เด็กและเยาวชนอายุ 13-15 ปี “สูบบุหรี่ไฟฟ้า” เพิ่มขึ้น 5.3 เท่า เร่งดำเนินมาตรการป้องกันควบคุม

48

19 ม.ค. 67 – นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบแห่งชาติ (คผยช.) ครั้งที่ 1/2567 โดยมีนพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข นพ.ธงชัย กีรติหัตถยากร อธิบดีกรมควบคุมโรค กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านต่าง ๆ ปลัดกระทรวงหรือผู้แทนปลัดกระทรวงที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงแรงงาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสสส. เข้าร่วมประชุม

นพ.ชลน่าน กล่าวว่า จากผลสำรวจการบริโภคผลิตภัณฑ์ยาสูบ Global Youth Tobacco Survey : GYTS ปี พ.ศ. 2565 ของประเทศไทย ในกลุ่มนักเรียนที่มีอายุระหว่าง 13 – 15 ปี พบว่า เด็กและเยาวชนสูบบุหรี่ไฟฟ้าเพิ่มสูงขึ้นถึง 5.3 เท่า เมื่อเทียบกับข้อมูลปี 2558 ถือว่ามีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด ซึ่งเป็นปัญหาเร่งด่วนที่ต้องรีบแก้ไข นอกจากนี้ ยังพบสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากเด็กและเยาวชนได้รับความรู้เกี่ยวกับอันตรายและพิษภัยจากผลิตภัณฑ์ยาสูบลดลง และสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์ยาสูบรูปแบบใหม่ได้ง่ายผ่านช่องทางออนไลน์ ดังนั้น ที่ประชุมจึงเห็นชอบให้หน่วยงานและภาคส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงมหาดไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมศุลกากร สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ดำเนินมาตรการการควบคุมการบริโภคยาสูบในกลุ่มเด็กและเยาวชนโดยเร่งด่วน ดังนี้
1) เน้นย้ำมาตรการป้องกัน ควบคุม การแพร่ระบาดบุหรี่ไฟฟ้าในประเทศไทย
2) ยกระดับการเฝ้าระวังและการบังคับใช้กฎหมายด้านการควบคุมยาสูบ โดยเฉพาะการนำเข้า การขายบุหรี่ไฟฟ้า
3) เร่งสร้างความตระหนัก สื่อสารและเผยแพร่เกี่ยวกับโทษ พิษภัยและกลยุทธ์ของธุรกิจผลิตภัณฑ์ยาสูบ ในทุกช่องทาง เพื่อให้เด็กและเยาวชนรู้เท่าทัน ไม่หลงเชื่อทดลองใช้ผลิตภัณฑ์ยาสูบทุกรูปแบบ เป็นการตัดวงจรไม่ให้เด็กและเยาวชนเข้าสู่การเป็นนักสูบหน้าใหม่

นพ.ธงชัย กล่าวเสริมว่า ปัจจุบันเยาวชนที่เริ่มสูบบุหรี่ไฟฟ้ามีอายุน้อยลงเรื่อย ๆ และพบคนไทยเจ็บป่วยจากโรคที่เกิดขึ้นจากบุหรี่ไฟฟ้ามากขึ้น เช่น ภาวะปอดอักเสบรุนแรง โรคหลอดลมขนาดเล็กตีบตัน จึงต้องเร่งดำเนินมาตรการต่างๆ เพื่อคุ้มครองสุขภาพของประชาชน โดยขณะนี้กรมควบคุมโรคได้เตรียมความพร้อมทั้งด้านข้อมูลวิชาการ การบังคับใช้กฎหมาย และช่องทางการเข้าถึงบริการเลิกบุหรี่ไว้เรียบร้อยแล้ว และมีการประสานบูรณาการการทำงานอย่างใกล้ชิดกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อเร่งสร้างความรู้โทษพิษภัยให้กับเด็กและเยาวชน ตลอดจนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงมหาดไทย โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองในพื้นที่ทั่วประเทศ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค