ลำไยราคาดี! ช่อ 26-32 บ. รูดร่วง 20-26 บ. พาณิชย์ลงพื้นที่เชียงใหม่-ลำพูน เร่งกระจายผลผลิต

5
คลิกเพื่ออ่านสรุปประเด็นข่าว
สรุปประเด็นข่าว :
ราคาลำไยภาพรวมอยู่ในเกณฑ์ดี อธิบดีกรมการค้าภายในลงพื้นที่เชียงใหม่-ลำพูน เผยราคาลำไยสดช่ออยู่ที่ 26–32 บาท/กก. และลำไยรูดร่วง 20–26 บาท/กก.
ผลผลิตปี 69 ลดลง 11.44% ภาคเหนือเก็บเกี่ยวไปแล้วกว่า 54% กรมฯ เร่งบริหารจัดการกระจายผลผลิตออกนอกพื้นที่ผ่านห้าง Modern Trade และแคมเปญ “ไทยช่วยไทย” พร้อมสนับสนุนตะกร้าบรรจุ 30,000 ใบเพื่อลดต้นทุนขนส่ง
ป้องกันปัญหาล้นตลาด (Over-supply) ลงพื้นที่หารือเกษตรกรแปลงใหญ่และโรงงานคัดบรรจุ เพื่อวางแผนการเก็บเกี่ยวและระบายสินค้าไม่ให้กระจุกตัว ป้องกันปัญหาราคาตกต่ำ
เดินหน้าขยายตลาด “ลำไยอบแห้ง” เพื่อลดการพึ่งพาตลาดจีน โดยเล็งเจาะตลาดอินเดีย, ตะวันออกกลาง, เอเชียกลาง พร้อมเตรียมดึง Influencer และ KOL มาร่วมโปรโมทเพื่อขยายฐานผู้บริโภคในระยะยาว

15 ส.ค. 69 – นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่และลำพูน ซึ่งเป็นแหล่งผลิตลำไยที่สำคัญของประเทศ เพื่อติดตามสถานการณ์การผลิตและการตลาดลำไยอย่างใกล้ชิด โดยพบว่าขณะนี้ราคาลำไยที่เกษตรกรได้รับอยู่ในเกณฑ์ดี ลำไยสดช่ออยู่ที่ประมาณ 26–32 บาทต่อกิโลกรัม และลำไยรูดร่วงประมาณ 20–26 บาทต่อกิโลกรัม ขณะที่กรมฯ ยังคงติดตามปริมาณผลผลิต การเก็บเกี่ยว การกระจายสินค้า และความต้องการของตลาดอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผลผลิตทยอยออกสู่ตลาดอย่างเหมาะสม และช่วยรักษาเสถียรภาพด้านราคา

สำหรับปี 2569 สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) คาดการณ์ผลผลิตลำไยทั่วประเทศประมาณ 1.357 ล้านตัน ลดลงจากปีก่อนประมาณร้อยละ 11.44 โดยลำไยในฤดู 8 จังหวัดภาคเหนือมีผลผลิตประมาณ 547,000 ตัน และขณะนี้เก็บเกี่ยวแล้วประมาณร้อยละ 54 กรมฯ จึงเร่งบริหารจัดการผลผลิต โดยเชื่อมโยงและกระจายลำไยออกนอกแหล่งผลิตผ่านผู้ประกอบการ ห้าง Modern Trade และกิจกรรม “ไทยช่วยไทย” ในพื้นที่ที่ไม่ใช่แหล่งผลิต ควบคู่กับการรณรงค์เพิ่มการบริโภคภายในประเทศ รวมทั้งสนับสนุนตะกร้าบรรจุลำไยสดกว่า 30,000 ใบ เพื่อช่วยลดภาระต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพในการขนส่งและกระจายผลผลิต

ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ กรมฯ ได้เข้าเยี่ยม บริษัท ดี เอส ฟู้ด จำกัด เพื่อติดตามสถานการณ์การตลาดและการส่งออกลำไยอบแห้ง พร้อมพบกลุ่มแปลงใหญ่ลำไยตำบลหนองตอง อำเภอหางดง เพื่อรับฟังสถานการณ์ผลผลิต แนวโน้มราคา และปัญหาอุปสรรคจากเกษตรกร โดยเน้นย้ำการบริหารจัดการผลผลิตล่วงหน้า เพื่อป้องกันไม่ให้ลำไยออกสู่ตลาดพร้อมกันในปริมาณมากจนเกิดภาวะ Over-supply ซึ่งอาจกระทบต่อราคา จากนั้นได้ตรวจเยี่ยม บริษัท อิมเมจ พืชผล อำเภอสันป่าตอง เพื่อติดตามกระบวนการคัดขนาดลำไยแบบตะแกรงร่อน การคัดเกรด และตรวจสอบคุณภาพก่อนจำหน่าย เพื่อให้สินค้าได้มาตรฐานและเกษตรกรได้รับราคาที่เหมาะสมกับคุณภาพ

นายวิทยากร กล่าวว่า กรมฯ จะติดตามสถานการณ์ลำไยอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะช่วงที่ผลผลิตทยอยออกสู่ตลาด เพื่อบริหารจัดการให้มีช่องทางรองรับอย่างเพียงพอ ทั้งการกระจายผ่านผู้ประกอบการและ Modern Trade การเพิ่มการบริโภคในประเทศ และการควบคุมคุณภาพตั้งแต่ต้นทาง พร้อมประสานเกษตรกรและผู้ประกอบการให้วางแผนการเก็บเกี่ยวและการระบายผลผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด เพื่อไม่ให้ผลผลิตกระจุกตัวและส่งผลกระทบต่อราคา

นอกจากนี้ กรมฯ ยังให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการและขยายตลาดลำไยอบแห้ง ซึ่งปัจจุบันมีจีนเป็นตลาดหลัก โดยได้หารือร่วมกับสมาคมและผู้ประกอบการเพื่อเพิ่มช่องทางตลาดให้มีความหลากหลายมากขึ้น ทั้งการส่งเสริมผู้ประกอบการเข้าร่วมงาน THAIFEX – ANUGA ASIA เพื่อเจรจาการค้ากับผู้ซื้อจากต่างประเทศ ตลอดจนมองหาตลาดที่มีศักยภาพ อาทิ อินเดีย เมืองรองของจีน กลุ่มประเทศเอเชียกลาง และตะวันออกกลาง เพื่อเพิ่มทางเลือกในการระบายผลผลิตและลดการพึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่ง รวมถึงส่งเสริมการใช้ Influencer และ KOL เพื่อสร้างการรับรู้เกี่ยวกับลำไยอบแห้งไทย ขยายฐานผู้บริโภค และสร้างโอกาสทางการตลาดใหม่ ๆ ให้กับผู้ประกอบการไทย

“ขณะนี้ราคาลำไยที่เกษตรกรได้รับอยู่ในเกณฑ์ดี สิ่งสำคัญคือการรักษาสถานการณ์นี้ไว้ กรมฯ จะติดตามทั้งปริมาณผลผลิต การเก็บเกี่ยว ราคา และการระบายสินค้าอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ผลผลิตทยอยออกสู่ตลาด มีช่องทางรองรับเพียงพอ และเกษตรกรสามารถจำหน่ายผลผลิตได้อย่างต่อเนื่องในราคาที่เหมาะสมกับคุณภาพ พร้อมเดินหน้าขยายตลาดลำไยอบแห้งไปยังตลาดใหม่ ๆ ควบคู่กับการสร้างการรับรู้ เพื่อเพิ่มโอกาสทางการตลาดให้ลำไยไทยในระยะต่อไป” นายวิทยากร กล่าว