สสจ.เชียงใหม่ เฝ้าระวังการระบาด “ไข้เลือดออก” พบพื้นที่ระบาดมากสุด อ.แม่วาง-ดอยเต่า-เมือง-สันทราย-เชียงดาว ในวัยทำงานและผู้สูงอายุ

5

28 พ.ค. 69 – นายแพทย์วรัญญู จำนงประสาทพร นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ “คาดว่าหลังฝนตกชุกช่วงเดือนกรกฎาคมเป็นต้นไป จะมีแนวโน้มพบผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกเพิ่มขึ้น เนื่องจากมีฝนตกในหลายพื้นที่ ประชาชนควรสังเกตอาการของตนเองและครอบครัว หากมีไข้สูงเฉียบพลัน และไข้สูงลอย เกิน 39-40 องศาเซลเซียส นานเกินกว่า 2 วัน ร่วมกับปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามตัว หน้าแดง อาจมีจุดแดงเล็กๆ ขึ้นตามลำตัว แขน ขา นอกจากนี้ อาจมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง และเบื่ออาหาร ส่วนใหญ่ไม่ไอ ไม่มีน้ำมูก ต่อมาไข้จะลดลง ในระยะนี้ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะอาจเกิดภาวะช็อกและเสียชีวิตได้ ควรรีบไปพบแพทย์

จากการเฝ้าระวังของกลุ่มงานควบคุมโรคติดต่อ สสจ.เชียงใหม่ สถานการณ์โรคไข้เลือดออกในปี 2569 ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 10 พฤษภาคม 2569 พบรายงานผู้ป่วย 108 ราย คิดเป็นอัตราป่วยต่อประชากรแสนคน 6.004 ไม่มีผู้เสียชีวิต พื้นที่ที่พบการระบาดมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ อำเภอแม่วาง ดอยเต่า เมืองเชียงใหม่ สันทราย และอำเภอเชียงดาว โดยพบมากที่สุดในกลุ่มวัยทำงานอายุ 20-39 ปี และรองลงมาคือผู้สูงอายุ

708376750 122292219398229801 4721452801204891714 n

ซึ่งคาดว่าหลังฝนตกชุกช่วงเดือนกรกฎาคมเป็นต้นไป จะมีแนวโน้มพบผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกเพิ่มขึ้น เนื่องจากมีฝนตกในหลายพื้นที่ ทำให้น้ำขังในภาชนะต่างๆ เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย และกลุ่มเสี่ยงโดยเฉพาะกลุ่มเด็กวัยเรียน ที่อยู่บ้านช่วงวันหยุดยาว มีโอกาสถูกยุงลายกัดในช่วงกลางวันได้ จึงขอให้ชุมชน และหน่วยงานต่างๆ รวมถึงผู้ปกครอง ช่วยกันกำจัดแหล่งพันธุ์ยุงลายบริเวณชุมชน และรอบบ้าน โดยเน้นมาตรการ 3 เก็บ ป้องกัน 3 โรค คือ 1) เก็บบ้านให้ปลอดโปร่ง ไม่มีบริเวณอับทึบให้ยุงลายเกาะพัก 2) เก็บขยะที่อยู่บริเวณรอบบ้าน เก็บเศษภาชนะที่ต้องการทิ้งไว้ในถุงดำมัดปิดปากถุง และนำไปทิ้งลงถังขยะ เพื่อไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุง และ 3) เก็บน้ำ ภาชนะที่ใส่น้ำเพื่ออุปโภคบริโภค ต้องปิดฝาให้มิดชิด ล้างคว่ำภาชนะที่ไม่ใช้แล้ว และเปลี่ยนน้ำในกระถางหรือแจกันทุกสัปดาห์ ขัดผนังและขอบภาชนะก่อนใช้บรรจุน้ำ ใส่ทรายกำจัดลูกน้ำหรือปล่อยปลากินลูกน้ำในภาชนะที่ปิดฝาไม่ได้ ป้องกันไม่ให้ยุงลายวางไข่ และเน้นการป้องกันไม่ให้ยุงกัด โดยทายากันยุง และนอนในมุ้ง ซึ่งสามารถป้องกันได้ 3 โรค คือ 1. โรคไข้เลือดออก 2. โรคติดเชื้อไวรัสซิกา 3. โรคไข้ปวดข้อยุงลายหรือโรคชิคุนกุนยา

นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวเพิ่มเติมว่า ขอประชาชนควรสังเกตอาการของตนเองและครอบครัว โดยเฉพาะกลุ่มเด็กเล็ก หรือผู้ใหญ่ที่มีโรคประจำตัว และผู้สูงอายุ หากมีอาการไข้สูงเฉียบพลันนานเกินกว่า 2 วันร่วมด้วยกับอาการอ่อนเพลีย ปวดศีรษะ ปวดเมื่อย เบื่ออาหาร หน้าแดง ควรรีบไปพบแพทย์ เพื่อรับการรักษาที่เหมาะสม ไม่ควรซื้อยากินเอง โดยเฉพาะยาในกลุ่มที่ทำให้เกิดภาวะเลือดออกง่าย หยุดยาก รวมถึงภาวะตับวาย เช่น ยาแอสไพริน ไอบูโพรเฟน และ ไดโคลฟีแนค สำหรับร้านขายยาและคลินิก ควรแนะนำผู้ป่วยสงสัยโรคไข้เลือดออกให้เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล

หากมีข้อสงสัยสามารถโทรศัพท์สอบถามข้อมูลได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค 1422 หรือ กลุ่มงานควบคุมโรค สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ โทร 053 211048-50 ต่อ 108