17 ต.ค. 69 – คลิปวิดีโอจากกล้องวงจรปิด ในย่านถนนพระปกเกล้า ซอย 4/2 ต.พระสิงห์ อ.เมืองเชียงใหม่ บันทึกภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับนักท่องเที่ยวสาวชาวจีนรายหนึ่ง ขณะที่เจ้าตัวกำลังเดินเที่ยวอยู่บริเวณดังกล่าว แต่แล้วจู่ๆ ก็เกิดเหตุไม่คาดฝันเมื่อมีไรเดอร์ขับรถจักรยานยนต์มาใกล้ๆ แล้วก่อเหตุอนาจารเปิดของลับโชว์ให้ดู อีกทั้งยังมีการขับรถวนกลับมาก่อเหตุในลักษณะดังกล่าวอีกครั้ง จนทำให้นักท่องเที่ยวชาวจีนคนนี้ถึงกับตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และได้ขอความช่วยเหลือกับทางเจ้าหน้าที่โฮสเทลที่เจ้าตัวเข้าใช้บริการ เพื่อรวบรวมหลักฐานและเดินทางเข้าแจ้งความกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจในเวลาต่อมา
ขณะที่หลังเกิดเหตุ ทางผู้สื่อข่าวได้ติดต่อไปยังนักท่องเที่ยวสาวชาวจีนผู้เสียหายรายนี้ เพื่อสอบถามถึงข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ครั้งนี้ โดยทางเจ้าตัวได้เล่าถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น ผ่านล่ามเจ้าหน้าที่ของโฮสเทลที่ให้การช่วยเหลือว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงเวลาประมาณ 10.20 น. ของวันที่ 14 ต.ค.69 ที่ผ่านมา โดยตอนนั้นได้เดินออกจากโฮสเทลที่พักอยู่ใกล้กับจุดเกิดเหตุ ซึ่งหลังจากเดินออกมาถึงบริเวณทางแยก ได้เห็นไรเดอร์ขับรถจักรยานยนต์มาตามทางจากด้านหลัง แล้วขับมาชิดด้านข้าง ก่อนที่ไรเดอร์คนนี้จะทำการดึงกางเกงเปิดของลับโชว์ แล้วขับผ่านไป และหลังจากนั้นก็ขับวนกลับมาทำแบบเดิมอีกครั้ง จนทำให้ตัวเองรู้สึกตกใจมากกับเหตุการณ์นี้

ต่อมาภายหลังเกิดเหตุ ตนได้แจ้งประสานกับทางเจ้าหน้าที่โฮสเทลเพื่อเล่าว่าเจอเหตุการณ์อะไร จนทางเจ้าหน้าที่โฮสเทลได้ให้ความช่วยเหลือด้วยการรวบรวมหลักฐานกล้องวงจรปิดในบริเวณที่เกิดเหตุ เพื่อตรวจสอบพฤติกรรมของไรเดอร์คนดังกล่าว จนได้หลักฐานทั้งหมด และพานักท่องเที่ยวสาวชาวจีน เข้าไปแจ้งความกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองเชียงใหม่ ในวันที่ 15 ต.ค. 69 ที่ผ่านมา เพื่อขอความช่วยเหลือให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสืบสวนติดตามไรเดอร์ที่ก่อเหตุคนนี้มาดำเนินคดี
นักท่องเที่ยวสาวชาวจีน รายนี้ยังบอกอีกว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้ ทำให้ตัวเองรู้สึกไม่ปลอดภัย และมีความรู้สึกในด้านลบกับภาพลักษณ์การท่องเที่ยวอยู่บ้าง เพราะเป็นประสบการณ์ครั้งแรกที่มาเจอในการมาท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ครั้งแรกของตัวเอง แต่เมื่อเห็นการให้ความช่วยเหลือของเจ้าหน้าที่โฮสเทล และผู้เกี่ยวข้อง ก็ทำให้ตนคลายความกังวล และความรู้สึกในด้านลบที่เกิดขึ้นลงไปบ้าง ซึ่งเข้าใจว่าเหตุการณ์นี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับนักท่องเที่ยวบ่อยๆ แต่ก็ไม่อยากให้เกิดขึ้นอีก จึงอยากให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องได้ทำการติดตามตัวชายคนก่อเหตุรายนี้มาดำเนินคดี เพื่อไม่ให้ไปก่อเหตุแบบนี้อีก โดยเจ้าตัวยืนยันว่าหากมีโอกาสก็จะกลับมาท่องเที่ยวที่จังหวัดเชียงใหม่อีกครั้ง
