ค้นหาข่าวใน CM108
หน้าแรก / ข่าวเชียงใหม่
ข่าวเชียงใหม่

(มีคลิป Video) กรมชลฯ ติดตามสถานการณ์ภัยแล้งอ่างเก็บน้ำห้วยปุ๊ตอนบน อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ ยันน้ำพอใช้ในพื้นที่สวนลำไยเกษตรกรนับหมื่นไร่

(มีคลิป Video) กรมชลประทานลงพื้นที่ ติดตามสถานการณ์ภัยแล้งอ่างเก็บน้ำห้วยปุ๊ตอนบน อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ ยันน้ำพอใช้ในพื้นที่สวนลำไยเกษตรกรนับหมื่นไร่

     เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 15 มกราคม 2563 รายงานข่าวแจ้งว่า ที่บริเวณสำนักงานโครงการพัฒนาเบ็ดเสร็จฯ อ่างเก็บน้ำห้วยปุ๊ตอนบน อ.จอมทอง อ.เชียงใหม่ นายสุดชาย พรหมมลมาศ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 1 พร้อมด้วยคณะทำงาน ได้ร่วมกันลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการจัดทำแผนการพัฒนาและการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างเป็นระบบ โครงการพัฒนาเบ็ดเสร็จลุ่มน้ำสาขาแม่น้ำปิง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ซึ่งเป็นโครงการที่ดำเนินการครอบคลุมพื้นที่อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ และอำเภอบ้านโฮ่ง จังหวัดลำพูน

     โดยหลังการสำรวจครั้งนี้ ทางด้าน ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 1 เปิดเผยว่า โครงการพัฒนาเบ็ดเสร็จลุ่มน้ำสาขาแม่น้ำปิง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ มีแหล่งเก็บกักน้ำที่ก่อสร้างมานานถึง 36 ปี โครงการฯ ประกอบด้วยอ่างเก็บน้ำ 22 แห่ง บ่อบาดาล 42 บ่อ สระเก็บน้ำ 24 แห่ง ประตูระบายน้ำ 4 แห่ง และสถานีสูบน้ำจากแม่น้ำปิงอีก 8 แห่ง สามารถสนับสนุนพื้นที่เกษตรกรรมได้ 2 จังหวัด 3 อำเภอ 4 ตำบล ประกอบด้วย ต.บ้านโฮ่ง ต.หนองปลาสวาย อ.บ้านโฮ่ง จังหวัดลำพูน ต.บ้านแปะ ต.แม่สอย อ.จอมทอง และ ต.บ้านตาล อ.ฮอด จังหวัดเชียงใหม่ สภาพโดยรวมในปัจจุบันอ่างเก็บน้ำชำรุดทรุดโทรมอย่างมาก บางแห่งมีปัญหาการรั่วซึมจึงไม่สามารถกักเก็บน้ำไว้ได้ บางแห่งตัวอ่างมีลักษณะตั้งฉากกับแนวฝนในพื้นที่ทำให้ไม่สามารถเก็บน้ำได้เต็มความจุ รวมถึงหัวงานบางแห่งไม่มีอาคารประกอบและระบบส่งน้ำเดิมที่ใช้อยู่เกิดการชำรุดและใช้งานได้ไม่ดี ทำให้ไม่สามารถเก็บกักน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพตามความจุอ่างที่มีอยู่ ส่งผลให้ในพื้นที่ทั้ง 4 ตำบล ประสบปัญหาภัยแล้งเกือบทุกปี

     ดังนั้นกรมชลประทานเห็นถึงปัญหาเหล่านี้ จึงมอบหมายให้ กลุ่มบริษัทที่ปรึกษาประกอบด้วย บริษัท ทีม คอนซัลติ้ง เอนจิเนียริ่ง แอนด์ แมเนจเมนท์ จำกัด (มหาชน) บริษัท โพธิศิรินทร์ ไทยคอนซัลแต๊นท์ จำกัด และ บริษัท ทีแอลที คอนซัลแตนส์ จำกัด ทำการศึกษาหาแนวทางปรับปรุงเพื่อให้สามารถใช้งานได้ดังเดิม โดยการจัดทำแผนแม่บทการปรับปรุงอ่างเก็บน้ำในภาพรวมทั้งหมด และจะคัดเลือกโครงการมาทำการศึกษาความเหมาะสมจำนวน 1 โครงการ เพื่อนำไปดำเนินการให้เกิดผลโดยเร็ว โดยการศึกษาครั้งนี้จะจัดการประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชนผู้มีส่วนได้เสียทุกขั้นตอน จำนวน 4 ครั้ง เพื่อให้ได้แผนการปรับปรุงที่เหมาะสมทั้งด้านวิชาการและเป็นที่ยอมรับของประชาชน โดยกรมชลประทานและกลุ่มบริษัทที่ปรึกษาได้จัดประชุมรับฟังความคิดเห็นไปแล้ว 2 ครั้ง

     ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 1 กล่าวตเพิ่มเติมอีกว่า การจัดทำแผนแม่บทตามโครงการฯ นี้ มีกรอบเวลาในการทำงานรวม 540 วัน ซึ่งจะสิ้นสุดการดำเนินการตามสัญญาจ้างในวันที่ 30 ก.ย. 63 นี้ โดยทำการศึกษาและจัดทำแผนหลักการพัฒนาและบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ศึกษาและจัดทำรายงานความเหมาะสม และการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม กระบวนการทั้งหมดแล้วเสร็จภายในกันยายนนี้ ซึ่งจะได้แนวทางการพัฒนาพื้นที่ทั้งโครงการเบ็ดเสร็จลุ่มน้ำสาขาแม่น้ำปิง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ที่เป็นไปตามหลักวิชาการและสอดคล้องกับความต้องการของชุมชน สามารถบรรเทาปัญหาการขาดแคลนน้ำได้

     ทั้งนี้กล่าวให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือ หลังจากที่ทำการศึกษาเสร็จ แผนหลักที่ว่านั้นจะตอบโจทย์การแก้ปัญหาภัยแล้ง ในพื้นที่บริการทั้ง 4 ตำบลนี้ได้ในระดับที่ประชาชนในพื้นที่ต้องการ จะมีรูปแบบในการปรับปรุงอ่างเก็บน้ำทั้ง 22 แห่งให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น รวมถึงระบบต่างๆ อาทิ แก้ไขการรั่วซึมของอ่างฯ ปรับปรุงอาคารประกอบที่ชำรุดทรุดโทรม การเพิ่มปริมาณน้ำในอ่างฯ โดยการยกระดับสันเขื่อนและทางระบายน้ำล้น และการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำใหม่ในบริเวณอ่างเก็บน้ำเดิม เหล่านี้ประชาชนผู้มีส่วนได้เสียที่เข้าร่วมการประชุมเห็นด้วยกับแนวทางการปรับปรุงอ่างเก็บน้ำและพร้อมที่จะจัดตั้งกลุ่มเพื่อร่วมกันบริหารจัดการน้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุด ผลจากการปรับปรุงอ่างเก็บน้ำตามที่กล่าวมา จะทำให้มีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นอีกราว 9 ล้านลูกบาศก์เมตร รวมปริมาณน้ำทั้งหมดเก็บได้ราว 20 ล้านลูกบาศก์เมตร สามารถส่งน้ำให้พื้นที่เกษตรกรรมได้ประมาณ 15,000 ไร่ ซึ่งตรงนี้จะตอบโจทย์การแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำ ปัญหาภัยแล้งซ้ำซากในพื้นที่อย่างเช่นที่ประสบอยู่ในปีนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม

SPACLEAN Thailand ผู้สนับสนุน CM108