ประเพณีสิบสองเป็ง เป็นประเพณีทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปหาผู้ที่ล่วงลับในวันเพ็ญเดือนสิบสองเหนือ หรือเดือนสิบของภาคกลาง โดยเชื่อกันว่าในวันดังกล่าว พญายมราชได้ปลดปล่อยวิญญาณของผู้ตายให้กลับมาสู่โลกมนุษย์เพื่อรับเอาส่วนกุศลผลบุญจากญาติพี่น้อง จึงนิยมไปทำบุญที่วัดอย่างมากมายเป็นกรณีพิเศษ สำหรับปีนี้ ตรงกับวันเสาร์ที่ 26 กันยายน 2569 (15 ค่ำ เดือน 12)
ในสมัยพุทธกาล พระเจ้าพิมพิสารมีพระราชศรัทธาในพระพุทธเจ้าเป็นอย่างยิ่ง ทรงได้สดับพระธรรมเทศนาจนบรรลุธรรมขั้นโสดาปัตติผล และถวายไทยธรรมแด่พระพุทธเจ้าและพระสาวกเป็นประจำ แต่ไม่เคยอุทิศส่วนกุศลให้แก่ญาติผู้ล่วงลับ
ครั้งหนึ่งฝูงเปรตผู้เป็นญาติรู้สึกเสียใจที่ไม่ได้รับส่วนกุศล พอตกเพลาราตรีจึงสำแดงกายส่งเสียงร้องโหยหวนเป็นที่น่าสะพรึงกลัวตลอดทั้งคืน พระเจ้าพิมพิสารมิทราบเหตุจึงทูลถามพระพุทธเจ้า เมื่อพระพุทธองค์ทรงสำแดงเหตุให้ทราบ ตั้งแต่นั้นมาพระเจ้าพิมพิสารจึงอุทิศส่วนกุศลให้ทุกครั้งเมื่อถวายไทยธรรม โดยผ่านการหลั่งน้ำทักษิโณทก ทำให้เปรตทั้งหลายได้รับแล้วพ้นจากทุกขภาวะ
เช้ามืดของวันขึ้น 15 ค่ำ ที่วัดจะคราคร่ำไปด้วยผู้คน ต่างคนต่างจัดอาหารและสิ่งของเป็นสำรับ แต่ละสำรับอุทิศให้ผู้ตายเป็นคนๆ ซึ่งบางครั้งถวายหลายครั้งตามจำนวนคน การถวายจะต้องเขียนชื่อเจ้าภาพพร้อมชื่อผู้ตายให้พระสงฆ์ เพราะเวลาพระให้พรจะได้กล่าวชื่อได้ถูกต้อง
นอกจากการทำบุญด้วยอาหารและไทยทานแล้ว ยังนิยมปฏิบัตินิมนต์พระแสดงพระธรรมเทศนาประกอบการรับไทยทาน ซึ่งมักเป็นคัมภีร์ที่มีเนื้อหาเอื้อต่อการได้รับกุศล เช่น ธรรมเปตพลี, ธรรมมาลัยโปรดโลก, ธรรมนิพพานสูตร เป็นต้น
ข้อมูล : สำนักส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมและล้านนาสร้างสรรค์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (ACCL CMU)
