“กรมควบคุมโรค” มั่นใจการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ระลอก 2 จะไม่รุนแรงเท่าครั้งแรก

131
“กรมควบคุมโรค” มั่นใจการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ระลอก 2 จะไม่รุนแรงเท่าครั้งแรก

“กรมควบคุมโรค” มั่นใจการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ระลอก 2 จะไม่รุนแรงเท่าครั้งแรก

นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยถึงแนวโน้มการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ระลอก 2 ว่า ยังมีความมั่นใจว่า การระบาดในรอบที่ 2 จะไม่รุนแรงเท่าครั้งแรก เนื่องจากประชาชนมีความรู้ ความเข้าใจในการวิธีปฏิบัติตัวป้องกันโรคโควิด-19 ได้เป็นอย่างดี

ขณะเดียวกันกระทรวงสาธารณสุขก็มีความพร้อมทั้งยาเวชภัณฑ์ เตียงผู้ป่วยมีการสำรองเพียงพอและสามารถควบคุมโรคได้เร็วให้อยู่ในวงจำกัด ไม่บานปลาย ซึ่งได้รับความร่วมจากภาครัฐเอกชน ภาคประชาสังคมและประชาชนทั่วไปเป็นอย่างดี ในการสร้างความตระหนักแต่ไม่ตระหนกต้องปรับตัวจนกว่าจะมีวัคซีน

อย่างไรก็ตามเพื่อให้การควบคุมโรคอยู่ในวงจำกัด จึงขอความร่วมมือประชาชนปฏิบัติตัวตามมาตรการสาธารณสุขอย่างเข้มงวด และยังใช้แอปพลิเคชันไทยชนะในการเข้าใช้บริการสถานที่ต่างๆ หรือหากประชาชนพบเห็นเหตุการณ์ที่เป็นความเสี่ยงสามารถแจ้งได้ที่ สายด่วน 1422 กรมควบคุมโรค

อธิบดีกรมควบคุมโรค ยังเปิดเผยถึงความคืบหน้าการคัดกรองบุคคลและประชาชนที่มีความเสี่ยงหลังจากตรวจพบทหารสัญชาติอียิปต์ติดโรคโควิด-19 เดินทางมาพักที่จังหวัดระยอง ว่า กระทรวงสาธารณสุขได้ดำเนินมาตรการควบคุมป้องกันปัจจัยเสี่ยงโดยเร็ว พร้อมยกระดับการควบคุมโรคโดยบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่กับส่วนกลาง ในการคัดกรองบุคคลที่มีความเสี่ยงตั้งแต่วันที่ 14 กรกฎาคมเป็นต้นมากระทรวงสาธารณสุขได้นำรถตรวจโรคติดเชื้อชีวนิรภัย พระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ใช้เป็นห้องปฏิบัติการเคลื่อนที่ในการเก็บตัวอย่างโรคโควิด-19 ด้วยวิธี RT PCR

ประชาชนที่มีประวัติความเสี่ยงมารับการตรวจหาเชื้อจำนวน 1,333 คน ผลตรวจทั้งหมดไม่พบว่าติดเชื้อ และอยู่ระหว่างการเก็บตัวอย่างตรวจหาเชื้ออีกประมาณ 1,252 คน

คาดว่าในวันนี้ (17 ก.ค.) จะทราบผล ทั้งนี้จากการสอบสวนโรคผู้สัมผัสใกล้ชิดที่มีความเสี่ยงสูง เบื้องต้นมีทั้งหมด 11 คน แบ่งเป็น

➡ พนักงานโรงแรมที่ทหารชาวอียิปต์เข้าพักจำนวน 7 คน

➡ พนักงานขับรถตู้ระหว่างสนามบินไปยังที่พักจำนวน 4 คน ได้มีการเก็บตัวอย่างมาคัดกรองที่ห้องปฏิบัติการผลตรวจครั้งที่ 1 ไม่พบการติดเชื้อ ซึ่งทั้ง 11 คนได้ถูกนำตัวไปกักกัน เป็นระยะเวลา 14 วัน

จากนั้นจะนำมาตรวจคัดกรองครั้งที่ 2 ก่อนที่จะให้ออกจากศูนย์กักกัน โดยระหว่างนี้รถตรวจโรคติดเชื้อชีวนิรภัย พระราชทาน จะตรวจคัดกรองประชาชนในพื้นที่จังหวัดระยองไปจนถึงวันที่ 24 กรกฎาคมนี้

พร้อมย้ำว่า แม้จะตรวจไม่พบเชื้อแต่ขอให้การ์ดยังต้องสูง บุคคลที่ได้รับการตรวจต้องเฝ้าระวังด้านสุขอนามัย งดการออกจาบ้านเป็นระยะเวลา 14 วันงดใช้ของร่วมกับผู้อื่นเพื่อให้เกิดความปลอดภัยสูงสุดกับบุคคลใกล้ชิดและโดยรวม

Cr. ข่าวจริงประเทศไทย

Facebook Comments