ค้นหาข่าวใน CM108
หน้าแรก / ข่าวทั่วไทย
ข่าวทั่วไทย

“หมอเก่ง” ซักฟอก “อนุทิน” จงใจสร้างสุญญากาศทางกฎหมายคุมกัญชา เอาชีวิตประชาชนมาเสี่ยง ชี้ต้องมีการควบคุมอย่างเหมาะสม กัญชามีประโยชน์ แต่ก็มีโทษเช่นกัน

“หมอเก่ง” ซักฟอก “อนุทิน” จงใจสร้างสุญญากาศทางกฎหมายคุมกัญชา เอาชีวิตประชาชนมาเสี่ยง ชี้ต้องมีการควบคุมอย่างเหมาะสม กัญชามีประโยชน์ แต่ก็มีโทษเช่นกัน

วันที่ 19 ก.ค. 65 นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล อภิปรายไม่ไว้วางใจ อนุทิน ชาญวีรกูล ระบุว่า ช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา กัญชาเป็นยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 5 จนมีการเริ่มปลดล็อกกัญชาเพื่อการแพทย์ตั้งแต่ 8 กุมภาพันธ์ 2562 ก่อนที่อนุทิน ชาญวีรกุล เข้ามาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2562 และเดินหน้าปลดล็อกกัญชา ‘เพื่อการแพทย์’ อย่างแข็งขัน โดยวันที่ 14 ธันวาคม 2563 ได้ออกประกาศกระทรวงสาธารณสุข ว่า วัตถุหรือสารในพืชกัญชา ที่ได้รับอนุญาตให้ผลิตในประเทศ และมีสาร THC ไม่เกิน 0.2% ไม่จัดเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 5

ต่อมา มีการประกาศให้ใช้ พ.ร.บ.ให้ใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติดฯ ในวันที่ 8 พฤศจิกายน 2564 ซึ่งประมวลกฎหมายยาเสพติดฯ ฉบับใหม่นั้นให้อำนาจรัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขสามารถระบุชื่อยาเสพติดให้โทษได้ อนุทิน จึงออกประกาศกระทรวงสาธารณสุขในวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2565 เรื่อง ระบุชื่อยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 พ.ศ. 2565 โดยไม่ได้รวมส่วนของพืชกัญชา เช่น ดอก กิ่ง ก้าน ราก ใบ เข้าเป็นยาเสพติดให้โทษ แต่เฉพาะสารสกัดจากทุกส่วนของพืชกัญชาหรือกัญชงที่มี THC เกิน 0.2% และไม่ได้รับอนุญาตให้สกัด หรือสารสกัดจากเมล็ดกัญชากัญชงที่ปลูกในต่างประเทศ ที่ยังถือเป็นยาเสพติดให้โทษ โดยประกาศดังกล่าวมีผลใช้บังคับเมื่อพ้น 120 วันหลังประกาศในราชกิจจานุเบกษา

แต่หลังวันที่ 9 มิถุนายน 2565 เมื่อพืชกัญชาและกัญชงถูกปลดล็อกไปแล้ว แต่กลับไม่มีกฎกระทรวง หรือกฎหมายย่อยใดๆ เข้ามาควบคุมการใช้ประโยชน์ทางสันทนาการ ทั้งอายุของผู้ครอบครอง การซื้อขาย หรือการควบคุมการใช้ส่วนของกัญชานอกเหนือจากจุดประสงค์ทางการแพทย์เกิดเป็น ‘สุญญากาศทางกฎหมาย’

เมื่อถูกวิจารณ์หนักเข้า อนุทิน จึงออกประกาศปาหี่ตบตาประชาชน แสร้งว่ามีการควบคุมแล้ว ด้วยประกาศเป็นเหตุรำคาญ ซึ่งไม่มีสภาพบังคับใช้จริง และประกาศเป็นสมุนไพรควบคุม ซึ่งห้ามสูบในที่สาธารณะ ห้ามจำหน่ายให้กับคนอายุต่ำกว่า 20 ปี และห้ามใช้กับสตรีมีครรภ์เท่านั้น ไม่ได้ห้ามการใช้เพื่อสันทนาการและการใช้เพื่อจุดประสงค์อื่นๆ นอกเหนือจากเพื่อการแพทย์อีกเหมือนเดิม

นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล ตั้งข้อสังเกตในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ อนุทิน ชาญวีรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ว่า อนุทิน จงใจสร้างสุญญากาศทางกฎหมาย เพราะในระหว่างที่ปลดล็อกกัญชาอย่างแข็งขัน กลับเพิ่งยื่น ร่าง พ.ร.บ. กัญชา กัญชง เข้าสภาในวันที่ 26 มกราคม 2565 ทั้งที่ก็รู้กระบวนการว่าร่างฯ เกี่ยวด้วยการเงินต้องส่งให้นายกรัฐมนตรีในวันที่ 9 กุมภาพันธ์ เมื่ออนุมัติและส่งกลับมาที่สภาก็ปิดสมัยประชุม ทำให้เพิ่งจะได้บรรจุเข้าวาระปลายเดือนพฤษภาคม และรัฐสภาพิจารณาตั้งคณะกรรมาธิการพิจารณากฎหมายในวันที่ 8 มิถุนายน 2565 หรือเพียง 1 วันก่อนครบกำหนด 120 วันที่จะถอดกัญชาออกจากยาเสพติดฯ

“ทำไมท่านไม่แก้ไขประกาศสาธารณสุขวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ยืดระยะเวลาออกไปจาก 120 วัน แค่นั้นเอง หรือหลังจากวันที่ 8 กุมภาพันธ์เห็นแล้วว่ากฎหมายผ่านไม่ทัน ท่านก็แค่ยกเลิกประกาศให้ใช้ประกาศเดิม รอจนกว่าจะมีกฎหมายควบคุมกัญชาแต่ท่านไม่ทำ” นพ. วาโย กล่าว

แล้วหลุมดำทางกฎหมายนี้ทำขึ้นมาเพื่อใคร? ที่ผ่านมา อนุทิน ส่งเสริมการผลิตกัญชา โดยผูกให้วิสาหกิจชุมชน 1 แห่งทำร่วมกับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) 1 แห่งเท่านั้น และให้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เป็นผู้รับซื้อ แต่สุดท้าย อย. ไม่ได้รับซื้อในจำนวนที่คาดไว้ เพราะหมอไม่ใช้ นักวิจัยไม่เขียนโครงการ จึงต้องหาช่องทางปล่อยของ ให้นายทุนได้กอบโกยให้มากที่สุดในช่วงสุญญากาศนี้

อีกทางหนึ่ง ก็ยังตั้ง KPI หรือเกณฑ์วัดผลของกระทรวงสาธารณสุขให้โรงพยาบาลสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สป.สธ.) และสังกัดกรมวิชาการ รวมถึงสถานพยาบาลเอกชนจะต้องมีคลินิกกัญชาทางการแพทย์ให้ได้จำนวนตามเป้า ซึ่งจะเพิ่มดีมานด์กัญชาเพื่อการแพทย์อีกด้วย

นพ. วาโย ย้ำว่า พรรคก้าวไกลสนับสนุนการปลดล็อกกัญชาทั้งทางการแพทย์และเพื่อสันทนาการ แต่จำเป็นต้องมีการควบคุมอย่างเหมาะสม เพราะแม้กัญชาจะมีประโยชน์ในการรักษาบางโรค แต่ก็มีหลักฐานยืนยันโทษของกัญชาเช่นกัน โดยเฉพาะกับพัฒนาการของเด็กและเยาวชน และการไม่ควบคุมกัญชายังอาจกระทบกับการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจไทยมหาศาลอีกด้วย

SPACLEAN Thailand ผู้สนับสนุน CM108