เมื่อวันที่ 21 เม.ย. 69 ที่ทำเนียบรัฐบาล ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวถึงแนวทางรับมือสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 ว่า การแก้ปัญหาดังกล่าวสามารถเดินหน้าควบคู่กันได้โดยไม่จำเป็นต้องรอการพิจารณาในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เนื่องจากมีการประสานงานและสื่อสารระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง โดยนายกรัฐมนตรีได้กำชับให้รัฐมนตรีทุกคนปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่
ในส่วนของการกำกับดูแลพื้นที่ภาคเหนือ ศ.ดร.ยศชนัน ระบุว่า ได้จัดวางเครือข่ายประสานงานไว้แล้ว หากพื้นที่ใดมีข้อขัดข้องหรือขาดแคลนสามารถแจ้งเข้ามาได้ทันที ขณะที่กระทรวง อว. ดำเนินการสนับสนุนในขอบเขตที่ทำได้ภายใต้งบประมาณ พร้อมทั้งส่งต่อองค์ความรู้ให้ประชาชนสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ด้วยตนเอง โดยยกตัวอย่างกรณีสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติที่เผยแพร่แนวทางการจัดทำอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง อีกทั้งเมื่อวันที่ 20 เม.ย. ที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีพร้อมรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องได้ลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่เพื่อติดตามสถานการณ์โดยตรง
รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.อว. กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัญหาฝุ่นไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะจังหวัดเชียงใหม่ แต่ยังครอบคลุมพื้นที่แม่ฮ่องสอน น่าน แพร่ พะเยา รวมถึงบางส่วนของภาคกลาง พร้อมยืนยันว่ากระทรวง อว. จะให้การช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบอย่างทั่วถึง การลงพื้นที่ของตนมีเป้าหมายเพื่อติดตามสถานการณ์จริง ตรวจสอบความต้องการ และสร้างขวัญกำลังใจให้กับผู้ปฏิบัติงาน โดยมีการตั้งวอร์รูมเพื่อติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ควบคู่กับการดูแลอาสาสมัครทั้งในด้านการทำงานและสภาพจิตใจ
สำหรับประเด็นการประสานความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน ศ.ดร.ยศชนัน ชี้แจงว่า กระทรวง อว. ทำหน้าที่หลักด้านการวิเคราะห์แหล่งที่มาของฝุ่นในแต่ละพื้นที่ ซึ่งพบว่าบางกรณีมีปัจจัยจากพื้นที่ชายแดน ขณะที่บางส่วนเป็นปัญหาที่สามารถบริหารจัดการภายในประเทศได้ โดยยืนยันว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เริ่มดำเนินมาตรการในส่วนนี้แล้ว และจะมีการประสานงานอย่างต่อเนื่องต่อไป

































