รองผู้ว่าฯเชียงใหม่ เรียกตัวแทนผู้ประกอบการโรงแรม ร้านอาหาร หารือแนวทางมาตรการรับมือนักท่องเที่ยว ช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ หวั่นโควิดโอมิครอนลามเข้าพื้นที่ พบบางโรงแรมยังหละหลว

533

รองผู้ว่าฯเชียงใหม่ เรียกตัวแทนผู้ประกอบการโรงแรม ร้านอาหาร หารือแนวทางมาตรการรับมือนักท่องเที่ยว ช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ หวั่นโควิดโอมิครอนลามเข้าพื้นที่ พบบางโรงแรมยังหละหลวม ย้ำชัดเตรียมงัดมาตรการคาดโทษหากพบไม่ปฏิบัติตาม

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 28 ธ.ค. 64 ที่ห้องประชุม 1 ชั้น 2 อาคารอำนวยการ ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ นายวรวิทย์ ชัยสวัสดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานการจัดประชุมชี้แจง ทำความเข้าใจการดำเนินการตามมาตรการ Covid Free Setting ให้กับตัวแทน ผู้ประกอบการโรงแรม ร้านอาหาร ในพื้นที่อำเภอเมืองเชียงใหม่ เพื่อให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ในการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 และแนวทางการรับมือ ในช่วงของฤดูกาลท่องเที่ยว และเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้องรับปีใหม่ ที่ในช่วงดังกล่าวจะมีประชาชนและนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และต่างชาติเดินทางเข้ามาในพื้นที่เป็นจำนวนมากกว่าช่วงปกติ อีกทั้งจากการที่ทางจังหวัดเชียงใหม่ มีการตรวจพบผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอน จึงทำให้ต้องมีการหารือแนวทางในการดำเนินการให้เข้มงวด และได้ผลมากที่สุด

ndQW2V.jpg

สำหรับการนัดประชุมในวันนี้ ได้มีการเชิญตัวแทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน ที่ประกอบด้วย พญ.เสาวนีย์ วิบูลสันติ ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันและควบคุมโรคที่ 1 เชียงใหม่ , นายวัชรายุธ์ กัววงศ์ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเชียงใหม่ , นางละเอียด บุ้งศรีทอง นายกสมาคมโรงแรมไทย (ภาคเหนือตอนบน) รวมทั้งตัวแทนผู้ประกอบการโรงแรมที่พัก 34 แห่ง และร้านอาหาร 60 แห่ง ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ที่ส่วนใหญ่เข้าร่วมโครงการ test and go มาร่วมการประชุมและหารือและวางแนวทางปฏิบัติในการดำเนินการตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19

ndxMgN.jpg

โดยระหว่างการประชุม พญ.เสาวนีย์ วิบุลสันติ ผอ.สำนักงานป้องกันและควบคุมโรคที่ 1 เชียงใหม่ ได้มีการแจ้งต่อที่ประชุมว่า พบมีโรงแรมในโครงการชาร์มมิ่ง เชียงใหม่ ปล่อยละเลยและไม่เข้มงวดในมาตรการ test and go โดยพบว่า ทางโรงแรมไม่ได้ไปรับนักท่องเที่ยวที่ลงทะเบียนไว้ตามนัดหมาย ทำให้มีนักท่องเที่ยวตกค้างในสนามบิน และขณะที่รอนักท่องเที่ยวมารวมตัวกันครบ มีนักท่องเที่ยวบางคนแอบออกไปซื้อเครื่องดื่มในสนามบิน ซึ่งเป็นสิ่งไม่สามารถทำได้เนื่องจากว่า อยู่นอกเหนือข้อกำหนด และที่สำคัญที่สุด คือบางโรงแรมมีการปล่อยให้นักท่องเที่ยวออกมาจากโรงแรมทั้งที่ผลตรวจ RT-PCR ยังไม่ออก ซึ่งถ้านักท่องเที่ยวรายดังกล่าวติดเชื้อ จะทำให้เกิดความเสียหายต่อเศรษฐกิจการท่องเที่ยว และยิ่งถ้าพบว่าเป็นสายพันธุ์โอมิครอน จะยิ่งทำให้สถานการณ์การแพร่ระบาดอันตรายมากขึ้น

ndQdFQ.jpg

นอกจากนี้แล้ว ในช่วงที่ผ่านมาบางเที่ยวบินที่มาลงยังจังหวัดเชียงใหม่บางไฟลต์นักท่องเที่ยวก็ไม่พบกับพนักงานโรงแรมที่มารับ และเกิดการตกค้าง และต้องมีการโทรติดตามทางโรงแรมให้มารับ เนื่องจากจะไม่ปล่อยให้เดินทางโดยรถสาธารณะ หรือให้คนรู้จักมารับ ซึ่งเป็นอีกข้อที่พบเจอ ซึ่งในระหว่างดังกล่าว นักท่องเที่ยวจะต้องนั่งรออยู่กับที่จนกว่าจะมีเจ้าหน้าที่โรงแรมมารับ ซึ่งจะไม่สามารถออกไปซื้อเครื่องดื่ม หรือไปร้านค้าที่อยู่ในสนามบินไม่ได้ ซึ่งเป็นจุดที่อยากซักซ้อมทำความเข้าใจว่าต้องดำเนินมาตรการเหล่านี้ให้เข้มข้น เพื่อไม่ให้เกิดการหลุดรอดของเชื้อไวรัสเข้ามาในพื้นที่ ซึ่งพบว่าขณะนี้สถานการณ์จำนวนผู้ติดเชื้อก็ลดลงมากแล้ว แต่หากมาตรการตรงจุดนี้หละหลวมก็อาจทำให้เกิดการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสได้

ndQ7tS.jpg

ทั้งนี้หลังการประชุมหารือกับทางด้านตัวแทนของผู้ประกอบการโรงแรม และผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด ทางด้าน นายววิทย์ ชัยสวัสดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้เปิดเผยว่า การประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในเรื่องของโรงแรมที่พักและร้านอาหารในวันนี้ เพื่อเป็นการซักซ้อมทำความเข้าใจในแนวทางปฏิบัติ เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ เนื่องจากจังหวัดเชียงใหม่ถือเป็นหัวเมืองใหญ่ และมีเที่ยวบินตรงจากต่างประเทศเข้ามา และขณะนี้ก็มีการเดินทางเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 จึงเป็นมาตรการที่สำคัญในการควบคุมการแพร่ระบาดโดยเฉพาะขณะนี้ที่สถานการณ์การแพร่ระบาดในต่างประเทศ และในพื้นที่ประเทศไทย ก็พบการแพร่กระจายของเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่หรือสายพันธุ์โอมิครอน ที่มีการแพร่ระบาดได้อย่างรวดเร็ว

ขณะเดียวกันทางจังหวัดเชียงใหม่ก็มีความกังวลเกี่ยวกับการแพร่ระบาดที่เกิดขึ้น จึงได้มีการประชุมเพื่อซักซ้อม หารือ สร้างความเข้าใจและขอความร่วมมือกับทางผู้ประกอบการโรงแรมและร้านอาหารในพื้นที่ได้ช่วยกันปฏิบัติตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุขในการควบคุมโรค โดยเฉพาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาจากต่างประเทศทั้งในส่วนของนักท่องเที่ยวในโครงการ test and go และ sandbox โดยเน้นย้ำขอให้ทางผู้ประกอบการโรงแรมได้ปฏิบัติตามในเรื่องของการรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาในพื้นที่ โดยให้อยู่ในพื้นที่ seal Route ของโรงแรม และนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทย ทุกจังหวัดจะต้องมีการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ด้วย RT-PCR ก่อน และเมื่อเข้ามาในพื้นที่จังหวัดก็จะต้องผ่านการตรวจอีกครั้ง ก่อนจะเข้ามาท่องเที่ยวในพื้นที่ต่างๆ ของจังหวัดได้ ซึ่งเป็นมาตรการที่ให้ทุกโรงแรมถือปฏิบัติและจะต้องให้นักท่องเที่ยวอยู่ใน seal Route ก่อน และจะต้องมีการตรวจ RT-PCR กับทางโรงพยาบาลคู่สัญญาในจังหวัดเชียงใหม่ หากพบผลเป็นลบ (negative) นักท่องเที่ยวจึงจะสามารถออกจากโรงแรมและเดินทางท่องเที่ยวในพื้นที่ได้ แต่ก็ยังจะต้องมีการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ในวันที่ 5 ซึ่งเป็นการตรวจซ้ำในโรงพยาบาลคู่สัญญา หรือโรงพยาบาลชุมชนที่นักท่องเที่ยวเดินทางไปในสถานที่ดังกล่าว ทั้งในจังหวัดและต่างจังหวัด

รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวเพิ่มเติมว่า ส่วนในเรื่องของผู้ประกอบการร้านอาหารในจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งทางจังหวัดได้มีการประกาศมาตรการผ่อนคลายที่อนุญาตให้ประชาชนสามารถนั่งทางอาหาร และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ช่วงระยะเวลาตั้งแต่ 17.00-23.00 น. ซึ่งเป็นมาตรการที่ทุกร้านจะต้องปฏิบัติตามเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยอย่างไรก็ตาม ต้องขอความร่วมมือกับทางผู้ประกอบการร้านอาหารทุกร้าน และจะมีการประเมินมาตรการความปลอดภัยทุก 14 วัน ซึ่งทางร้านอาหารทุกร้าน รวมไปถึงเจ้าของ พนักงาน และผู้เกี่ยวข้องในร้าน จะต้องมีการฉีดวัคซีนครบ 100 เปอร์เซ็นต์ และทางผู้มาเข้าใช้บริการก็จะต้องได้รับการฉีดวัคซีนเช่นกัน หรือหากไม่ได้รับการฉีดวัคซีนก็จะต้องได้รับการตรวจ ATK และในเรื่องของสถานที่ก็จะต้องดำเนินการตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข

ขณะที่ทางด้าน นางละเอียด บุ้งศรีทอง นายกสมาคมโรงแรมไทย (ภาคเหนือตอนบน) กล่าวว่า ในส่วนของความพร้อมในเรื่องมาตรการเข้มข้นการดูแลคนในพื้นที่ และบุคลากรในองค์กร รวมทั้งห่วงโซ่ของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวนั้น มีความเชื่อมั่นว่าผู้ประกอบการมีความกระตือรือร้นในการให้ความร่วมมือเรื่องของการดูแลเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และขณะเดียวกันก็ต้องดูแลเรื่องของสุขภาพที่ดีในการอยู่กับเชื้อไวรัสโควิด-19 ซึ่งในส่วนของการพบผู้ประกอบการบางส่วนที่อาจจะละเลยการสร้างความเข้าใจให้กับทีมงาน แต่อย่างไรก็ตามก็มีการสื่อสารกับโรงแรมที่อยู่ในกลุ่มสมาชิกและไม่ใช่กลุ่มสมาชิกอยู่แล้ว ขณะที่การปฏิบัติตาม test and go หากมีการปล่อยปละละเลยก็มีแนวทางปฏิบัติในการคาดโทษ เนื่องจากที่ผ่านก็มีกรณี ภูเก็ตโมเดล ที่มีผู้ประกอบการบางรายละเลยไม่ใส่ใจในการดูแลบุคลากรของตัวเองเพื่อจะถ่ายทอดหรือควบคุมให้นักท่องเที่ยวที่อาจมีความเสี่ยง แต่อย่างไรก็ตามก็อยากให้มีมาตรฐานหรือมาตรการในการควบคุมบุคลากร และอยากให้มีความเข้มข้นในการควบคุมมากขึ้น

Facebook Comments