ค้นหาข่าวใน CM108
หน้าแรก / เรื่องทั่วไป
เรื่องทั่วไป

มือใหม่ต้องรู้! การวางแผนเกษียณอายุเริ่มยังไงให้มีเงินใช้

ภาพชีวิตหลังเกษียณแบบนอนพักผ่อนสบาย ๆ มีเงินใช้จ่ายแบบไม่ขาดมือ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายหรือเป็นภาระใคร คือเป้าหมายทางการเงินที่ทุกคนใฝ่ฝัน การวางแผนเกษียณอายุจึงเป็นเรื่องที่ยิ่งเริ่มต้นเร็วเท่าไร พลังของดอกเบี้ยทบต้นจะยิ่งทำงานได้เต็มที่ ทำให้จำนวนเงินที่ต้องเก็บออมในแต่ละเดือนน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด สำหรับมือใหม่ที่ยังจับต้นชนปลายไม่ถูก ลองมาดู 5 ขั้นตอนสำคัญที่จะช่วยให้คุณเริ่มต้นเตรียมพร้อมได้อย่างมั่นใจ

1. ประเมินตัวเลขเงินก้อนที่ต้องใช้จริงหลังเกษียณ

จุดเริ่มต้นที่สำคัญที่สุดของการเตรียมตัว คือการกำหนดเป้าหมายทางการเงินที่ชัดเจน คำนวณง่าย ๆ โดยประเมินค่าใช้จ่ายต่อเดือนหลังเลิกทำงาน คูณด้วย 12 เดือน แล้วคูณด้วยจำนวนปีที่คาดว่าจะใช้ชีวิตอยู่ เช่น หากคาดว่าจะใช้เงินเดือนละ 20,000 บาท และคาดว่าจะอยู่หลังเกษียณไปอีก 20 ปี ตัวเลขเป้าหมายพื้นฐานจะอยู่ที่ 4.8 ล้านบาท แต่หากคำนึงถึงอัตราเงินเฟ้อเฉลี่ย 2-3% ต่อปี ตัวเลขจริงอาจขยับสูงขึ้นถึง 7-8 ล้านบาท การคำนวณที่ครอบคลุมจะช่วยให้การวางแผนเกษียณอายุมีทิศทางที่ชัดเจน ไม่เลื่อนลอย และมองเห็นเป้าหมายที่แท้จริง

2. จัดสรรรายได้ด้วยกฎออมก่อนใช้และหักบัญชีอัตโนมัติ

เมื่อเห็นตัวเลขเป้าหมายแล้ว ขั้นตอนถัดมาคือการสร้างวินัยทางการเงินอย่างมีระบบ หากรอให้เหลือใช้แล้วค่อยออม มักจะไม่มีเงินเหลือออมตามที่ตั้งใจไว้ วิธีที่เห็นผลดีที่สุดคือการตั้งระบบตัดเงินออมทันทีที่เงินเดือนออกอย่างน้อย 10-20% โดยแบ่งเงินออกเป็น 3 ส่วนหลัก ดังนี้

  • เงินออมฉุกเฉิน: สำรองไว้ใช้จ่ายยามจำเป็น 3-6 เท่าของรายจ่ายประจำเดือน
  • เงินลงทุนระยะยาว: สัดส่วนหลักเพื่อเป้าหมายหลังเลิกทำงานโดยเฉพาะ
  • เงินใช้จ่ายส่วนตัว: สำหรับใช้ชีวิตประจำวันและรางวัลชีวิต

3. เลือกลงทุนให้เหมาะสมกับวัยและระดับความเสี่ยง

การเก็บเงินไว้ในบัญชีออมทรัพย์เพียงอย่างเดียวไม่อาจชนะเงินเฟ้อในระยะยาวได้ ดังนั้น การวางแผนเกษียณอายุสำหรับมือใหม่จึงต้องขยับมาเรียนรู้เรื่องการลงทุน โดยใช้หลักการกระจายความเสี่ยงตามช่วงอายุ หากอยู่ในวัยเริ่มทำงานยังรับความเสี่ยงได้สูง สามารถเน้นลงทุนในหุ้นหรือกองทุนรวมหุ้นเพื่อสร้างโอกาสเติบโต แต่หากใกล้ถึงวัยเกษียณควรเน้นสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำ

  • ความเสี่ยงต่ำ: กองทุนรวมตลาดเงิน พันธบัตรรัฐบาล หรือหุ้นกู้ชั้นดี
  • ความเสี่ยงปานกลางถึงสูง: กองทุนรวมหุ้น หรือกองทุนประหยัดภาษีอย่าง RMF และ Thai ESG
  • สิทธิประโยชน์จากนายจ้าง: กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ที่ได้เงินสมทบเพิ่มจากบริษัทถือเป็นกำไรสองต่อ

4. บริหารความเสี่ยงทางสุขภาพด้วยประกันที่ครอบคลุม

ค่าใช้จ่ายที่สามารถทำให้เงินเก็บหลังเกษียณละลายหายไปได้เร็วที่สุดคือค่ารักษาพยาบาล เพราะอัตราเงินเฟ้อทางการแพทย์เพิ่มขึ้นสูงถึง 8-10% ต่อปี วัยที่สูงขึ้นมักมาพร้อมกับโรคร้ายแรงหรือโรคเรื้อรังที่คาดเดาไม่ได้ การทำประกันสุขภาพและประกันโรคร้ายแรงเตรียมไว้ตั้งแต่วัยทำงานขณะที่ร่างกายยังแข็งแรง ถือเป็นเกราะป้องกันความเสี่ยงในการวางแผนเกษียณอายุที่ช่วยปกป้องเงินออมไม่ให้ต้องหมดไปกับค่าหมอและค่าพยาบาล

5. ทบทวนและปรับสมดุลพอร์ตการเงินเป็นประจำทุกปี

สถานการณ์ชีวิตของคนเรามีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ทั้งการปรับขึ้นของเงินเดือน โบนัส ภาระครอบครัว หรือแม้แต่อัตราดอกเบี้ยในตลาด การทบทวนแผนการเงินอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง จะช่วยให้เราสามารถปรับสัดส่วนการออมและการลงทุนให้สอดคล้องกับความเป็นจริง เช่น การนำเงินโบนัสหรือรายได้ที่เพิ่มขึ้นมาใส่ในพอร์ตเกษียณเพิ่ม ทำให้การวางแผนเกษียณอายุยังคงดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพและเข้าใกล้เป้าหมายเร็วขึ้น

การเตรียมตัวสำหรับอนาคตไม่ใช่เรื่องไกลตัว และไม่จำเป็นต้องรอให้มีรายได้สูงถึงจะเริ่มทำได้ วินัยทางการเงินเล็ก ๆ ที่เริ่มทำตั้งแต่วันนี้ จะกลายเป็นต้นไม้ใหญ่ที่บังแดดลมและสร้างความมั่นคงให้ชีวิตยามเกษียณได้อย่างสมบูรณ์แบบ

SPACLEAN Thailand ผู้สนับสนุน CM108