สภาพอากาศที่แปรปรวนในปัจจุบันทำให้การวางแผนชีวิตประจำวันกลายเป็นเรื่องจำเป็น กรมอุตุนิยมวิทยาจึงได้แนะนำเครื่องมือสำคัญอย่าง “เรดาร์ฝน” ผ่านแอปพลิเคชัน “TMD พยากรณ์” เพื่อให้ประชาชนสามารถตรวจเช็กกลุ่มฝนล่วงหน้าได้อย่างแม่นยำและสะดวกสบาย—
เรดาร์ฝน คือ เครื่องมือที่ใช้ตรวจจับกลุ่มฝนจากการสะท้อนของคลื่นวิทยุ โดยจะประมวลและแสดงผลเป็น “แถบสี” บนแผนที่ เพื่อระบุตำแหน่ง ความแรง และทิศทางการเคลื่อนตัวของกลุ่มฝนได้อย่างชัดเจน
เรดาร์ฝนจะแสดงระดับความเข้มข้นและความรุนแรงของฝนผ่าน “เฉดสี” โดยใช้หลักการจำง่าย ๆ คือ “ยิ่งสีเข้มมาก = ฝนยิ่งแรง” ซึ่งแบ่งตามระดับปริมาณน้ำฝนได้ดังนี้:
- สีฟ้า (ไม่มีฝนตก): ท้องฟ้าโปร่ง แดดออก หรืออาจมีเมฆบางส่วน ฟ้าหลัว แต่ยังไม่มีฝนที่ชัดเจน
- สีเขียว (ฝนตกเล็กน้อย / ฝนโปรยปราย – ไม่ถึง 3 มม./ชม.): ฝนตกเบา ๆ สภาพอากาศชื้น อาจเปียกเล็กน้อย สามารถเดินทางได้แต่ควรพกร่มติดตัว
- สีเหลือง (ฝนปานกลาง – 3 ถึง 12 มม./ชม.): มีเมฆหนาแน่นและเริ่มมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ถนนเริ่มลื่น ทัศนวิสัยลดลง ควบขับขี่ด้วยความระมัดระวัง
- สีส้ม (ฝนค่อนข้างหนัก – 12.50 ถึง 50 มม./ชม.): ฝนตกต่อเนื่องเป็นเวลานาน อาจเริ่มมีน้ำขังในบางจุด ควรหลีกเลี่ยงเส้นทางพื้นที่ลุ่มต่ำ
- สีแดง (ฝนหนักมาก – 50 ถึง 100 มม./ชม.): ฝนตกหนักและรุนแรง เสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมขัง น้ำระบายไม่ทัน และทัศนวิสัยในการมองเห็นต่ำมาก
- สีม่วง / ชมพูอ่อน (ฝนหนักมากที่สุด / กลุ่มฝนรุนแรงมาก – มากกว่า 100 มม./ชม.): มีฝนกระหน่ำตกหนักมาก เสี่ยงต่อน้ำท่วมฉับพลัน ลมกระโชกแรง และอาจเกิดพายุฝนฟ้าคะนองรุนแรง

การติดตามเรดาร์ไม่ควรดูเฉพาะตำแหน่งปัจจุบัน แต่ควรสังเกตความเคลื่อนไหวด้วยเทคนิคต่อไปนี้:
1. สังเกตการเคลื่อนที่: หากกลุ่มฝนสีเขียวหรือสีเหลืองกำลังเคลื่อนเข้ามาในพื้นที่ของเรา แสดงว่ามีโอกาสฝนจะตกในไม่ช้า
2. สังเกตการขยายตัว: หากพื้นที่สีส้มหรือสีแดงขยายตัวกว้างขึ้น แสดงว่ากลุ่มฝนกำลังทวีความรุนแรงมากขึ้น
3. สังเกตทิศทางขาออก: หากกลุ่มฝนเริ่มเคลื่อนที่ผ่านออกไป ฝนในพื้นที่จะเริ่มเบาลงหรือหยุดตกในที่สุด
4. ดูทิศทางควบคู่กับสี: ให้ความสำคัญกับ “ทิศทางการเคลื่อนตัว” ของกลุ่มก้อนเมฆฝนร่วมกับการดูสี ไม่ควรมองแค่จุดที่ฝนตกอยู่ ณ ขณะนั้น
