22 ต.ค. 69 – นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (คณะกรรมการ ป.ป.ส.) ครั้งที่ 3/2569 ณ ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม
นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่า รัฐบาลยังคงเดินหน้าแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างเต็มที่ โดยให้ความสำคัญกับการสกัดกั้นยาเสพติดตั้งแต่ต้นทาง โดยเฉพาะการเร่งดำเนินการต่อแหล่งผลิตยาเสพติดก่อนลำเลียงเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย ทั้งนี้ ได้หารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประสานความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหายาเสพติดที่เชื่อมโยงกันในระดับภูมิภาค
นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจปราบปรามยาเสพติดติดตามและสกัดกั้นการลักลอบขนยาเสพติดในพื้นที่อำเภอเขาย้อย จังหวัดเพชรบุรี โดยระหว่างเข้าจับกุมเกิดเหตุยิงปะทะ ส่งผลให้ผู้ต้องสงสัยเสียชีวิต 2 ราย และเจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดไอซ์ได้จำนวนมาก ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจนับและตรวจสอบรายละเอียดอย่างเป็นทางการ เพื่อขยายผลตามกระบวนการต่อไป
นายกรัฐมนตรีกล่าวชื่นชมและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายที่ทุ่มเทปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังในการสกัดกั้นขบวนการค้ายาเสพติด โดยระบุว่าภารกิจดังกล่าวมีความเสี่ยงสูง ต้องอาศัยทั้งความกล้าหาญ ความรอบคอบ และความเป็นมืออาชีพ พร้อมฝากความห่วงใยถึงเจ้าหน้าที่ทุกนาย ให้ดูแลความปลอดภัยของตนเองและเพื่อนร่วมงานอย่างเต็มที่ และปฏิบัติหน้าที่ภายใต้กรอบกฎหมายอย่างเคร่งครัด
สำหรับการแก้ไขปัญหาผู้เสพยาเสพติด นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า กรณีผู้เสพที่ครอบครองยาเสพติด เมื่อถูกจับกุมจะเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษา แต่พบว่าบางรายกลับมากระทำผิดซ้ำหลังผ่านการบำบัดแล้ว จึงเห็นควรศึกษาเหตุปัจจัยให้รอบด้าน เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
นายเอกภพกล่าวว่า ที่ประชุมร่วมกันพิจารณาแนวทางการกำหนดนโยบายกัญชา เพื่อให้การกำหนดนโยบายด้านกัญชาของประเทศไทยเป็นไปอย่างสมดุล โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชน การใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ และการป้องกันการนำกัญชาไปใช้ในทางที่ผิด โดยมีจุดยืนเชิงนโยบาย 4 ประการ ได้แก่
1) ไม่สนับสนุนการใช้กัญชาเพื่อการนันทนาการในทุกรูปแบบ เนื่องจากอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ความปลอดภัยของประชาชน และก่อให้เกิดปัญหาทางสังคม
2) สนับสนุนการใช้กัญชาทางการแพทย์ ทั้งแพทย์แผนไทยและแผนปัจจุบัน โดยจะสนับสนุนให้มีการใช้ประโยชน์และพัฒนาการทางวิชาการ เพื่อให้ต่อยอดไปสู่การสร้างมูลค่าทางด้านเศรษฐกิจจากกัญชาทางการแพทย์
3) ดำเนินมาตรการป้องกันและควบคุมมิให้มีการนำกัญชาไปใช้ในทางที่ผิด อันอาจนำไปสู่การแพร่ระบาดของกัญชา โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กและเยาวชน
4) ปราบปรามเครือข่ายอาชญากรรม และกลุ่มลักลอบค้ากัญชาผิดกฎหมาย ทั้งภายในและระหว่างประเทศ โดยให้เสนอมติคณะกรรมการ ป.ป.ส. ต่อสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติควบคุมกัญชา ของกระทรวงสาธารณสุข
นอกจากนี้ ที่ประชุมเห็นชอบในหลักการร่างแผนปฏิบัติการป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติด ปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 เพื่อรองรับการขับเคลื่อนนโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยการป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติด (พ.ศ. 2566–2570) รวมถึงนำนโยบายรัฐบาลไปสู่การปฏิบัติ โดยกำหนดกรอบมาตรการ 6 ด้าน ได้แก่
1. มาตรการป้องกันยาเสพติด
2. มาตรการปราบปรามยาเสพติด
3. มาตรการยึดทรัพย์สินคดียาเสพติด
4. มาตรการแก้ไขปัญหาผู้เสพและผู้ติดยาเสพติด
5. มาตรการความร่วมมือระหว่างประเทศ
6. มาตรการบริหารจัดการ
เพื่อให้ทุกหน่วยงานนำไปใช้เป็นแนวทางในการจัดทำแผนปฏิบัติการของหน่วยงานต่อไป
ขณะเดียวกัน ที่ประชุมเห็นชอบในหลักการร่างแผนยุทธการในการประกาศสงครามยาเสพติด ระยะ 6 เดือน โดยกำหนดแนวทางดำเนินงานภายใต้ 4 มาตรการ ได้แก่
1. การสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด รวมถึงการขยายผลด้านทรัพย์สิน
2. การแก้ไขปัญหาผู้เสพและผู้ติดยาเสพติด
3. การดำเนินการต่อเจ้าหน้าที่ของรัฐ
4. การเพิ่มแรงจูงใจในการปฏิบัติงานด้านยาเสพติด
โดยให้เสนอร่างคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แผนยุทธการในการประกาศสงครามยาเสพติด ระยะ 6 เดือน ให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาลงนาม เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและลดผลกระทบที่ประชาชนได้รับจากปัญหายาเสพติด โดยมุ่งลดจำนวนผู้ค้าและปริมาณยาเสพติด ดำเนินการกับเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องหรือปล่อยปละละเลยให้มีการกระทำความผิด ตลอดจนแก้ไขปัญหาผู้เสพและผู้ติดยาเสพติดที่ครอบครองยาเสพติดจนส่งผลกระทบต่อชุมชน
