17 มี.ค. 69 – นายสราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน แถลงข่าวพร้อมยกมือไหว้ขอโทษประชาชนต่อเหตุการณ์น้ำมันในช่วงนี้ โดยกล่าวว่า ขอประทานโทษถึงความโกลาหลและอุปสรรคที่เกิดขึ้นตรงหน้าสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงในช่วงเวลาที่ผ่านมา
โรงกลั่นน้ำมันในประเทศไทยมีทั้งหมด 6 โรง มีกำลังการกลั่นในแต่ละวันอยู่ที่ 175 ล้านลิตร โดยนำน้ำมันดิบมากลั่นเป็นน้ำมันสำเร็จรูป ซึ่งจะได้น้ำมันเบนซินอยู่ที่ประมาณ 32-33 ล้านลิตร/วัน น้ำมันดีเซล 75-80 ล้านลิตร/วัน นํ้ามันเครื่องบินเจ็ต 25 ล้านลิตร/วัน นํ้ามันเตา 13 ล้านลิตร/วัน และแก๊สหุงต้ม LPG รวม 6-7 ล้านกิโลกรัม/วัน
สิ่งที่เกิดขึ้น เราได้แก้ปัญหาคอขวดในการจัดส่งน้ำมันไปยังสถานีบริการ ในเวลาปกติโรงกลั่นจะขายให้ผู้ค้ารายใหญ่ ที่เรียกว่าผู้ค้ามาตรา 7 หรือบางครั้งจะส่งให้พ่อค้าคนกลาง ที่เรียกว่าจ๊อบเบอร์ โดยผู้ค้ามาตรา 7 จะส่งให้สถานีบริการนํ้ามันของตัวเองเป็นส่วนใหญ่ ประกอบด้วยแบรนด์ต่างๆ รวมถึงปั๊มอิสระ ขณะเดียวกันผู้ค้ามาตรา 7 ก็จะส่งให้จ๊อบเบอร์ด้วย

ในช่วงที่ผ่านมาหลังเกิดเหตุการณ์ไม่ปกติ การส่งน้ำมันให้จ๊อบเบอร์อาจจะมีเหตุการณ์ผิดพลาด เพราะบางจุดอาจจะไม่ได้รับนํ้ามัน และโดยปกติจ๊อบเบอร์จะขนน้ำมันไปให้ภาคอุตสาหกรรม แต่เมื่อขนไปไม่ได้ หลายภาคส่วนก็มาเติมกันที่สถานีบริการ จากเหตุการณ์ดังกล่าว กระทรวงพลังงานได้รับบัญชาจากนายกรัฐมนตรี และรองนายกรัฐมนตรี ประสานกับโรงกลั่นทุกโรงให้กลั่นอย่างเต็มที่ คอยเฝ้าระวังไม่ให้มีการหยุดผลิต และให้ผู้ค้ามาตรา 7 จัดส่งน้ำมันให้จ๊อบเบอร์ เพื่อช่วยกระจายเชื้อเพลิงไปยังจุดอื่นๆ ที่ไม่ใช่สถานีบริการ
ขณะเดียวกัน กระทรวงพลังงานอยู่ระหว่างการประสานขอความอนุเคราะห์จากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) กระทรวงคมนาคม กระทรวงมหาดไทย รวมถึง กทม. ในการขออนุญาตขยายเวลาจัดส่งน้ำมันเพิ่มขึ้น เพื่อกระจายไปยังสถานีบริการต่างๆ ทั้งนี้ กระทรวงพลังงานจะร่วมกับกระทรวงมหาดไทย และกระทรวงพาณิชย์ ร่วมกันดูแลไม่ให้เกิดการกักตุนน้ำมันเชื้อเพลิงตามจุดต่างๆ
ยืนยันว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีน้ำมันสำรองรวมทั้งในประเทศและระหว่างการขนส่งเพียงพอรองรับการใช้งานได้ไม่น้อยกว่า 101 วัน

































