7 ก.ค. 69 – มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลสำรวจพฤติกรรมการใช้จ่ายของประชาชนในช่วงวันแม่แห่งชาติ ปี 2569 พบว่า เม็ดเงินสะพัดในช่วงเทศกาลวันแม่คาดว่าจะอยู่ที่ 11,139 ล้านบาท สูงที่สุดในรอบ 7 ปี แม้จะขยายตัวจากปีก่อนเพียง 0.7% สะท้อนบรรยากาศการใช้จ่ายที่ยังคงคึกคักในระดับใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา แต่ผู้บริโภคยังคงระมัดระวังการใช้จ่าย ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ และการที่วันแม่ปีนี้ตรงกับวันหยุดกลางสัปดาห์ ซึ่งไม่เชื่อมต่อกับวันหยุดเสาร์-อาทิตย์
รองศาสตราจารย์ ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ เปิดเผยว่า ผลสำรวจทัศนคติและพฤติกรรมการใช้จ่ายของประชาชนในช่วงวันแม่ ปี 2569 คาดว่าจะมีเงินสะพัดรวม 11,139 ล้านบาท นับเป็นมูลค่าสูงสุดในรอบ 7 ปี อย่างไรก็ตาม การเติบโตยังอยู่ในระดับต่ำ เนื่องจากผู้บริโภคยังคงระมัดระวังการใช้จ่าย และเลือกใช้เงินกับกิจกรรมที่จำเป็นมากขึ้น

ด้านอาจารย์อุมากมล สุนทรสุรัติ ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า ผลสำรวจพฤติกรรมการซื้อของขวัญวันแม่ พบว่า 40.9% ของประชาชนระบุว่าจะไม่ซื้อของขวัญให้แม่ ขณะที่ 20.7% เลือกซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ 20.0% ซื้อทั้งออนไลน์และออฟไลน์ และ 18.4% ซื้อจากร้านค้าออฟไลน์
ปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้า ได้แก่ โปรโมชั่น เป็นอันดับหนึ่ง รองลงมาคือ คุณภาพสินค้า ราคา และความน่าเชื่อถือของร้านค้า ส่วนของขวัญยอดนิยมที่มอบให้คุณแม่ ได้แก่ พวงมาลัยและดอกไม้ รองลงมาคือ ผลิตภัณฑ์บำรุงร่างกาย วิตามินและยา เครื่องนุ่งห่มและรองเท้า สลากกินแบ่งรัฐบาล รวมถึงเงินสดและทองคำ
สำหรับกิจกรรมที่ประชาชนวางแผนทำร่วมกับคุณแม่ในวันแม่ พบว่า 52.1% ตั้งใจพาแม่ไปรับประทานอาหาร โดยใช้จ่ายเฉลี่ย 2,374 บาท เพิ่มขึ้น 0.5% รองลงมา 36.6% วางแผนพาแม่ไปทำบุญ ใช้จ่ายเฉลี่ย 1,315 บาท เพิ่มขึ้น 1.9% ขณะที่ 33.1% จะพาแม่ไปทำกิจกรรมนอกบ้าน ใช้จ่ายเฉลี่ย 1,669 บาท เพิ่มขึ้น 1.6% และ 17.5% เลือกใช้เวลาร่วมกันที่บ้าน ใช้จ่ายเฉลี่ย 294 บาท ลดลง 1.3%
































