“พิพัฒน์” มอบนโยบายบริหารงบคมนาคมปี 69-70 เร่งรัดโครงการปี 69 ชูคุมเข้มโครงการใช้งบประมาณรัฐปี 70 เน้นบำรุงทางเดิม-ลดรายจ่าย-หนุนใช้รถ EV

1

29 เม.ย. 69 – นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานการประชุมติดตามการบริหารจัดการงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 และการจัดทำกรอบงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 เพื่อกำหนดทิศทางการพัฒนาให้เกิดความคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน โดยมี นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นายรัชพงษ์ ชูแก้ว เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วยหัวหน้าหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมกระทรวงคมนาคม

นายพิพัฒน์ เปิดเผยว่า ได้ติดตามความคืบหน้าการบริหารจัดการงบประมาณประจำปี 2569 วงเงินรวม 265,406.77 ล้านบาท ซึ่งมุ่งเน้นไปที่รายจ่ายด้านการลงทุนเพื่อพัฒนาประเทศกว่า 234,748.55 ล้านบาท โดยได้มอบนโยบายให้ทุกหน่วยงานบริหารจัดการและขับเคลื่อนโครงการต่าง ๆ ให้เป็นไปตามเป้าหมายและกรอบระยะเวลาที่รัฐบาลกำหนด เพื่อให้เม็ดเงินกระจายเข้าสู่ระบบอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากและสร้างรายได้ให้กับประชาชนอย่างต่อเนื่อง

สำหรับการเตรียมความพร้อมจัดทำกรอบงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 กระทรวงคมนาคม ได้พิจารณาคำขอรับการจัดสรรงบประมาณจากหน่วยงานในสังกัด (8 ส่วนราชการ 1 องค์การมหาชน และ 7 รัฐวิสาหกิจ) รวมทั้งสิ้น 399,474.20 ล้านบาท โดยได้วางแนวทางให้มุ่งเน้นการลงทุนเพื่อแก้ปัญหาวิกฤตและสร้างรากฐานการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน พร้อมกำหนดนโยบายสำคัญเพื่อลดรายจ่ายภาครัฐที่ไม่จำเป็น และยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน ดังนี้
– เน้นการบำรุงรักษา มากกว่าสร้างเส้นทางใหม่ ปรับแผนการดำเนินงานโดยให้ความสำคัญกับการซ่อมแซมและบำรุงรักษาโครงข่ายคมนาคมเดิมให้มีสภาพดีและมีความปลอดภัยสูงสุด เพื่อความสะดวกในการเดินทางและลดผลกระทบต่อประชาชน
– ปรับลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น ให้พิจารณาปรับลดงบประมาณในส่วนของการศึกษาดูงาน รวมถึงให้ทบทวนการก่อสร้างอาคารสำนักงานใหม่ของหน่วยงาน โดยมุ่งเน้นการเช่าพื้นที่แทน เพื่อนำเม็ดเงินไปใช้ในส่วนที่เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวมอย่างแท้จริง
– นำร่องใช้พลังงานสะอาด กำหนดนโยบายให้การเช่าหรือซื้อรถยนต์ใหม่สำหรับส่วนราชการ ต้องเป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (EV) หรือไฮบริด (Hybrid) พร้อมสนับสนุนการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ในทุกพื้นที่ของหน่วยงานที่สามารถทำได้ เพื่อสนับสนุนการลดมลพิษและบรรเทาปัญหาฝุ่น PM 2.5
นายพิพัฒน์ กล่าวย้ำว่า ทิศทางการดำเนินงานของกระทรวงคมนาคมจากนี้ จะต้องสอดคล้องกับนโยบายการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ มุ่งเน้นความโปร่งใส ความคุ้มค่า และการบริหารจัดการงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อเป้าหมายในการพัฒนาระบบคมนาคมที่ทันสมัย สะดวก ปลอดภัย เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน