนดวงเงินสินเชื่อไม่เกิน 20,000 บาทต่อราย ระยะเวลาผ่อนชำระแต่ละรายการไม่เกิน 6 เดือน และกำหนดเพดานดอกเบี้ยรวมค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องไม่เกิน 15% ต่อปี คำนวณแบบอัตราที่แท้จริง (Effective Rate) โดยรวมค่าธรรมเนียมและส่วนเพิ่มของราคาสินค้าที่เกิดจากการเลือกผ่อนชำระตามเงื่อนไขของร่าง เพื่อให้ประชาชนเห็นต้นทุนสินเชื่ออย่างครบถ้วน

นอกจากนี้ ยังเสนอให้ผู้ให้บริการประเมินความสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้า เปิดเผยข้อมูลดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียม และตารางภาระหนี้อย่างชัดเจน พร้อมแยกขั้นตอนการตัดสินใจซื้อสินค้าออกจากการสมัครใช้สินเชื่อ และกำหนดแนวทางติดตามหนี้อย่างเหมาะสมและเป็นธรรม เพื่อป้องกันไม่ให้ความสะดวกในการผ่อนชำระผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลนำไปสู่ภาระหนี้สะสม

“รัฐบาลต้องการให้ประชาชนเข้าถึงบริการทางการเงินที่สะดวกและเป็นธรรม แต่ต้องรู้ต้นทุนและภาระหนี้ก่อนกดผ่อน เพราะแม้จะผ่อนครั้งละไม่มาก หากมีหลายรายการพร้อมกันก็อาจกลายเป็นภาระเกินกำลังได้ การกำกับดูแลครั้งนี้จึงมุ่งสร้างความโปร่งใสและป้องกันปัญหาหนี้ครัวเรือนในระยะยาว” นางสาวลลิดากล่าว

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวย้ำว่า ขณะนี้หลักเกณฑ์ดังกล่าวยังเป็นเพียงร่างที่เปิดรับฟังความคิดเห็น ยังไม่มีผลบังคับใช้ โดยประชาชนและผู้ประกอบธุรกิจสามารถร่วมแสดงความคิดเห็นได้ถึงวันที่ 15 พฤศจิกายน 2569 ผ่านเว็บไซต์ธนาคารแห่งประเทศไทย http://www.bot.or.th หรือระบบกลางทางกฎหมาย เพื่อร่วมพัฒนาหลักเกณฑ์ที่เหมาะสมและเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

SPACLEAN Thailand ผู้สนับสนุน CM108