ผู้ประกันตนเฮลั่น! ครม.เคาะ “สูตร CARE” ปรับบำนาญชราภาพมิติใหม่ คิดฐานเงินเดือนทั้งชีวิต สร้างความเป็นธรรม สอดคล้องมาตรฐานสากล

3
คลิกเพื่ออ่านสรุปประเด็นข่าว
สรุปประเด็นข่าว :
ครม. เห็นชอบร่างกฎกระทรวงปรับปรุงเกณฑ์คำนวณเงินบำนาญและบำเหน็จชราภาพของประกันสังคม โดยจะมีผลบังคับใช้เมื่อพ้น 180 วันนับจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
เปลี่ยนสูตรคำนวณบำนาญใหม่: ยกเลิกการใช้ค่าเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย (FAE) เปลี่ยนมาใช้สูตรคำนวณจาก “ค่าเฉลี่ยตลอดระยะเวลาการทำงาน” (CARE) เพื่อสะท้อนยอดเงินสมทบจริงและมีความเป็นธรรมมากขึ้น
ปรับเกณฑ์บำเหน็จชราภาพ: ผู้ที่ส่งเงินสมทบไม่ครบ 180 เดือน จะได้รับเงินบำเหน็จเท่ากับเงินสมทบของทั้งผู้ประกันตนและนายจ้างพร้อมผลตอบแทน แม้จะส่งสมทบไม่ถึง 12 เดือนก็ตาม
มาตรการคุ้มครองผู้รับบำนาญเดิม: หากใช้สูตรใหม่แล้วได้เงินเพิ่มจะได้รับเงินเพิ่มทันที แต่หากคำนวณแล้วได้ลดลง จะยังคงได้รับเงินบำนาญในอัตราเดิมไม่ถูกตัดลด
มาตรการเยียวยาผู้รับบำนาญใหม่ (ช่วง 5 ปีแรก): ผู้ที่จะได้รับสิทธิบำนาญภายใน 5 ปีแรกหลังกฎหมายบังคับใช้ หากคำนวณสูตรใหม่แล้วได้เงินลดลง จะได้รับเงินชดเชยส่วนต่าง (ชดเชย 100% ในปีแรก และทยอยลดลงเหลือ 20% ในปีที่ 5)
การปรับปรุงครั้งนี้ครอบคลุมผู้ประกันตนมาตรา 33 และ 39 เพื่อสร้างความยั่งยืนให้กองทุนประกันสังคมในระยะยาว และยกระดับให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล (OECD)

15 ก.ค. 69 – นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในวันนี้ มีมติเห็นชอบร่างกฎกระทรวงการจ่ายประโยชน์ทดแทนในกรณีชราภาพ พ.ศ. …. ตามที่กระทรวงแรงงานเสนอ ซึ่งเป็นการปรับปรุงหลักเกณฑ์การคำนวณเงินบำนาญและเงินบำเหน็จชราภาพของผู้ประกันตน เพื่อให้การได้รับสิทธิประโยชน์ที่มีความเป็นธรรม สอดคล้องกับการนำส่งเงินสมทบตลอดช่วงชีวิตการทำงาน และเสริมสร้างความมั่นคงอย่างยั่งยืนให้แก่กองทุนประกันสังคม

นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ร่างกฎกระทรวงดังกล่าวกำหนดให้มีผลใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนด 180 วัน นับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา โดยมีสาระสำคัญ คือ การปรับเปลี่ยนวิธีการคำนวณเงินบำนาญชราภาพจากเดิมที่ใช้สูตร Final Average Earnings (FAE) ซึ่งคำนวณจากค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย มาเป็นสูตร Career Average Revalued Earnings (CARE) ที่คำนวณจากค่าจ้างเฉลี่ยตลอดระยะเวลาการทำงาน พร้อมปรับมูลค่าค่าจ้างในอดีตให้เป็นมูลค่าปัจจุบันผ่านระบบคะแนนบำนาญ (Pension Points) เพื่อให้การคำนวณสะท้อนการส่งเงินสมทบ
ของผู้ประกันตนได้อย่างเหมาะสมและเป็นธรรมยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ ยังปรับหลักเกณฑ์การคำนวณเงินบำเหน็จชราภาพสำหรับผู้ประกันตนที่ส่งเงินสมทบไม่ครบ 180 เดือน ให้ได้รับเงินบำเหน็จเท่ากับจำนวนเงินสมทบของผู้ประกันตนและนายจ้าง พร้อมผลประโยชน์ตอบแทน แม้จะส่งเงินสมทบไม่ถึง 12 เดือนก็ตาม เพื่อให้ผู้ประกันตนได้รับสิทธิประโยชน์อย่างเหมาะสม

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวเพิ่มเติมว่า ร่างกฎกระทรวงดังกล่าว ได้กำหนดมาตรการรองรับในช่วงเปลี่ยนผ่าน เพื่อคุ้มครองสิทธิของผู้ประกันตน โดยผู้ที่ได้รับเงินบำนาญชราภาพอยู่ก่อนวันที่กฎหมายมีผลใช้บังคับ หากคำนวณตามสูตรใหม่แล้วได้รับเงินบำนาญเพิ่มขึ้น โดยจะได้รับเงินเพิ่มตั้งแต่เดือนถัดจากวันที่กฎหมายมีผลใช้บังคับ แต่หากคำนวณแล้วได้รับเงินลดลง จะยังคงได้รับเงินบำนาญในอัตราเดิม ขณะที่ผู้ประกันตนที่จะมีสิทธิรับบำนาญภายในระยะเวลา 5 ปี นับจากวันที่กฎหมายมีผลใช้บังคับ หากคำนวณตามสูตรใหม่แล้วได้รับเงินบำนาญลดลง จะได้รับเงินชดเชยส่วนต่างตามสัดส่วนที่กำหนด ตั้งแต่ร้อยละ 100 ในปีแรก และทยอยลดลงจนถึงร้อยละ 20 ในปีที่ห้า

“การปรับปรุงหลักเกณฑ์ครั้งนี้ จะทำให้ผู้ประกันตนทั้งมาตรา 33 และมาตรา 39 ได้รับการคำนวณเงินบำนาญที่สะท้อนการนำส่งเงินสมทบตลอดช่วงชีวิตการทำงานมากยิ่งขึ้น มีความเป็นธรรม สมดุล และสอดคล้องกับมาตรฐานสากลของหลายประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มประเทศ OECD ควบคู่กับการสร้างความยั่งยืนให้แก่กองทุนประกันสังคมในระยะยาว” นายจุลพันธ์ กล่าว