ตำรวจเตือน “ผลิต-นำเข้าสู่ระบบสาธารณะ-แชร์-ครอบครองสื่อลามก” ผิดกฎหมายโทษหนัก จำคุก-ปรับ

6

26 พ.ค. 69 – พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีความห่วงใยพี่น้องประชาชนจากปัญหาการผลิต การครอบครอง และการเผยแพร่สื่อลามกอนาจารบนโลกออนไลน์ ซึ่งปัจจุบันพบว่ามีผู้กระทำผิดจำนวนมาก ทั้งการทำเพื่อแสวงหาผลกำไร การแบล็กเมล์ข่มขู่ด้วยคลิปลับ การแอบล้วงข้อมูลส่วนตัว รวมถึงการแชร์ต่อหรือครอบครองสื่อลามกเด็กทั้งด้วยเจตนาหรือด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์

สำนักงานตำรวจแห่งชาติเตือน “ห้ามผลิต-แชร์-ครอบครองสื่อลามก” เพราะเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย มีโทษสูง โดยเฉพาะสื่อลามกอนาจารเด็ก ดังนี้

“ทำ ผลิต มีไว้เพื่อการค้า” – ผู้ใดทำ ผลิต มีไว้ นำเข้า ส่งออก หรือทำให้แพร่หลายซึ่งสื่อลามกอนาจาร เพื่อความประสงค์แห่งการค้าหรือเพื่อการแจกจ่าย มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 287 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

“นำเข้าสื่อลามกสู่ระบบสาธารณะ” – การนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใด ๆ ที่มีลักษณะอันลามกและข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 14 (3)

“ครอบครองสื่อลามกเด็ก” – ผู้ใดครอบครองสื่อลามกอนาจารเด็ก (บุคคลอายุต่ำกว่า 18 ปี) เพื่อแสวงหาประโยชน์ทางเพศสำหรับตนเองหรือผู้อื่น มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 287/1 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

“ส่งต่อสื่อลามกเด็ก” – ผู้ใดส่งต่อสื่อลามกอนาจารเด็กให้แก่ผู้อื่น มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 287/2 ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 3 ปี ถึง 10 ปี และปรับตั้งแต่ 60,000 บาท ถึง 200,000 บาท

“แชร์หรือส่งต่อสื่อลามกอนาจาร” – ผู้ใดที่เผยแพร่หรือส่งต่อข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่มีลักษณะอันลามก แม้ไม่ได้เป็นผู้ผลิตหรือผู้โพสต์คนแรก มีความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 14 (5) ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

หากพี่น้องประชาชนพบเห็นหรือมีเบาะแสเกี่ยวกับการกระทำผิดในลักษณะดังกล่าว สามารถแจ้งเบาะแสการกระทำความผิด สายด่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งดำเนินการสืบสวน บล็อคช่องทางการเผยแพร่ และจับกุมผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดต่อไป