ครม. เคาะกฎกระทรวง ขยายเวลาเปิดสถานบริการ “ผับ-บาร์” ได้ถึงตี 4 นำร่อง 5 จังหวัดท่องเที่ยว

89

29 พ.ย. 66 – น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขานุการ รมว.มหาดไทยและโฆษกกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) วันที่ 28 พ.ย. 66 ได้อนุมัติ ร่างกฎกระทรวงกำหนดวันเวลาเปิดปิดของสถานบริการ (ฉบับที่….) พ.ศ… ตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอ

สาระสำคัญ ของร่างกฎกระทรวงฯ จะกำหนดให้สถานบริการที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ดังต่อไปนี้เปิดให้บริการได้ถึงเวลา 04.00 น. ของวันรุ่งขึ้นได้ ได้แก่ สถานบริการที่ตั้งที่อยู่ในสถานที่ตั้งโรงแรมตามกฎหมายว่าด้วยโรงแรม, สถานบริการที่ตั้งอยู่ในท้องที่กรุงเทพมหานคร, จังหวัดภูเก็ต, จังหวัดชลบุรี, จังหวัดเชียงใหม่ และท้องที่อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี

สำหรับท้องที่อื่นที่ประสงค์จะให้สถานบริการเปิดทำการได้ถึง 04.00 น.ของวันรุ่งขึ้น ให้เป็นไปตามประกาศจัดหวัดภายใต้หลักเกณฑ์ที่ปลัดกระทรวงมหาดไทยกำหนดต่อไป

น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า การดำเนินการเสนอร่างกฎกระทรวงฉบับนี้ เป็นไปตามที่ ครม. ได้มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยเป็นหน่วยงานหลักในการประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการวางหลักเกณฑ์ การขยายเวลาให้สถานบริการในพื้นที่ท่องเที่ยวเปิดบริการได้ถึง 04.00 น. ของวันรุ่งขึ้น ซึ่งนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ได้กำกับและเร่งรัดหน่วยงานดำเนินการให้เป็นไปตามนโยบายกระตุ้นการท่องเที่ยวของรัฐบาล ขณะเดียวกันได้กำชับให้ทุกขั้นตอนดำเนินตามกฎหมาย มีรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ประเมินผลกระทบทั้งมิติสังคม เศรษฐกิจอย่างรอบด้าน

โดยก่อนที่จะยกร่างกฎกระทรวงฯ และนำเสนอต่อ ครม. กระทรวงมหาดไทย ได้มีหนังสือถึงผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เพื่อแจ้งผู้บัญชาการตำรวจนครบาลในฐานะเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยสถานบริการในท้องที่กรุงเทพมหานคร และผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ในฐานะพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยสถานบันเทิงในท้องที่จังหวัดนั้น ๆ ให้จัดทำการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ตลอดจนผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในพื้นที่ และกรมการปกครองได้ออกประกาศเรื่อง การรับฟังความคิดเห็นร่างกฎกระทรวงฯ ลงวันที่ 3 พ.ย. 66 เพื่อกำหนดวิธีการรับฟังความคิดเห็นผ่านระบบออนไลน์เป็นเวลา 15 วัน ตั้งแต่วันที่ 3-17 พ.ย. 66 เพื่อประกอบการยกร่างกฎหมาย

นอกจากนี้ กรมการปกครองได้ทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจะเกิดขึ้นจากร่างกฎกระทรวงฯ ซึ่งเป็นการดำเนินตามพระราชบัญญัติหลักเกณฑ์การจัดทำร่างกฎหมายและการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย พ.ศ. 2562 ด้วยแล้ว

หลังครม.เห็นชอบร่างกฎกระทรวงฯจะส่งให้ คณะกรรมการกฤษฎีกา ตรวจสอบอีกครั้ง หากไม่มีอะไรแก้ไข ก็จะส่งให้ รมว.มหาดไทยลงนามคำสั่งประกาศ โดยให้มีผลบังคับใช้ในวันที่ 15 ธันวาคม ตรงความต้องการของนายกรัฐมนตรี