เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์หรือ AI กำลังเข้ามาเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมสื่อทั่วโลก และหนึ่งในองค์กรที่กำลังนำ AI มาใช้ในกระบวนการทำงานอย่างจริงจัง คือ Shanghai Media Group หรือ SMG กลุ่มธุรกิจสื่อรายใหญ่ของจีน
SMG ดำเนินงานครอบคลุมทั้งวิทยุ โทรทัศน์ สื่อข่าว และธุรกิจคอนเทนต์ ปัจจุบันมีช่องโทรทัศน์ 8 ช่อง สถานีวิทยุ 8 คลื่น และช่องโทรทัศน์ระบบบอกรับสมาชิกแบบดิจิทัลอีก 11 ช่อง
เครือข่ายดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความพร้อมของ SMG ในการผลิตและเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารไปยังผู้ชมจำนวนมาก ทั้งภายในประเทศจีนและในระดับนานาชาติ
“All in AI” ไม่ใช่แค่แนวคิด แต่กำลังถูกนำมาใช้จริง
HUANG Zheng ผู้บริหารของ SMG กล่าวว่า องค์กรกำลังเดินหน้าสู่ยุทธศาสตร์ “All in AI” ด้วยการนำปัญญาประดิษฐ์มาเสริมกระบวนการผลิตและเผยแพร่คอนเทนต์
AI สามารถช่วยประมวลผลข้อมูลจำนวนมากภายในเวลาอันรวดเร็ว ค้นหาประเด็นสำคัญ วิเคราะห์พฤติกรรมของผู้ชม และช่วยจัดเตรียมเนื้อหาให้เหมาะสมกับแต่ละแพลตฟอร์ม
หนึ่งในการใช้งานที่น่าสนใจคือการวิเคราะห์ข้อมูลกีฬา ระบบสามารถช่วยตรวจจับเหตุการณ์สำคัญระหว่างการแข่งขัน เช่น การทำคะแนน จังหวะสำคัญ หรือช่วงเวลาที่ผู้ชมสนใจ ก่อนนำข้อมูลไปประกอบการผลิตข่าวและคลิปไฮไลต์
AI ยังช่วยปรับเนื้อหาให้เหมาะกับพฤติกรรมการรับชมผ่านโทรศัพท์มือถือ โดยเฉพาะวิดีโอแนวตั้ง ซึ่งกำลังได้รับความนิยมบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย
จากเนื้อหาหนึ่งชิ้น องค์กรสื่อสามารถนำไปปรับขนาด เพิ่มคำบรรยาย แปลภาษา หรือตัดแบ่งเป็นคลิปสั้นหลายรูปแบบ เพื่อให้เข้าถึงผู้ชมแต่ละกลุ่มได้รวดเร็วขึ้น
จากจอภาพ 8K สู่ผู้ชมทั่วโลก
SMG ยังพัฒนาระบบภาพความละเอียดสูงระดับ 8K ซึ่งกำลังขยายไปสู่ภาคครัวเรือน โดยได้รับการสนับสนุนจากเทศบาลนครเซี่ยงไฮ้ ระบบภาพความละเอียดสูงช่วยเพิ่มคุณภาพการรับชม โดยเฉพาะรายการกีฬา การแสดง และกิจกรรมสำคัญที่ต้องการความคมชัดและรายละเอียดของภาพ
อีกหนึ่งแพลตฟอร์มที่น่าสนใจคือ ShanghaiEye สื่อวิดีโอระดับนานาชาติของ SMG ซึ่งทำหน้าที่นำเสนอเรื่องราวจากประเทศจีนไปสู่ผู้ชมทั่วโลกผ่านสื่อดิจิทัลและโซเชียลมีเดีย ขณะที่ Wings Media ทำหน้าที่เผยแพร่และเชื่อมโยงคอนเทนต์ไปยังสถานีโทรทัศน์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เป็นการขยายพื้นที่การสื่อสารจากผู้ชมภายในจีนไปสู่ตลาดสื่อระดับโลก
AI ช่วยทำงานเร็วขึ้น แต่ยังแทนมนุษย์ไม่ได้ทั้งหมด
แม้ SMG จะเดินหน้าสู่ยุทธศาสตร์ All in AI แต่ผู้บริหารย้ำว่า AI ยังไม่มีระบบคิดและความเข้าใจแบบมนุษย์อย่างสมบูรณ์ โดยเฉพาะงานข่าวภาคสนาม การสัมภาษณ์ การตั้งคำถาม การสังเกตบรรยากาศ และการสื่อสารกับบุคคลจริง ซึ่งยังต้องอาศัยนักข่าวและผู้ดำเนินรายการที่มีประสบการณ์ AI อาจช่วยค้นหาและเรียบเรียงข้อมูลได้รวดเร็ว แต่ไม่สามารถรับรู้ความรู้สึก ความละเอียดอ่อนทางสังคม หรือผลกระทบที่ข่าวหนึ่งชิ้นอาจมีต่อบุคคลและชุมชนได้ครบถ้วนเท่ามนุษย์ การตรวจสอบข้อเท็จจริงจึงยังเป็นเรื่องสำคัญ เพราะ AI อาจสร้างข้อมูลที่ดูสมจริงแต่ไม่ถูกต้อง หากนำไปเผยแพร่โดยไม่มีมนุษย์ตรวจสอบ ก็อาจกระทบต่อความน่าเชื่อถือขององค์กรสื่อได้ ภาพของอนาคตจึงไม่ใช่การแข่งขันระหว่างมนุษย์กับ AI แต่เป็นการออกแบบให้ทั้งสองฝ่ายทำงานร่วมกันอย่างเหมาะสม AI รับหน้าที่ประมวลผลข้อมูล ลดงานซ้ำ และช่วยให้กระบวนการผลิตรวดเร็วขึ้น ส่วนมนุษย์ยังคงทำหน้าที่คิด วิเคราะห์ ตัดสินใจ ตรวจสอบ และสร้างความสัมพันธ์กับผู้ชม
สำหรับสื่อท้องถิ่น AI สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการสรุปข้อมูล การทำคลิปแนวตั้ง การแปลข่าวหลายภาษา การค้นหาภาพย้อนหลัง และการวิเคราะห์ความสนใจของผู้ชม แต่ข้อมูลทุกชิ้นยังต้องผ่านการตรวจสอบ โดยเฉพาะชื่อบุคคล ตัวเลข วันที่ และข่าวที่มีผลกระทบต่อประชาชน เพราะในวันที่ใครก็สามารถผลิตเนื้อหาได้อย่างรวดเร็ว สิ่งที่ทำให้สื่อแตกต่างกันอาจไม่ใช่ความเร็วเพียงอย่างเดียว แต่คือความถูกต้อง ความน่าเชื่อถือ และความรับผิดชอบต่อสังคม













