“ไทย” ติดอันดับ 27 ของโลก ที่ 7 ของเอเชีย ประเทศที่ดีที่สุดสำหรับการเริ่มต้นธุรกิจ การลงทุน

5

29 มิ.ย. 69 – นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ประเทศไทยได้รับการจัดอันดับจาก U.S. News & World Report – Best Countries 2026 ให้เป็น อันดับที่ 27 ของโลก และอันดับที่ 7 ของเอเชีย ในการจัดอันดับประเทศที่ดีที่สุด (Best Countries) พร้อมได้รับการยอมรับว่าเป็นประเทศที่มีความโดดเด่นด้านความเปิดกว้างในการดำเนินธุรกิจและการลงทุน สะท้อนศักยภาพของประเทศไทยในฐานะจุดหมายสำคัญของการลงทุนและการประกอบธุรกิจในภูมิภาค

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การจัดอันดับดังกล่าวประเมินจากหลายปัจจัย ทั้งด้านเศรษฐกิจ การกำกับดูแล โครงสร้างพื้นฐาน โอกาสทางธุรกิจ และสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการลงทุน โดยประเทศไทยมีจุดแข็งจากฐานการผลิตที่เข้มแข็ง การเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานของภูมิภาค โครงสร้างพื้นฐานที่มีศักยภาพ และความพร้อมในการรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ส่งผลให้ประเทศไทยยังคงได้รับความเชื่อมั่นจากนักลงทุนทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง

นางสาวลลิดา กล่าวว่า ผลการจัดอันดับดังกล่าวสอดคล้องกับทิศทางการขับเคลื่อนประเทศของรัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่มุ่งปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจเพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และยกระดับมาตรฐานการดำเนินงานของภาครัฐให้ทัดเทียมนานาชาติ โดยรัฐบาลได้กำหนดเป้าหมายผลักดันประเทศไทยเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ภายในปี 2028 ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการผลักดันการปฏิรูปเชิงโครงสร้าง ทั้งด้านธรรมาภิบาล ความโปร่งใส หลักนิติธรรม การแข่งขันที่เป็นธรรม และการพัฒนากฎระเบียบให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล อันจะช่วยยกระดับสภาพแวดล้อมในการประกอบธุรกิจ เพิ่มความเชื่อมั่นของนักลงทุน และเสริมศักยภาพการแข่งขันของประเทศไทยในระยะยาว

“การที่ U.S. News & World Report จัดอันดับให้ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่ดีที่สุดสำหรับการเริ่มต้นธุรกิจ เป็นสัญญาณเชิงบวกที่สะท้อนว่าประเทศไทยได้รับการยอมรับจากนานาชาติในฐานะประเทศที่มีศักยภาพด้านการลงทุน รัฐบาลจะเดินหน้าปฏิรูปกฎระเบียบและยกระดับมาตรฐานประเทศสู่ OECD อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการลงทุน ดึงดูดอุตสาหกรรมแห่งอนาคต สร้างการจ้างงานที่มีคุณภาพ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้เติบโตไปพร้อมกับเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน” นางสาวลลิดา กล่าว