คกก. ครอบครัวแห่งชาติ เคาะ 3 มาตรการ หนุนครอบครัวไทย ดัน “วันลาเพื่อครอบครัว” ให้คนทำงานดูแลครอบครัวได้

7
คลิกเพื่ออ่านสรุปประเด็นข่าว
สรุปประเด็นข่าว :
กยค. เคาะ 3 มาตรการหนุนครอบครัวไทย ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายและยุทธศาสตร์ครอบครัวแห่งชาติ (กยค.) เห็นชอบแนวทางยกระดับสถาบันครอบครัว เน้นการ “ป้องกันก่อนเกิดปัญหา” โดยตั้งเป้าเห็นผลเป็นรูปธรรมภายในไตรมาสหน้า
เตรียมปรับปรุงกฎหมายและระเบียบสิทธิประกันสังคมทั้งภาครัฐและเอกชน ให้ลูกจ้างสามารถลางานเพื่อดูแลคนในครอบครัวได้มากขึ้น พร้อมส่งเสริมการทำงานที่ยืดหยุ่น (เช่น WFH) เพื่อสร้างสมดุลชีวิตและการทำงาน
ยกระดับ “ศูนย์พัฒนาครอบครัวในชุมชน (ศพค.)” ให้เป็นกลไกหลักในการดูแลคนทุกช่วงวัย รองรับสังคมสูงวัยและครอบครัวข้ามรุ่น
เตรียมจัดสมัชชาครอบครัวระดับชาติ ปี 69 ชู 4 วาระหลักในการขับเคลื่อน ได้แก่ 1. สุขภาพจิตและความสัมพันธ์ 2. สร้างสภาพแวดล้อมที่เป็นมิตร 3. เสริมพลังเศรษฐกิจครอบครัว และ 4. สร้างภูมิคุ้มกันภัยออนไลน์ (Cyber Safe Family)

15 ส.ค. 69 – นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายและยุทธศาสตร์ครอบครัวแห่งชาติ (กยค.) ครั้งที่ 1/2569 โดยที่ประชุมเห็นชอบ 3 แนวทางสำคัญเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของสถาบันครอบครัวไทย ให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของสังคม ทั้งการสร้างสมดุลชีวิตการทำงานกับครอบครัว การยกระดับกลไกดูแลครอบครัวในระดับชุมชน และการสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยสำหรับสมาชิกทุกช่วงวัย

ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า การประชุมครั้งนี้มุ่งขับเคลื่อนนโยบายครอบครัวจากการรอแก้ปัญหาไปสู่การ ป้องกันก่อนเกิดปัญหา สร้างภูมิคุ้มกัน และเสริมพลังครอบครัว เพื่อให้ครอบครัวสามารถดูแลสมาชิกและรับมือกับความเสี่ยงรูปแบบใหม่ได้อย่างเหมาะสมสำหรับ 3 มาตรการสำคัญ ที่ กยค. เห็นชอบ มีดังนี้
1. “วันลาเพื่อครอบครัว” เพิ่มสิทธิ–เพิ่มความยืดหยุ่น ให้คนทำงานดูแลครอบครัวได้
ที่ประชุมเห็นชอบแนวทาง “คงระบบเดิม เพิ่มความชัดเจน” โดยมอบหมายกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาปรับปรุงกฎหมายและกฎระเบียบเกี่ยวกับการลาเพื่อครอบครัว ทั้งระเบียบการลาของข้าราชการ ระเบียบการจ่ายค่าจ้างลูกจ้างของส่วนราชการ และสิทธิประโยชน์ของพนักงานราชการ รวมถึงประสานกระทรวงแรงงานพิจารณาปรับปรุงกฎหมายคุ้มครองแรงงาน เพื่อให้การลาเพื่อครอบครัวครอบคลุมมากขึ้น
ที่สำคัญ ยังมีแนวทางปรับปรุงระบบประกันสังคมให้ครอบคลุม การสนับสนุนทางการเงินสำหรับลูกจ้างที่ลาเพื่อครอบครัว พร้อมสนับสนุนให้หน่วยงานมีระบบให้คำปรึกษาสำหรับพนักงานหรือบุคลากรที่ต้องดูแลสมาชิกในครอบครัว และนำเทคโนโลยีมาใช้สนับสนุนการทำงานที่ยืดหยุ่น เช่น การทำงานที่บ้านหรือการปฏิบัติงานนอกสถานที่ เพื่อให้คนวัยทำงานสามารถรับผิดชอบงานและดูแลครอบครัวไปพร้อมกันได้
2. “ศพค. ชุมชนนำ” เปลี่ยนชุมชนเป็นด่านหน้า ดูแลครอบครัวทุกช่วงวัย
กยค. เห็นชอบแนวทางยกระดับ ศูนย์พัฒนาครอบครัวในชุมชน (ศพค.) ให้เป็นกลไกสำคัญในการสร้างครอบครัวเข้มแข็ง โดยกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จะนำแนวคิด Social Lab มาใช้เป็นพื้นที่ทดลองรูปแบบการทำงานที่เหมาะกับบริบทของแต่ละชุมชน เป้าหมายคือพัฒนาไปสู่ “ศพค. แบบชุมชนนำ : ศพค. สร้างสุข ดูแลคนทุกช่วงวัย” รองรับทั้งครอบครัวข้ามรุ่นและสังคมสูงวัย ให้ชุมชนเข้ามามีบทบาทในการดูแลและเสริมพลังครอบครัวอย่างใกล้ชิด
3. “สมัชชาครอบครัวระดับชาติ 2569” ชู 4 วาระ ตั้งแต่สุขภาพใจถึงภัยออนไลน์
ที่ประชุมเห็นชอบกรอบการจัด สมัชชาครอบครัวระดับชาติ 2569 ภายใต้แนวคิด “สานพลังสร้างสุขในครอบครัว” โดยกำหนด 4 ประเด็นสำคัญ ได้แก่
• สร้างความสุขและความสัมพันธ์ในครอบครัว เน้นการสื่อสาร สุขภาพจิต และการใช้เวลาร่วมกัน
• สร้างสภาพแวดล้อมที่เป็นมิตรต่อครอบครัว ครอบคลุมบ้าน ชุมชน โรงเรียน ที่ทำงาน และพื้นที่สาธารณะ
• เสริมพลังเศรษฐกิจครอบครัว ทั้งการสร้างอาชีพ เพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย และสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ
• Cyber Safe Family สร้างความรู้และภูมิคุ้มกันให้สมาชิกในครอบครัวรู้เท่าทันและปลอดภัยจากภัยออนไลน์

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังรับทราบผลการติดตามการขับเคลื่อน แผนปฏิบัติการด้านครอบครัว พ.ศ. 2566–2570 ประจำปี 2568 ความคืบหน้าการปรับปรุงกฎหมายเกี่ยวกับความรุนแรงในครอบครัว สถานการณ์ครอบครัวไทยและครอบครัวข้ามรุ่น รวมถึงการขับเคลื่อนมาตรการ “ครอบครัวไทยปลอดภัยไร้ความรุนแรง” ตลอดจนพิจารณาความคืบหน้าการส่งเสริมสมดุลชีวิตการทำงานกับชีวิตครอบครัว และความร่วมมือในการขับเคลื่อน ศพค. และการจัดสมัชชาครอบครัวระดับชาติ 2569

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า การขับเคลื่อนทั้ง 3 มาตรการสะท้อนการปรับนโยบายครอบครัวจากการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปสู่การสร้าง “ระบบสนับสนุนครอบครัว” ตั้งแต่ระดับที่ทำงาน ชุมชน ไปจนถึงระดับประเทศ โดยเฉพาะการทำให้คนวัยทำงานสามารถดูแลครอบครัวได้โดยไม่ต้องเลือกระหว่างหน้าที่การงานกับคนที่ต้องดูแล
ทั้งนี้ กยค. ตั้งเป้าให้มาตรการสำคัญดังกล่าวเริ่มขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรมภายใน ไตรมาสถัดไป โดยบูรณาการความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ท้องถิ่น ชุมชน โรงเรียน และครอบครัว เพื่อสร้างระบบป้องกันและดูแลสมาชิกทุกช่วงวัยอย่างต่อเนื่อง