NASA เผยภาพดาวเทียม “ฝุ่นควัน” ปกคลุมภาคเหนือไทย สาเหตุจากการเผาในพื้นที่เกษตรกรรม และไฟป่า

119

24 เม.ย. 69 – เว็บไซต์ science.nasa.gov เผยแพร่ภาพถ่ายดาวเทียม พร้อมข้อความระบุว่า “ควันปกคลุมภาคเหนือของประเทศไทย”

เชียงใหม่ เมืองใหญ่อันดับสองของประเทศไทย ตั้งอยู่ท่ามกลางเครือข่ายหุบเขาแคบๆ ในพื้นที่สูงทางภาคเหนือ แม้ว่าเมืองประวัติศาสตร์แห่งนี้จะมีชื่อเสียงด้านทัศนียภาพอันงดงามของทิวเขาที่ล้อมรอบ แต่ในปัจจุบัน ท้องฟ้าที่สดใสกลับกลายเป็นสิ่งที่พบเห็นได้น้อยลง ในช่วงไม่กี่ทศวรรษที่ผ่านมา ควันไฟได้ทำให้ท้องข้ามืดมัวลงมากขึ้นในช่วงฤดูแล้ง โดยเฉพาะในเดือนมีนาคมและเมษายน

ดาวเทียมของ NASA ได้จับภาพมุมสูงของกลุ่มควันเหนือตัวเมืองและพื้นที่โดยรอบเมื่อวันที่ 22 เมษายน 2569 ซึ่งเผยให้เห็นหมอกควันที่บดบังหุบเขาและสันเขาที่ปกติจะมองเห็นได้ชัดเจน ควันส่วนใหญ่น่าจะมาจากการเผาในพื้นที่เกษตรกรรมและไฟป่า เพื่อกำจัดเศษพืชหลังการเก็บเกี่ยวหรือการจัดการระบบนิเวศป่าไม้

ในปี 2569 นี้ เซ็นเซอร์ดาวเทียมเริ่มตรวจพบจุดความร้อนจำนวนน้อยในช่วงเดือนมกราคม ก่อนจะเพิ่มจำนวนขึ้นและกระจายตัวเป็นวงกว้างในเดือนกุมภาพันธ์ มีนาคม และเมษายน โดยปกติแล้วกิจกรรมการเผาจะพุ่งสูงสุดในเดือนมีนาคม และค่อยๆ จางลงในเดือนพฤษภาคมเมื่อมีฝนตกลงมาตามฤดูกาล

สาเหตุและปัจจัยทางภูมิศาสตร์ งานวิจัยระบุว่า การเผามวลชีวภาพ (Biomass burning) เป็นปัจจัยสำคัญที่สุดที่ทำให้คุณภาพอากาศย่ำแย่ในภาคเหนือช่วงฤดูแล้ง โดยการประมาณการพบว่าราว 70% ของฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ในเชียงใหม่ช่วงเดือนเมษายนมาจากการเผามวลชีวภาพ ส่วนปัจจัยรองลงมา ได้แก่ ไอเสียจากยานพาหนะ โรงไฟฟ้าและโรงงานอุตสาหกรรม การเผาถ่านเพื่อหุงต้มและให้ความอบอุ่น

นอกจากนี้ ภูมิประเทศ ยังเป็นปัจจัยสำคัญ เนื่องจากภูเขาที่ล้อมรอบได้ปิดกั้นการไหลเวียนของอากาศ และทำให้เกิดสภาวะ “อุณหภูมิผกผัน” (Temperature Inversions) ที่กักเก็บทั้งมลพิษในท้องถิ่นและหมอกควันจากภูมิภาคใกล้เคียงไว้ในหุบเขา

ผลกระทบด้านสุขภาพและการท่องเที่ยว ในวันเดียวกับที่ถ่ายภาพดาวเทียมนี้ เซ็นเซอร์บนพื้นดินตรวจวัดค่า PM2.5 ได้ในระดับ “ไม่ดีต่อสุขภาพ” (Unhealthy) ไปจนถึง “ไม่ดีต่อสุขภาพอย่างยิ่ง” (Very Unhealthy) ทั่วทั้งจังหวัดเชียงใหม่และพื้นที่ใกล้เคียง การสัมผัสมลพิษระดับสูงเป็นเวลานานอาจส่งผลให้เกิดโรคทางเดินหายใจ โรคหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงปัญหาสุขภาพอื่นๆ

ด้านเศรษฐกิจ รายงานระบุว่าหมอกควันได้ส่งผลกระทบอย่างหนักต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยว โดยจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาเชียงใหม่ลดลง หลังจากต้องเผชิญกับหมอกควันต่อเนื่องกว่าเดือน มีรายงานจากหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นว่า จำนวนนักท่องเที่ยวใน อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งเป็นจุดหมายยอดนิยม ลดลงถึง 90%

การเตือนภัยระดับสูงสุด ศูนย์อุตุนิยมวิทยาเฉพาะทางอาเซียน (ASMC) ระบุว่า สภาพอากาศที่ร้อนและแห้งแล้งอย่างผิดปกติได้ครอบงำภูมิภาคนี้ในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา เมื่อวันที่ 27 มีนาคม ทางศูนย์ฯ ได้เตือนว่ามีความ “เสี่ยงสูง” ที่จะเกิดหมอกควันข้ามพรมแดนรุนแรง และได้ยกระดับการเตือนภัยเป็น ระดับ 3 ซึ่งเป็นระดับสูงสุด

จากการพยากรณ์ในช่วงปลายเดือนมีนาคม ระบุว่าสภาพอากาศแห้งแล้งจะยังคงมีอยู่เหนือพื้นที่ส่วนใหญ่ของอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง โดยมีลมพัดมาจากทางใต้หรือตะวันตกเฉียงใต้ ซึ่งสภาวะเช่นนี้อาจทำให้สถานการณ์จุดความร้อนและหมอกควันรุนแรงขึ้นอีก

ข้อมูลอ้างอิง : science.nasa.gov